Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Head over Heels โชคร้ายทำลายคน เอาชนะได้ด้วยความคลั่งรัก!

Head over Heels โชคร้ายทำลายคน เอาชนะได้ด้วยความคลั่งรัก!

ภาพจาก FB: tvN drama

มาค่ะ! เร่กันเข้ามา! ทั้งซีรีส์ใหม่ ซีรีส์ดอง ซีรีส์ที่กำลังตามอยู่ นาทีนี้คือไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนมันแล้วค่ะ! ซึ่งหลังจากวันนี้ไปก็ต้องไปตามเก็บเกมปลาหมึกซีซันสุดท้ายต่ออีก เห็นรีวิวผ่าน ๆ ว่าไม่ต้องรีบดูก็ได้หรือไม่ดูเลยก็ยังได้ 555 แต่ก็นะ ตามมาจนถึงซีซันจบแล้วก็ต้องตามให้จบแหละ อยากรู้ว่าจะจบยังไง เอาเป็นว่าสัปดาห์หน้าเจอกันแน่! แต่สัปดาห์นี้ก็มีซีรีส์เรื่องใหม่ที่น่าสนใจแทรกคิวเข้ามาก่อน แถมยังเพิ่งเล่นได้ 2 ตอน ยังพอมีเวลานอนตอนเช้า เพราะงั้นขอเก็บเรื่องนี้ก่อน

Head over Heels หรือชื่อภาษาไทยสุดเฟี้ยวจาก Prime Video ว่า หนุ่มดวงจู๋กับหมอดูคนจ๋วย บอกเล่าเรื่องราวรักวัยใสของหนุ่มสาวมัธยมปลายที่ต้องฟันฟ่าอุปสรรคที่ไม่ใสเอาเสียเลย เพราะทุกย่างก้าวของพวกเขาคือความตาย เมื่อหนุ่มชะตาขาดคนหนึ่งเดินเข้ามาในสำนักคนทรงแม่หมอสวรรค์และพิภพแบบกลับหัว ตามญาณทิพย์ของคนทรงก็คือ เขากำลังจะตาย! และแม้จะเป็นหนุ่มโชคร้ายที่ชะตาถึงฆาต อาจตายเมื่อไรก็ได้ภายใน 21 วันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อเท็จจริงก็คือ เขาหล่อมาก ตาคม จมูกโด่ง ปากอวบอิ่ม พูดง่าย ๆ ก็คือ หล่อจนแม่หมอของเราตกหลุมรักชนิดที่ไม่ยอมปีนขึ้นมาเลย

ภาพจาก FB: tvN drama

ส่วนสำนักคนทรงแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา ฉากหน้าอาจจะดูเป็นสำนักคนทรงที่มีหมอผีที่เก่งกาจ หมอผีคนทรงตัวท็อปที่คนทั่วทุกสารทิศแห่มาหา แต่ฉากหลังของแม่หมอคนทรงที่ใคร ๆ ต่างกราบไหว้บูชา เธอเป็นเพียงนักเรียนสาววัยมัธยมปลายเท่านั้น ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตแบบสองโหมด กลางวันเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาที่ไปโรงเรียนสายทุกวัย นั่งฟุบโต๊ะหลับแทบทุกคาบ แต่กลางคืน เธอจะเป็นร่างทรงของเทพธิดา คอยช่วยบรรเทาความทุกข์สุมอกของปุถุชนคนธรรมดาที่ไม่เคยเรียนรู้ว่าการพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีและอยู่กับปัจจุบันให้ได้น่ะมีความสุขที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม เธอพยายามปิดบังตัวตนสุดยอดนี้ไว้เป็นความลับ หลังจากที่เขาย้ายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับเธอ

ภาพจาก FB: tvN drama

เมื่อแม่หมอที่มีญาณทิพย์อย่างเธอดันไปตกหลุมรักหนุ่มดวงซวยที่สัญญาณมรณะแรงขั้นสุด ทีนี้จะทำยังไงได้ล่ะ ถ้าเขาตายก็เสียดายความหล่อน่ะสิ 555 ด้วยความรักบังตา เธอไม่ยอมให้รักแรกของเธอต้องตายไปแบบนี้แน่ ๆ ลำพังแค่แรงคลั่งรักก็ทำให้เธอตัดสินใจผลีผลามที่จะช่วยชีวิตเขาโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองอยู่แล้ว แต่อีกเรื่องก็คือ เธอคือเพื่อนนักเรียนไม่กี่คนที่กล้าที่จะเดินเข้าหาเขา และย่าของเขาก็ฝากฝังเขาไว้กับเธอ ด้วยเหตุนี้เธอจึงสวมบทเครื่องรางมนุษย์ เข้าไปขัดขวางโชคชะตาร้าย ๆ และคอยปกป้องเขาจากเคราะห์ร้ายทุกวิถีทาง

