ประโยชน์ดี ๆ ของการอ่าน “นวนิยาย” ที่ได้อะไร ๆ มากกว่าความบันเทิง

ในโลกแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองนั้น เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า “การอ่านหนังสือ” ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทใด ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าและได้ประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ “การ์ตูน” หรือ “นวนิยาย” ที่เป็นประตูสู่โลกแห่งความคิด ความรู้ และจินตนาการที่หลากหลาย ทว่าหนังสือสองประเภทนี้มักถูกลดทอนคุณค่าลงด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นเรื่องแต่งจากจินตนาการ ที่เน้นให้ความบันเทิงหรือผ่อนคลายอารมณ์ และมักจะได้รับความสนใจน้อยกว่าหนังสือประเภทสารคดี วิชาการ หรือหนังสือพัฒนาตนเองอย่างมีนัยสำคัญ ในแง่ของการอ่านเพื่อให้ได้ประโยชน์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ หลายคนยังมองว่าการอ่านการ์ตูนหรือนิยาย เป็นเรื่องที่ไร้สาระและไม่มีประโยชน์อะไรเลย

โดยเฉพาะนวนิยาย ที่บ่อยครั้งถูกมองว่าเป็นเพียงหนังสือประโลมโลก นำเสนอเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ดูไม่มีประโยชน์ การตัดสินแบบนี้เป็นการมองข้ามประโยชน์ที่แท้จริงและความลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรื่องแต่งอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ความจริงแล้ว หนังสือประเภทนวนิยาย คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้สัมผัสและทำความเข้าใจอารมณ์ ความคิด และความเป็นมนุษย์ในมิติที่ลึกซึ้งที่สุด ผู้แต่งที่มีทักษะการเขียนขั้นสูง อาจสะท้อนความจริงของชีวิตผ่านนวนิยายได้คมชัดกว่าข้อเท็จจริงเสียด้วยซ้ำ นวนิยายช่วยให้เราได้ฝึกคิด วิเคราะห์ รู้จักเห็นอกเห็นใจ และมองโลกผ่านสายตาของผู้อื่น คุณค่าของมันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงที่ความบันเทิง แต่ยังแฝงไปด้วยพลังของการ “ทำให้เข้าใจชีวิต”

เพราะหากลองพิจารณาดูจากข้อเท็จจริง อาจพูดได้ว่านวนิยาย คือรูปแบบงานเขียนที่มีความซับซ้อนมากที่สุดประเภทหนึ่ง เนื่องจากเป็นงานเขียนที่ผู้เขียนต้องใช้ความเข้าใจในภาษาอย่างลึกซึ้ง การผูกโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน การเชื่อมต่อโครงสร้าง ความคิด และอารมณ์ เพื่อถ่ายทอดสิ่งซับซ้อนอย่างมีศิลปะ ดังนั้น ผู้ที่จะแต่งนวนิยายออกมาได้ดี จึงต้องใช้ทักษะการเขียนขั้นสูง ต้องผสมผสานทั้งศาสตร์ (ด้านการวางโครงสร้างเรื่อง ผูกโยงเรื่องราว และจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความคิดมนุษย์) และศิลป์ (การใช้ภาษาและถ่ายทอดอารมณ์ผ่านภาษา) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การจะแต่งนวนิยายให้จบสักเรื่อง ต้องเชื่อมโยงและควบคุมการเล่าเรื่องให้ได้โดยไม่หลุดจากโครงสร้างที่วางไว้

