หลายคนในที่นี้น่าจะโตมากับคำเตือนที่ว่า “คนผิวคล้ำ อย่าใส่เสื้อผ้าสีแดง” เพราะสีแดงมันฉูดฉาดเกินสีผิว ดูไม่เข้ากัน แถมในบางกรณียังทำให้ดูหมองดูดำกว่าเดิมด้วย ในขณะที่บางคนก็โตมากับคำแนะนำที่ว่า “จะถูกจะแพงขอแดงไว้ก่อน” ด้วยความที่สีแดงเป็นสีมงคลตามความเชื่อ นำมาซึ่งโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคล ทำให้เราโดดเด่นได้ไม่ยาก นั่นจึงทำให้คนที่มีผิวคล้ำสับสนได้ในบางที ว่าตกลงแล้วเราควรหลีกเลี่ยงสีแดง หรือควรจะใส่เสื้อสีแดงดี
อย่างไรก็ตาม คนผิวคล้ำบางคนไม่ได้เชื่อคำเตือนที่ว่านั่นเท่าไร และท้าทายระบบด้วยการใส่เสื้อผ้าสีแดง แต่ปรากฏว่าเสื้อผ้าสีแดงก็ไม่ได้ทำให้ดูแย่อย่างที่คิด ไม่เห็นเหมือนกาคาบพริกแบบที่โบราณว่าไว้ อาจจะไม่ได้ใสแล้วดูผ่องแบบคนผิวขาวแต่ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดขนาดใส่ไม่ได้ หรือคนบางคน เคยคิดและเชื่อเองมาโดยตลอดว่าสีผิวของตัวเองใส่เสื้อสีนั้นได้สีนี้รอด แต่เอาเข้าจริงใส่แล้วดูไม่ค่อยสวยเท่าไร หรือคิดว่าตัวเองใส่สีนี้ไม่ได้แน่ ๆ ใสส่แล้วดูหมอง ดูดำ ทว่าเมื่อได้ลองใส่จริง ๆ ดันรอดเฉย ดูดีกว่าที่คิด รวมถึงบางคนที่เข้าใจว่าสีผิวของตนเองเหมาะกับเครื่องประดับสีเงินมากกว่า แต่พอได้ลองใช้สีทอง ก็ใส่ออกมาได้สวยเหมือนกัน
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะความเหมาะสมของสีสันเครื่องแต่งกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีผิวภายนอกของเราเท่านั้น แต่มันขึ้นอยู่กับ “อันเดอร์โทน” ของผิวของเราต่างหาก ลองมาดูกันว่า “อันเดอร์โทน” จะช่วยให้เราแต่งตัวสนุกขึ้นได้อย่างไร
อันเดอร์โทน คืออะไร
อันเดอร์โทน (Undertone) คือสีผิวที่แท้จริงซึ่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนังกำพร้าของคนเรา เป็นสีที่สะท้อนออกมาจากเส้นเลือดและเม็ดสีที่อยู่ในผิวหนังชั้นใน โดยอันเดอร์โทนเป็นโทนสีที่คงที่ตลอดชีวิต ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่าง ๆ อย่างสภาพแวดล้อม การออกแดด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อันเดอร์โทนจึงแตกต่างจากสีผิวภายนอก ซึ่งเป็นสีผิวที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่าบนผิวหนังกำพร้าชั้นนอกสุด และสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่าง ๆ
การรู้จักอันเดอร์โทนของตัวเองนับเป็นเรื่องสำคัญมาก เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราค้นพบสีสันที่ใช่สำหรับตัวเอง หรือ Personal Color ทำให้การแต่งหน้า แต่งตัว ทำสีผม หรือเลือกสวมใส่เครื่องประดับได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น และยังช่วยเสริมความมั่นใจในทุก ๆ วันอีกด้วย เมื่อเราเจอสีที่ใช่ จะช่วยเสริมให้บุคลิกภาพให้ดูดีขึ้นได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว
