หากรถประเภทเดียวกัน เซ็กเมนต์เดียวกัน ราคาพอ ๆ กัน คันหนึ่งเป็นค่ายรถจีน อีกคันเป็นค่ายรถญี่ปุ่น เป็นคุณจะเลือกซื้อคันไหน ผมเชื่อว่าด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์รถยนต์ ถ้าสเปกเท่ากัน ราคาเท่ากัน “รถญี่ปุ่น” น่าจะมีโอกาสชนะใจคนไทยมากกว่า
ต้องยอมรับว่า “สงครามราคา” รถไฟฟ้าค่ายจีนในบ้านเรา ทำให้ราคา EV ใหม่ป้ายแดงถูกลงไปเรื่อย ๆ จากที่รถคันละเป็นล้าน ๆ ตอนนี้สตาร์ตเริ่มต้นตั้งแต่ 5 แสนไปจนถึง 9 แสน จะมีก็ค่ายรถยุโรปและอเมริกา รวมถึงรถจีนระดับพรีเมียมบางรุ่นที่ราคาหลักล้านบาทขึ้นไป
ก่อนหน้านี้ แม้ประธานใหญ่โตโยต้าอย่าง อากิโอะ โตโยดะ จะยืนยันเป็นครั้งที่ 100 ว่ารถไฟฟ้าไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร โตโยต้าเองก็ยังจำเป็นต้องพัฒนา EV ควบคู่ไปด้วยเช่นเดียวกัน แม้ชั่วโมงนี้จะถูกค่ายรถจีนโกยส่วนแบ่งการตลาดทิ้งห่างไปไกลแล้วก็ตาม
bZ4X รถไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายสามห่วงที่ทำตลาดในไทยด้วยราคา 1.8 ล้านบาท เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควรในช่วงเปิดตัวเมื่อปลายปี 2022 จำได้ว่าจากกระแส EV ในช่วงนั้น ยอดจองกระหน่ำเข้ามาจนต้องปิดรับจอง และทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าในเวลาต่อมาจำนวน 132 คัน นั่นทำให้เราไม่ค่อยเห็น bZ4X วิ่งบนท้องถนนสักเท่าไร
ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กลับมาอีกครั้งกับ NEW bZ4X ซึ่งเป็นเวอร์ชันไมเนอร์เชนจ์ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราไปหมาด ๆ ราคารุ่น AWD อยู่ที่ 1.6xx ล้านบาท ซึ่งก็ต้องบอกว่ากระแสตอบรับยังดีเหมือนเดิม มีรายงานว่ายอดจอง NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังเปิดตัวเพียง 3 วัน
สำหรับ NEW bZ4X เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV อเนกประสงค์ D-Segment เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถ SUV ขนาดใหญ่ ที่ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 โดยมีการวางเป้าหมายยอดขายที่ มากกว่าเดิมถึง 6,000 คันในช่วงปีแรก
ที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน พละกำลังสูงสุดได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย
อีกหนึ่งจุดขายที่ผมมองว่าโตโยต้าเอามาข่มค่ายรถจีน คือการที่การันตีระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม กับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ เหมือนเป็นการย้ำว่าซื้อรถไฟฟ้าค่ายนี้ หมดห่วงเรื่องหาอะไหล่ไม่ได้หรือศูนย์บริการน้อยไปได้เลย
ซึ่งหากไล่เรียงดูรถไฟฟ้าที่ขนาด สมรรถนะ และราคาใกล้เคียงกันในระดับ 1 ล้านบาทต้น ๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาท ถือว่ามีคู่แข่งอยู่หลายค่าย มีค่ายรถจีน 3-4 ยี่ห้อ มีค่ายจากเกาหลีใต้ รวมถึงยังมีค่ายดังจากสหรัฐฯ เป็นคู่แข่งด้วย ซึ่งผมยังเชื่อว่าความเป็นแบรนด์โตโยต้า ย่อมทำให้คนที่เล็งรถไฟฟ้ายี่ห้ออื่นลังเลแน่นอน
งานนี้หากวิเคราะห์ในมุมของผม โตโยต้าไม่ลงไปสู้ในตลาด EV ที่ต่ำกว่าล้านแน่ ๆ แค่ขอมีเอี่ยวในตลาดระดับ 1-2 ล้าน โดยที่ไม่ได้มีเป้าหมายมาครองตลาดทั้งหมด แต่ในฐานะพี่ใหญ่ของวงการ เข้ามาทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เห็นว่าแม้ EV จะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของค่าย แต่ถ้าจะลงสนามขึ้นมาก็มีเหมือนกันนะโว้ย ประมาณนี้ครับ