ดังนั้น คนที่เป็นนักเขียน เขียนหนังสือขายเป็นอาชีพ ใช่ว่าจะเขียนนวนิยายได้ทุกคน และผู้เขียนนวนิยายที่ได้รับรางวัลด้านวรรณกรรมหลายคนก็ต้องฝึกปรือทักษะการเขียนขั้นสูงอยู่นาน และสำหรับผู้อ่าน การจะอ่านนวนิยายให้เข้าใจถึงแก่นเรื่อง หรือเข้าใจเรื่องราวระหว่างบรรทัดที่ผู้แต่งแทรกไว้ผ่านการใช้ภาษา ต้องใช้สมาธิและจินตนาการสูง เพราะต้องแปลงความเข้าใจที่ได้จากการอ่านตัวหนังสือผ่านตาให้เกิดเป็นภาพในหัวด้วย เพราะฉะนั้น ประโยชน์ของการอ่านนวนิยาย จึงมีมากกว่าความบันเทิง ความเพลิดเพลิน หรือเพื่อประโลมโลก แต่มันยังมีประโยชน์ในด้านจิตใจ ด้านสมอง และให้ความรู้ในด้านทักษะชีวิตหลายมิติทีเดียว

การอ่านนวนิยาย ช่วยพัฒนาทักษะด้านความคิดและสมอง

การจะอ่านนวนิยายให้เข้าใจถึงแก่น หรือเข้าใจเรื่องราวระหว่างบรรทัดที่ผู้แต่งแทรกไว้ผ่านการใช้ภาษา ต้องใช้สมาธิสูง ต้องมีทักษะในการอ่านแบบคิดวิเคราะห์ด้วยวิจารณญาณ เพื่อที่จะเข้าใจนัยสำคัญที่แฝงอยู่ในตัวอักษรมากกว่าที่คนอื่นเข้าใจ อีกทั้งยังต้องใช้จินตนาการเพื่อให้เห็นภาพในหัว การอ่านนวนิยายจึงช่วยพัฒนาทักษะด้านความคิดและสมอง

  • กระตุ้นการทำงานของสมอง การอ่านนวนิยายต้องใช้สมาธิและการจดจ่อ สมองจะสร้างภาพ เสียง กลิ่น และอารมณ์ขึ้นจากตัวอักษรที่เราอ่านผ่านตา จึงกระตุ้นส่วนต่าง ๆ ของสมองได้คล้ายกับเวลาที่เรามีประสบการณ์จริง ฝึกการคิดเชิงนามธรรม ดังนั้น การอ่านนวนิยายกระตุ้นการทำงานของสมองได้ไม่ต่างจากการอ่านหนังสือประเภทอื่น ทำให้สมองได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งอาจช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมได้
  • เพิ่มคลังคำศัพท์และทักษะภาษา ความน่าสนใจของนวนิยาย คือเป็นหนังสือที่ต้องรู้จักเลือกใช้คำเพื่อสื่ออารมณ์ การหลากคำ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำคำเดิมซ้ำ ๆ ในการสื่อความหมายเดียวกัน ผู้แต่งบางคนมีความสามารถในการเลือกสรรคำศัพท์ที่สละสลวยและละเมียดละไมตามขนบของวรรณกรรม การอ่านนวนิยายบ่อย ๆ จะช่วยให้เราได้เรียนรู้และซึมซับคำศัพท์ สำนวน ลีลาภาษา และโครงสร้างประโยคใหม่ ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ทักษะการสื่อสารและการเขียนของเราดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  • เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เมื่ออ่านนวนิยาย เราต้องสร้างภาพเหตุการณ์ ตัวละคร และฉากต่าง ๆ ขึ้นมาในความคิด ซึ่งเป็นการฝึกฝนจินตนาการอย่างเป็นรูปธรรม
  • พัฒนาการคิดเชิงวิพากษ์ มองเห็นความสัมพันธ์ของเหตุผล และการตัดสินใจ แม้จะเป็นเรื่องแต่ง แต่การผูกเรื่องราวของนวนิยายจะมีตรรกะและโครงสร้างภายใน เพื่อให้เรื่องมีเอกภาพ มีสัมพันธภาพ และมีสารัตถภาพ ผู้อ่านจะต้องมองเห็นเหตุและผลของการกระทำของตัวละครในเรื่องตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง การพัฒนาของเนื้อเรื่องในระหว่างเล่มว่ามีทิศทางอย่างไร มูลเหตุของความขัดแย้งต่าง ๆ การติดตามเรื่องราวที่ซับซ้อนเช่นนี้ เราต้องคอยคิดวิเคราะห์ตามเนื้อเรื่องที่อ่านอยู่ตลอดเวลา จึงช่วยให้เราได้เห็นชีวิตของตัวละคร การตัดสินใจต่าง ๆ และรู้จักมองเปรียบเทียบกับความซับซ้อนของสถานการณ์จริงในชีวิต