ความรู้เกี่ยวกับอันเดอร์โทนนี้ มีรากฐานมาจากศาสตร์ด้านทฤษฎีสี (Color Theory) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่องของการผสมสี การจัดเรียงสี และผลกระทบของสีต่อสายตาของมนุษย์ ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาเชิงประยุกต์ในยุคหลัง โดยเฉพาะในแวดวงการสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ต่อยอดนำเอาความรู้ด้านสีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า การเปลี่ยนสีผม หรือการแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีที่ใช่
อันเดอร์โทนมีกี่แบบ
อันเดอร์โทนแบ่งเป็น 3 แบบ
- โทนอุ่น (Warm Undertone) สีของอันเดอร์โทนจะเป็นผิวติดเหลือง มักพบมากในคนกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในโซนร้อน เช่น เอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา
- โทนเย็น (Cool Undertone) สีของอันเดอร์โทนจะเป็นผิวอมชมพู มักพบในคนเชื้อสายยุโรปตอนเหนือ ซึ่งมีเมลานินจากเซลล์ผิวหนังน้อย
- โทนกลาง (Neutral Undertone) สีของอันเดอร์โทนจะเป็นสีผสมกันระหว่างโทนอุ่นและโทนเย็น อันเดอร์โทนกลางจึงเป็นสีที่อยู่ตรงกลางระหว่างผิวโทนเหลืองและผิวโทนอมชมพู
วิธีสังเกตอันเดอร์โทนด้วยตัวเอง แบบไหนที่ใช่เรา
วิธีสังเกตอันเดอร์โทนด้วยตัวเอง ว่าสีผิวของเราจัดอยู่ในโทนไหน
1. สังเกตจากสีของเส้นเลือดบริเวณข้อมือหรือข้อพับแขนในแสงธรรมชาติ
- ถ้าเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีเขียวหรือเขียวขี้ม้า อันเดอร์โทนคือ โทนอุ่น (Warm Undertone)
- ถ้าเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง อันเดอร์โทนคือ โทนเย็น (Cool Undertone)
- ถ้าเส้นเลือดที่ข้อมือเป็นสีเขียวและน้ำเงินปน ๆ กัน หรือบางครั้งก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นสีอะไร อันเดอร์โทนคือ โทนกลาง (Neutral Undertone)
2. สังเกตจากการตอบสนองต่อแสงแดด
- ถ้าโดนแดดแล้วผิวคล้ำได้ง่าย แต่ไม่ค่อยไหม้แดด อันเดอร์โทนคือ โทนอุ่น (Warm Undertone)
- ถ้าโดนแดดแล้วผิวแดงมากกว่าคล้ำ และผิวไหม้ง่าย อันเดอร์โทนคือ โทนเย็น (Cool Undertone)
- ถ้าโดนแดดแล้วผิวคล้ำแถมยังดูไหม้แดด อันเดอร์โทนคือ โทนกลาง (Neutral Undertone)
3. สังเกตจากการสีของเครื่องประดับ
- ถ้าใส่เครื่องประดับสีทองแล้วขับผิว อันเดอร์โทนคือ โทนอุ่น (Warm Undertone)
- ถ้าใส่เครื่องประดับสีเงินหรือทองคำขาวแล้วขับผิว อันเดอร์โทนคือ โทนเย็น (Cool Undertone)
- ถ้าสามารถใส่ได้ทั้งเครื่องประดับสีทองและสีเงิน โดยที่เข้ากับผิวทั้งคู่ อันเดอร์โทนคือ โทนกลาง (Neutral Undertone)
4. สังเกตจากสีของเสื้อผ้า
- ถ้าใส่เสื้อสีโทนอุ่น (ส้ม เหลือง เขียวมะกอก) แล้วทำให้หน้าสว่าง อันเดอร์โทนคือ โทนอุ่น (Warm Undertone)
- ถ้าใส่เสื้อสีโทนเย็น (น้ำเงิน ม่วง ชมพูเย็น) แล้วทำให้หน้าสว่าง อันเดอร์โทนคือ โทนเย็น (Cool Undertone)
- ถ้าใส่เสื้อสีโทนไหนก็รอด หน้าสว่าง ไม่ได้ดูหมองหรือดำ อันเดอร์โทนคือ โทนกลาง (Neutral Undertone)
