Home Work & Living Living วิธีกำจัด “ยาหมดอายุ” และ “บรรจุภัณฑ์ยา” อย่างถูกวิธี

วิธีกำจัด “ยาหมดอายุ” และ “บรรจุภัณฑ์ยา” อย่างถูกวิธี

ในทุก ๆ บ้านย่อมมี “ยา” ติดบ้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านทั่วไป หรือยาที่เคยได้รับมาหลังจากไปหาหมอเพื่อรักษาอาการป่วย เมื่อเวลาผ่านไป “ยา” เป็นสิ่งที่หมดอายุการใช้งานเช่นเดียวกับของทุกอย่าง ทว่า “ยา” ซึ่งเป็นสารเคมีประเภทหนึ่ง เมื่อคิดจะทิ้ง จำเป็นต้องทิ้งอย่างถูกวิธี และได้รับการควบคุมกำกับอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมและส่งผลต่อสุขภาพของคนอื่น ๆ นั่นทำให้การ “กำจัดยาที่หมดอายุแล้ว” เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตระหนักรู้แล้วมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ยาถูกทิ้งให้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ป้องกันอันตรายหรือผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น การกำจัดยาหมดอายุ ซึ่งถือเป็นของเสียทางการแพทย์ อย่างถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญมากและไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหากทิ้งไม่ถูกวิธี อาจเกิดอันตรายต่อคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมได้

วิธีจัดการกับยาหมดอายุอย่างถูกวิธี

  1. จัดการกับข้อมูลส่วนตัวอย่างชื่อ-นามสกุล และชื่อสถานพยาบาลบนฉลากยาออกให้หมด ด้วยการขูด ขีด ฆ่า หรือลอกสติกเกอร์หน้าซองยา/ขวดยา เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
  2. เตรียมภาชนะสำหรับเก็บรวบรวมยาที่หมดอายุ โดยภาชานะนั้นจะต้องมีฝาปิดมิดชิด ทำจากโลหะหรือพลาสติก
  3. นำวัสดุที่กินไม่ได้และดูไม่น่าสนใจ เช่น กากชา กากกาแฟ ดิน ขี้เถ้า ขี้เลื่อย แกลบ ทรายละเอียด หรือทรายแมว ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดของภาชนะ
  4. นำยาประเภทต่าง ๆ ทั้งแบบเม็ด ผง แคปซูล หรือน้ำ ออกจากบรรจุภัณฑ์เดิม แล้วนำยาผสมเข้ากับกากชา กากกาแฟ ดิน ขี้เถ้า ขี้เลื่อย แกลบ ทรายละเอียด หรือทรายแมว ที่เตรียมไว้ โดยผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ให้ยาดูสกปรกหรือดูไม่ออกว่าเป็นยา เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมาหยิบจับเล่นหรือนำเข้าปาก สัตว์เลี้ยงมาคุ้ยเล่นหรือกิน หรือมีคนนำยากลับมาใช้ซ้ำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  5. เมื่อผสมยาเรียบร้อยแล้ว ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด อาจใช้เทปกาวปิดผนึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง แล้วเขียนป้ายเตือนติดข้างภาชนะให้เห็นเด่นชัดว่า “ขยะยาหมดอายุ”
  6. รวบรวมภาชนะที่บรรจุยาดังกล่าวทิ้งลงในขยะอันตราย หรือถ้าในชุมชนมี อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) สามารถฝากให้ อสม. ส่งไปยังหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อนำไปกำจัดพร้อมขยะติดเชื้อหรือขยะอันตรายของโรงพยาบาลทั่วไป
  7. ในกรณีที่ในชุมชนมีระบบการส่งยาคืนโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องผสมตัวยาทิ้ง แต่ให้รวบรวมยาที่หมดอายุ ยาเหลือใช้ หรือยาที่ไม่ใช้แล้ว สามารถฝากกับ อสม. ให้รวบรวมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีระบบการกำจัดที่ได้มาตรฐาน หรือจะนำส่งเองให้โรงพยาบาลใกล้บ้านที่รับกำจัดก็ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปกำจัดอย่างถูกวิธี โดยนำยาที่หมดอายุใส่ภาชนะหรือถุงซิปล็อก เขียนกำกับให้ชัดเจนว่า “ยาหมดอายุ”
  8. สำหรับยาอันตราย/ยาเฉพาะทาง เช่น ยาเคมีบำบัด ยาพ่นขยายหลอดลม หรือเข็มฉีดยา ห้ามทิ้งยาเหล่านี้เองที่บ้าน ควรนำกลับไปคืนที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่รับยามา เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำลายขยะติดเชื้อหรือขยะอันตรายแบบพิเศศ

