Home Inspiration My Dear มีเดีย ชีวิตมีความสุขได้ด้วย “การทิ้ง”

ชีวิตมีความสุขได้ด้วย “การทิ้ง”

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับหนังสือมาด้วยกันสองเล่ม เล่มแรกเป็นหนังสือเป็นหนังสือที่ขายดีในญี่ปุ่น มีชื่อว่า “ทุกอย่างทิ้งมันไปให้หมด” (เซนบู ซูเทเท ซีมาอู) ในความหมายของหนังสือคือ ทิ้งทุกอย่างไปให้หมดเพื่ออิสระของชีวิต อีกเล่มเป็นหนังสือเกี่ยวกับการปรัชญาการปกครองที่เขียนโดย นิกโกโล มาเคียเวลลี ในชื่อ The Prince เจ้าผู้ครองนคร

เป็นหนังสือสองเล่มที่เมื่อได้รับมาแล้ว มีความรู้สึกอยากอ่านขึ้นมาทันที ส่วนหนึ่งเพราะเนื้อหาของหนังสือมีความน่าสนใจทั้งสองเล่ม อีกประการ เป็นหนังสือที่ช่วยให้มุมมองของการใช้ชีวิตได้กว้างขึ้นกว่าเดิม อย่างเล่มแรก “ทุกอย่างทิ้งมันไปให้หมด” นั้น เป็นหนังสือที่เขียนโดยนักเขียนญี่ปุ่นอย่าง นากาโนะ โยชิฮิสะ อดีตประธานบริษัท และ CEO ของ Warehouse TERRADA บริษัทให้บริการคลังสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในญี่ปุ่น หนังสือเล่มนี้คือการรวบรวมเอาคำบอกเล่าแนวคิดของ นากาโนะ โยชิฮิสะ ที่มองว่าการปลดพันธนาการเพื่อให้มีชีวิตอย่างมีความสุขคือการ “ทิ้งมันไปให้หมด”

บทหนึ่งที่คุณนากาโนะ เล่าถึงบทที่ว่า “ทิ้งการคบค้าสมาคม แค่มีเพื่อนที่คุยเรื่องอนาคตกันได้ก็พอ” โดยคุณนากาโนะเล่าว่าการมีเพื่อนที่คบค้ากันเป็นประจำนั้นมีแค่สิบคนก็พอแล้ว คนที่อยากคุยต่อไปเรื่อย ๆ คือคนที่คุยถึงอนาคตสดใสด้วยกันได้ ส่วนคนที่เอาแต่บ่นและพูดเรื่องที่พวกเขาไม่พอใจ จะห่างกันโดยอัตโนมัติ

คำบอกเล่าของคุณนากาโนะ เป็นการสื่อสารแบบสั้น ๆ แต่ได้ใจความค่ะ เพราะเอาเข้าจริงเมื่อคุณเติบโตพอที่จะมองโลกด้วยสายตาที่ไม่มีฟิลเตอร์ คุณจะพบว่าสิ่งที่คุณนากาโนะเล่าถึงเรื่องการคบค้าสมาคมนั้นไม่เกินจริง เพราะนอกจากธรรมชาติจะคัดสรรผู้คนเข้ามาในชีวิตเราแล้ว เราเองจะเติบโตขึ้นจากตัวตนในอดีต ทำให้คนรอบตัวเราเปลี่ยนไป รวมไปถึงเพื่อนเก่าของเราด้วยเช่นกัน

อีกหนึ่งบทที่หนังสือ “ทุกอย่างทิ้งมันไปให้หมด” เล่าเอาไว้อย่างน่าสนใจคือ เรื่องของความมั่นคงที่คนทุกวันนี้พยายามตามหา เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับตนเอง ทว่าคุณนากาโนะ เล่าไว้ในบทที่ว่า “โลกนี้ไม่มีความมั่นคง การปล่อยตัวไปตามกระแสต่างหากที่เป็นกฎธรรมชาติ…สิ่งที่จำเป็นในโลกแบบนั้นไม่ใช่การโหยหาความมั่นคง แต่เป็นทักษะในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง”

เนื้อหาจากบทดังกล่าว เหมือนเป็นการสะกิดให้หลายคนที่กำลังวิ่งตามหาความมั่นคง ได้หยุดคิดว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เราคิดว่าเป็นความมั่นคงในชีวิต ทั้งงาน บ้าน รถ หรือทรัพย์สิน ที่อยู่รอบกายนั้นแท้จริงแล้วทำให้เรารู้สึกมั่นคงได้แค่ไหน ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง

หนังสือของคุณนากาโนะ “ทุกอย่างทิ้งมันไปให้หมด” นั้น อ่านแล้วน่าจะทำให้คุณได้เห็นแล้วว่าแท้จริงแล้วบนโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน ทีนี้พอมาเปลี่ยนอารมณ์ เป็น The Prince เจ้าผู้ครองนคร หนังสือที่เรียกได้ว่าจะทำให้คุณได้เห็น Darkside ของการเมืองการปกครองได้อย่างชัดเจน คำถามที่อยู่บนปกหลังของหนังสือที่ว่า

“การเป็นที่รักดีกว่าเป็นที่เกรงกลัว หรือการเป็นที่เกรงกลัวดีกว่าการเป็นที่รัก” คำถามดังกล่าวคือ การตั้งคำถามต่อมนุษย์กับการปกครองอย่างแท้จริง และการปกครองที่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นการปกครองทางการเมือง การปกครองในองค์กรหรือในการทำงาน ล้วนแล้วแต่เป็นเกมอำนาจที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

หนังสือสองเล่มนี้ แม้จะคนละแนวทาง แต่เป็นการอ่านที่ให้ความรู้ได้อย่างเพลิดเพลิน บางแนวทางแม้คุณไม่เห็นด้วย แต่เราสามารถนำเอาสาระที่มีมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้ไม่ยาก ลองวางเครื่องมือสื่อสารของคุณลง แล้วหยิบหนังสือหนึ่งในสองเล่มนี้ขึ้นมาอ่านค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า