การอ่านนวนิยาย ช่วยส่งเสริมความเข้าใจมนุษย์และทักษะทางสังคม

นวนิยาย ส่วนใหญ่แล้วมักจะเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “มนุษย์” ผ่านตัวละครที่มีเรื่องราว มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป มีปมของความขัดแย้งที่ก่อให้เกิดเรื่องราว ดังนั้น นวนิยายจึงเป็นเรื่องแต่งที่เล่าเรื่องของชีวิตมนุษย์คนอื่นให้เราได้ติดตามไปจนจบ สิ่งที่แต่งขึ้นก็ล้วนแล้วแต่ใช้วัตถุดิบที่พบเห็นได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม หรือในโลกแห่งความเป็นจริงทั้งนั้น ต่อให้เป็นเรื่องแนวแฟนซีเหนือจริงที่สร้างโลกที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา ก็ยังต้องมีองค์ประกอบอิงจากโลกจริงอยู่ดี การอ่านนวนิยายบ่อย ๆ จะช่วยส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต และยังได้พัฒนาทักษะทางสังคม

  • เพิ่มความเห็นอกเห็นใจ เพราะนวนิยายเปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปอยู่ในหัวและหัวใจของผู้อื่น ให้เราได้สวมบทบาทและได้สัมผัสกับความรู้สึกนึกคิดของตัวละครที่หลากหลาย จึงช่วยให้เราเข้าใจมุมมอง ประสบการณ์ และอารมณ์ของผู้อื่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความว ความรัก ความฝัน ปมปัญหา ความเปราะบางของตัวละคร หรือแม้แต่แรงจูงใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ การซึมซับสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ จะช่วยให้เราเข้าใจมุษย์ได้ลึกซึ้งขึ้น ได้เห็นความคิดของผู้อื่นในมุมที่แตกต่างจากตัวเอง และมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า คนที่อ่านนิยายบ่อย ๆ จะมีระดับความเห็นอกเห็นใจสูงกว่าคนทั่วไป
  • เข้าใจความเป็นมนุษย์และโลก ด้วยนวนิยายมักจะนำเสนอแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต ความรัก ความสูญเสีย ความหวัง รวมถึงประเด็นทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่าง อีกทั้งยังอาจเป็นแง่มุมที่ตัวเราเองอาจไม่เคยมีโอกาสได้ประสบพบเจอด้วยตัวเอง แต่มันมีอยู่จริง จึงทำให้เรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงได้ดีขึ้น
  • ทำให้เข้าใจตัวเอง หลายครั้งที่เราสามารถพบ “ตัวเอง” ผ่านตัวละครในนวนิยาย มันคือกระจกสะท้อนภายในที่ช่วยให้เราเติบโตทางอารมณ์โดยไม่รู้ตัว บางครั้ง เราอาจได้คำตอบของคำถามบางข้อที่เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองมานานจากนวนิยายที่อ่านได้เลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เราอธิบายไม่ได้ สิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่อาจมีคนรู้ว่ามันคืออะไร และมันก็ถูกใส่ไว้ในนวนิยาย เมื่อเรามาอ่านเจอ จึงช่วยให้เราได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง
  • พัฒนาปัญญาทางอารมณ์ การอ่านนวนิยาย คือการได้เข้าไปสำรวจและทำความเข้าใจอารมณ์ที่ซับซ้อนของตัวละครในแง่มุมที่ตัวละครได้ประสบพบเจอ จึงช่วยให้เราเข้าใจและจัดการกับอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น เมื่อได้อ่านบ่อย ๆ

การอ่านนวนิยายมันดีต่อใจ!

เพราะประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของนวนิยาย คือการให้ความบันเทิง ให้ความเพลิดเพลิน การได้หลบเลี่ยงจากชีวิตจริงที่มีแต่ความวุ่นวาย เข้าไปอยู่ในเรื่องราวที่สนุกสนานในแบบที่เราชอบ (เราถึงเลือกเรื่องนี้มาอ่าน) การอ่านนวนิยายจึงมีประโยชน์ในด้านของจิตใจ ที่ทำให้เรารู้สึกว่า มันดีต่อใจ!

  • ลดความเครียดและความวิตกกังวล การจมดิ่งลงไปในโลกของเรื่องราวที่ผู้แต่งสร้างสรรค์ขึ้นมา ช่วยให้เราได้หลีกหนีจากความกังวลในชีวิตประจำวันชั่วคราว ได้ปลดปล่อยตัวเองจากการจินตนาการว่าได้สวมบทบาทเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นการผ่อนคลายจิตใจที่คล้ายกับการทำสมาธิ
  • เพิ่มความสงบและสมาธิ การอ่านหนังสือแต่ละครั้ง เราจำเป็นต้องมีสติและสมาธิเพื่อที่จะสามารถจดจ่อกับตัวหนังสือได้เป็นระยะเวลานาน ๆ และการที่เราจะต้องจดจ่ออยู่กับการอ่านอย่างต่อเนื่อง ช่วยฝึกให้เรามีสมาธิและจิตใจที่สงบ สมองเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย ไม่ฟุ้งซ่าน เมื่อฝึกไปบ่อย ๆ ฝึกนาน ๆ เพิ่มเวลาและจำนวนหน้าหนังสือไปทีละนิด ๆ จนสามารถอดทนต่อการอ่านหนังสือได้นานขึ้น (ซึ่งนวนิยายที่สนุก จะทำให้เราอ่านต่อเนื่องได้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว เพราะวางไม่ลง อยากรู้ต่อเร็ว ๆ) เราจะกลายเป็นคนที่มีทักษะในการจัดการกับความคิดและปัญหายุ่งยากต่าง ๆ ด้วยสติและปัญญาที่มากกว่าเดิม
  • ระบายอารมณ์และเยียวยาจิตใจ นวนิยายเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึกของตัวเอง ผ่านการสวมบทบาทเป็นตัวละคร เราสามารถเศร้า โกรธ หรือดีใจไปกับตัวละครโดยไม่ต้องกลัวผลกระทบจริง ซึ่งนักอ่านหลายคนบอกว่า “นิยายช่วยเยียวยาช่วงชีวิตที่แย่” ได้ เพราะมันทำให้รู้สึกว่า “เราไม่ได้อยู่คนเดียวในความรู้สึกนั้น”
  • เป็นแรงบันดาลใจและแหล่งพลังใจ นวนิยายดี ๆ หลายเรื่องช่วยปลุกไฟในใจคนได้ สอนให้เราเชื่อในความหวัง ความพยายาม หรือความรัก โดยเฉพาะนวนิยายแนวเติบโต บางทีอาจทำให้เรามองตัวละครบางตัวเป็นไอดอลของการใช้ชีวิตได้เลยด้วยซ้ำ อยากเป็น (ประกอบอาชีพ) นั่นเป็นนี่ และบางคนก็นำมาต่อยอดจนได้เป็นจริง ๆ หรือแม้แต่อยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้แบบตัวละครบางตัว

เพราะฉะนั้น การอ่านนวนิยายไม่ได้ไร้สาระหรือไร้ประโยชน์ มันมีแง่มุมที่เราสามารถตักตวงประโยชน์จากมันได้ ถ้าเรา “อ่านนวนิยายมากพอ” เราจะรู้ว่ามันมีประโยชน์และมีคุณค่าต่อชีวิตเราได้แค่ไหน