ข้อควรระวัง!

  • ห้ามนำยาที่หมดอายุ ทิ้งลงในส้วม อ่างล้างจาน อ่างล้างหน้า ระบบบำบัดน้ำเสีย ท่อระบายน้ำ หรือแหล่งน้ำสาธารณะเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นยาประเภทไหนก็ตาม เพราะสารเคมีจะปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และยาบางประเภทสามารถตกค้างในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างยาวนานโดยไม่ถูกกำจัด สามารถส่งผลต่อสภาพแวดล้อม อาจเกิดการปนเปื้อนมาสู่คนและสัตว์ ที่นำน้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวมาใช้ในการอุปโภคบริโภค
  • ห้ามทิ้งยาและภาชนะบรรจุยาต่าง ๆ ลงถังขยะทั่วไปเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม ป้องกันเด็กเล็ก สัตว์เลี้ยงนำยามาเล่นหรือกิน และเพื่อไม่ให้คนอื่นนำยากลับมาใช้
  • ห้ามนำยาที่ตัวเองไม่กินแล้วส่งต่อให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาการป่วยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และยาประเภทหนึ่งอาจเหมาะสำหรับรักษาโรคในคนคนหนึ่ง แต่อาจไม่เหมาะกับอีกคน จึงอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้อื่นได้
  • หากพบยาที่ “เสื่อมสภาพ” (เปลี่ยนสี เปลี่ยนสภาพ กลิ่นเหม็นหืน หรือเม็ดยาละลาย ฯลฯ) แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ ก็ควรทิ้งทันทีด้วยวิธีข้างต้น ห้ามนำมาใช้ต่อ

สถานที่รับทิ้งยา

ในกรณีที่ไม่สะดวกจัดการเอง ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่รับดูแล

  • โครงการ “ยาเหลือใช้” ของโรงพยาบาลต่าง ๆ โรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่มีจุดรับคืนยาที่ยังไม่หมดอายุ (เพื่อบริหารจัดการใหม่) และยาที่หมดอายุแล้ว (เพื่อนำไปเผาทำลายอย่างถูกวิธี)

กรณีที่เป็นยาใช้แล้วและยังไม่หมดอายุ สามารถส่งไปที่

1. ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก (Facebook: การจัดการยาเหลือใช้ – Hero for Zero Contamination)

จ่าหน้าพัสดุถึง ผศ.ดร.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง (ยาเหลือใช้) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000 โทร. 055 963 747 (ในวัน/เวลาราชการ)

2. โรงพยาบาลอุ้มผาง

จ่าหน้าพัสดุถึง โรงพยาบาลอุ้มผาง 159 ม.1 ต.อุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก 63170 โทร. 061-2717201 หรือ 081-8872861

  • ร้านยาคุณภาพ ร้านยาบางแห่งมีจุดรับทิ้งยาอันตราย

วิธีจัดการกับบรรจุภัณฑ์ยา

บรรจุภัณฑ์ยาแต่ละประเภทมีวิธีจัดการที่ต่างกันเพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิล

1. กล่องกระดาษ แกะแล้วคลี่ให้แบน สามารถทิ้งลงถังขยะรีไซเคิลประเภทกระดาษ

2. ขวดแก้ว/ขวดพลาสติก ล้างให้สะอาด (ถ้าไม่ใช่ยาอันตราย) นำไปรีไซเคิลได้ หากเป็นขวดพลาสติก ให้ตรวจสัญลักษณ์ประเภทพลาสติกก่อน

3. แผงยา/ซองยา

  • แบบซองพลาสติก ไม่รับรีไซเคิล แต่สามารถส่งไปทำ “ขยะพลังงาน” (ขยะกำพร้า) ในกิจกรรม “ขยะกำพร้าสัญจร” กับ สมบูรณ์ สายกรีน ได้ ที่อยู่จ่าหน้าพัสดุ 99/8 หมู่ 3 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 74000 โทร. 061-8588118 (พลอย) หรือเช็กตารางขยะกำพร้าสัญจร ที่หน้าเฟซบุ๊ก สมบูรณ์ สายกรีน จะระบุสถานที่ที่จะไปรับขยะ
  • แผงยาแบบบลิสเตอร์ (อะลูมิเนียม+พลาสติก) ไม่รับรีไซเคิล แต่สามารถส่งไปทำ “ขยะพลังงาน” (ขยะกำพร้า) ในกิจกรรม “ขยะกำพร้าสัญจร” กับ สมบูรณ์ สายกรีน ได้ ที่อยู่จ่าหน้าพัสดุ 99/8 หมู่ 3 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร 74000 โทร. 061-8588118 (พลอย) หรือเช็กตารางขยะกำพร้าสัญจร ที่หน้าเฟซบุ๊ก สมบูรณ์ สายกรีน จะระบุสถานที่ที่จะไปรับขยะ
  • แผงยาแบบอะลูมิเนียมฟอยล์ล้วน (ไม่มีส่วนที่เป็นพลาสติก) รีไซเคิลได้ โดยส่งต่อให้โครงการ “แผงยาช่วยโลก” ณ จุด Drop off ที่ BTS จำนวน 30 สถานี (รับถึง 31 ธ.ค. 2568) หรือจุด Drop off อื่น ๆ ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด (รับถึง 31 ธ.ค. 2569) เช็กจุด Drop off ได้ที่ R.X.Group

4. หลอดยา หากเป็นหลอดอะลูมิเนียมหรือพลาสติกที่มีคราบยาติดอยู่มากและไม่สะดวกกำจัดคราบยา ให้ทิ้งลงในขยะอันตราย

  • หลอดยาพลาสติก ที่ไม่ได้ล้างคราบยา สามารถรวบรวมส่งไปทำ “ขยะพลังงาน” (ขยะกำพร้า) ได้ แต่ถ้าตัดหลอดและล้างคราบยาสะอาดแล้ว สามารถรวบรวมส่งไปทำ “พลาสติกกำพร้า” ที่อยู่จ่าหน้าพัสดุ YOLO บริษัท ซีโร่ เวสท์ โยโล จำกัด 432 ถ.พรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 หรือ โครงการกรีนโรด 148/3 ม.19 ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน 51000 ***เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
  • ส่วนหลอดโลหะ (ซึ่งส่วนมากจะเป็นอะลูมิเนียม) รีไซเคิลได้ แต่ต้องตัดหลอดและล้างคราบยาด้านในให้สะอาดก่อน รวบรวมส่งบริจาคที่ โครงการทำขาเทียมพระราชทาน (รับเฉพาะส่วนที่เป็นอะลูมิเนียม) ที่อยู่จ่าหน้าพัสดุ “มูลนิธิขาเทียมฯ” สำนักงานเชียงใหม่ 199 หมู่ที่ 4 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 หรือ “กรมควบคุมมลพิษ” 92 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

ขอบคุณข้อมูลการจัดการกับแผงยา FB: Konggreengreen