5. สังเกตจากการเทียบสีผิวที่คอและอกด้วยผ้าหรือกระดาษสีขาว
- ถ้าสีผิวดูออกไปทางสีเหลือง/ทอง/น้ำตาลอ่อน อันเดอร์โทนคือ โทนอุ่น (Warm Undertone)
- ถ้าสีผิวดูออกไปทางสีชมพู/แดง/น้ำเงินอมชมพู อันเดอร์โทนคือ โทนเย็น (Cool Undertone)
- ถ้าสีผิวดูออกไปทางสีเทา ๆ อันเดอร์โทนคือ โทนกลาง (Neutral Undertone)
การรู้อันเดอร์โทนมีประโยชน์อย่างไร
เพราะอันเดอร์โทนคือโทนสีที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังกำพร้าของคนเรา เป็นสีที่สะท้อนออกมาจากเส้นเลือดและเม็ดสีที่อยู่ในผิวหนังชั้นใน ทำให้อันเดอร์โทนมีความคงที่ แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดชีวิต แม้ว่าสีผิวภายนอกจะคล้ำขึ้นหรือซีดลงตามปัจจัยอื่น ๆ อย่างแสงแดด ฤดูกาล อาการแพ้ หรือแม้กระทั่งรอยสิวและรอยแดงต่าง ๆ ก็ตาม ดังนั้น การที่เรารูอันเดอร์โทนของตัวเอง จึงมีประโยชน์ในด้านความงามเป็นสำคัญ ช่วยให้เราตัดสินใจเลือก “สี” ของข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับร่างกายให้เหมาะกับตัวเอง เพิ่มความสวยงาม เสริมความมั่นใจ เสริมเสน่ห์ และเสริมบุคลิกภาพได้อีกด้วย ดังนั้น หลัก ๆ เราจึงใช้ประโยชน์จากอันเดอร์โทนเพื่อเลือกสิ่งที่มีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ
1. การเลือกเครื่องสำอาง
หลายคนในที่นี้น่าจะเคยมีปัญหาในการเลือกสีเครื่องสำอางบางอย่าง เช่น สีของรองพื้น สีแป้งตลับ สีคอนทัวร์ สีไฮไลต์ สีคอนซีลเลอร์ หรือแม้แต่ (โทน) สีของลิปสติก โดยเฉพาะสีแป้งและรองพื้น เราไม่อาจใช้สีที่ตัวเองชอบมาเป็นตัวตัดสินได้ เราอาจจะชอบสีนี้ แต่เมื่อนำมาใช้แต่งหน้าจริง ๆ แล้วมันไม่เป็นธรรมชาติ ไม่เข้ากัน หน้าวอก หน้าลอย ที่แม้แต่ตัวเราเองยังสังเกตเห็นว่ามันไม่สวย และการที่เรารู้สึกว่าตัวเองแต่งหน้าไม่สวย มันก็บั่นทอนความมั่นใจของเราในวันนั้นลงไปมากเลยทีเดียว แต่ถ้าเรารู้อันเดอร์โทนของตัวเอง เราจะสามารถเลือกสีเครื่องสำอางที่มันเข้ากับอันเดอร์โทน เมื่อนำมาใช้แต่งหน้า มันก็จะกลมกลืนไปกับผิวจริง ดูเป็นธรรมชาติ ไม่วอก ไม่ลอย
- อันเดอร์โทนอุ่น (Warm) เลือกแป้งหรือรองพื้นที่โทนติดเหลืองหรือทอง
- อันเดอร์โทนเย็น (Cool) เลือกแป้งหรือรองพื้นที่โทนอมชมพูหรือเบจชมพู
- อันเดอร์โทนกลาง (Neutral) เลือกแป้งหรือรองพื้นได้ทุกโทน แต่ต้องเลือกระดับความเข้ม-อ่อนของเฉดสีให้เหมาะกับสีผิวภายนอกของตัวเอง
2. การเลือกสีเสื้อผ้า
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของการรู้อันเดอร์โทนก็คือ เพื่อใช้เลือกสีเสื้อผ้าให้เหมาะกับตัวเองนั่นเอง เพราะเสื้อผ้าเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่เราทุกคนต้องสวมใส่เป็นปกติ ต่างจากเครื่องสำอางที่ไม่ได้จำเป็นต้องแต่งหน้าเสมอไป เครื่องประดับก็ไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้ หรือสีผมก็ปล่อยเป็นสีที่ธรรมชาติให้มา แต่เสื้อผ้าจะอยู่ติดตัวเราตลอด และในโอกาสพิเศษ เราก็ต้องการที่จะดูสวยหรือโดดเด่นจากสีของเสื้อผ้าด้วย โดยการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับอันเดอร์โทนจะช่วยขับผิวให้ดูสดใส มีออร่า หน้าไม่ดูหม่นหมอง หรือไม่ทำให้สีผิวที่อาจจะคล้ำอยู่แล้วดูคล้ำลงไปมากกว่าเดิม
- อันเดอร์โทนอุ่น (Warm) เหมาะกับเสื้อผ้าโทนสีส้ม เหลือง แดง น้ำตาล เขียวมะกอก เขียวขี้ม้า ทอง
- อันเดอร์โทนเย็น (Cool) เหมาะกับเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ม่วง ชมพูเย็น เทาเงิน เขียวมรกต
- อันเดอร์โทนกลาง (Neutral) ยืดหยุ่น สวมใส่เสื้อผ้าได้ทุกสี สีไหนก็รอด
3. การเลือกเครื่องประดับ
แม้ว่าเครื่องประดับจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อร่างกายเท่ากับเสื้อผ้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องประดับคือสิ่งที่คนเรานำมาสวมใส่เพื่อเพิ่มความสวยงาม เสริมบุคลิกภาพ ทั้งยังเพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวตน ความชอบส่วนตัว ความเชื่อ หรือสถานะทางสังคมได้อีกด้วย นอกจากเครื่องประดับสีพื้น ๆ ที่เราสามารถเลือกสวมใส่ให้เหมาะกับตัวเองได้ในโทนเดียวกันกับสีของเสื้อผ้าแล้ว ยังมีเครื่องประดับสีเงินและสีทอง ที่เหมาะกับอันเดอร์โทนไม่เหมือนกัน หากเราเลือกเครื่องประดับสีเงินหรือทองเข้ากับอันเดอร์โทนของตัวเอง จะช่วยขับผิวให้ดูเปล่งประกาย ดูสว่าง และดูสวยมากขึ้น
- อันเดอร์โทนอุ่น (Warm) เหมาะกับเครื่องทอง เหลืองอำพัน โรสโกลด์ หรือทองแดง จะทำให้ดูผิวสดใส
- อันเดอร์โทนเย็น (Cool) เหมาะกับเครื่องเงิน แพลทินัม ไวท์โกลด์ จะช่วยให้ผิวดูสว่าง
- อันเดอร์โทนกลาง (Neutral) ใช้ได้ทั้งเครื่องประดับสีเงินและสีทอง
4. การทำสีผม
การทำสีผม คือแฟชั่นอย่างหนึ่งที่ใคร ๆ ก็ทำกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเลือกทำสีไหนก็ได้ (ถ้าไม่อิงตามความชอบหรือความต้องการว่าอยากลองทำสีนี้เพียงเท่านั้น) เพราะเราต้องเลือกสีที่มันเข้ากับเราด้วย การทำสีผมให้เข้ากับอันเดอร์โทน จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่าง สดใส และไม่หมอง
- อันเดอร์โทนอุ่น (Warm) เหมาะกับสีผมที่มีประกายทอง เช่น น้ำตาลคาราเมล ทองน้ำผึ้ง น้ำตาลประกายแดง
- อันเดอร์โทนเย็น (Cool) เหมาะกับผมสีหม่น ๆ หรือโทนเย็น เช่น สีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลหม่น บลอนด์หม่น
- อันเดอร์โทนกลาง (Neutral) ทำสีผมได้ทั้งโทนหม่นและโทนประกายทอง แต่ควรหลีกเลี่ยงสีสุดปลายสเกล เช่น ทองที่สว่างมาก หรือดำแบบดำสนิท เว้นแต่จะเป็นสีผมธรรมชาติ
สำหรับใครที่อยากรู้ว่าอันเดอร์โทนของตัวเองคือแบบใด ก็ลองนำเทคนิคที่ให้ไว้ในบทความนี้ไปลองสังเกตกับตัวเองดู รวมถึงสามารถนำเอาความรู้ที่ได้ไปปรับใช้กับการแต่งหน้า และแต่งตัวของตัวเองดู รับรองว่าคุณจะดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยทีเดียว!





