วิกฤติในชีวิตมาเยือนเราเวลาที่เราไม่มีสิ่งที่เราต้องการ คนไม่มีความสุขเพราะอิจฉาคนอื่น

มันเป็นสัจธรรมที่หยั่งรากลึกในธรรมชาติของชีวิตมนุษย์จริง ๆ นะ มนุษย์จะเริ่มไม่มีความสุขเมื่อไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ความอยากได้อยากมีที่มันไม่เคยสิ้นสุด จะพามนุษย์ไปสู่จุดวิกฤติของชีวิต ซึ่งวิกฤติของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันเสียด้วย นางเอกที่เป็นคนทรงเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเธอต้องมานั่งฟังเหล่าคนที่ต้องการนั่นต้องการนี่ และคอยช่วยเหลือพวกเขาในฐานะของเทพเจ้าที่มีอำนาจเหนือธรรมชาติ พวกเขามาหาหมอดูเพราะปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ ปรารถนาที่จะมีความรัก ปรารถนาที่จะมีลูก ปรารถนานั่นปรารถนานี่ในสิ่งที่ตัวเองยังไม่มี แต่ถ้ามีได้แล้วก็จะรู้สึกพึงพอใจกับมันแค่ชั่วคราว หลังจากนั้นจะเริ่มเบื่อหน่าย แล้วเริ่มแสวงหาความต้องการใหม่ ๆ วนเวียนไปไม่รู้จบ

ภาพจาก FB: tvN drama

เอาจริง ๆ นะ นี่เพิ่งคุยกับ Chatbot AI ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง เพราะจู่ ๆ ก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าทำไมความต้องการของมนุษย์เรามันถึงมีแบบไม่รู้จบ (ที่นึกสงสัยก็เพราะข่าวสารบ้านเมืองเวลานี้) มีมากกว่าชาวบ้านชาวช่องเขาแล้วก็ยังไม่พอ ยังพยายามที่จะมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่สนวิธีการด้วยว่ามันจะดูต่ำทรามหรือน่าสมเพชขนาดไหน บวกกับกำลังอยู่ในช่วงทดสอบการทำงานของ Chatbot AI 2 เจ้า ว่าเจ้าไหนสามารถเป็นผู้ช่วยในการทำงานได้ดีกว่ากัน แล้วนี่ก็คือคำตอบจาก Chatbot AI เจ้าหนึ่ง ที่อ่านดูแล้วรู้สึกว่า เออ! ข้อมูลที่หามามันเข้าท่าดีแฮะ! เดี๋ยวจะลองแชร์ให้อ่านกัน เพราะเห็นว่ามันค่อนข้างเข้าเค้ากับสิ่งที่นางเอกเรื่องนี้รู้สึกในฐานะของหมอดู

ภาพจาก FB: tvN drama

“ในทางปรัชญา โดยเฉพาะแนวคิดของนักปรัชญาอย่าง อาร์เธอร์ โชเปนเฮาเออร์ (Arthur Schopenhauer) มองว่า ชีวิตมนุษย์คือการแกว่งไปมาระหว่างความต้องการกับความเบื่อหน่าย เมื่อเรายังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เราจะรู้สึกทุกข์ทรมาน แต่เมื่อได้มาแล้ว ความพึงพอใจนั้นกลับเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและจะแปรเปลี่ยนเป็นความเบื่อหน่ายในไม่ช้า นำไปสู่การแสวงหาความต้องการใหม่ ๆ วนเวียนไม่รู้จบ สภาวะไร้ซึ่งเป้าหมายหรือการไม่สามารถเติมเต็มความปรารถนาได้นี้เองที่ผลักให้หลายคนเข้าสู่วิกฤติของชีวิต”

“มุมมองนี้สอดคล้องกับแนวคิด อัตถิภาวนิยม (Existentialism) ที่มองว่ามนุษย์ถูกโยนเข้ามาในโลกที่ไร้ซึ่งความหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เราจึงต้องสร้างความหมายและเป้าหมายให้ชีวิตด้วยตนเอง วิกฤติจึงอาจเกิดขึ้นเมื่อเป้าหมายที่เคยยึดถือพังทลายลง หรือเมื่อเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราไขว่คว้ามานั้นช่างว่างเปล่าและไม่สามารถมอบความหมายที่แท้จริงให้แก่ชีวิตได้”

ภาพจาก FB: tvN drama

เป็นไงล่ะ AI ที่ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก ดูจะเข้าใจพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ได้ดีกว่าตัวมนุษย์เองซะอีกนะ 555 ตลกร้ายเวอร์ แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าปกติเวลาคุยกับ Chatbot AI ก็ไม่เคยเชื่อมันร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก บ่อยครั้งที่ยังคงต้องรีเช็กด้วยตัวเอง ใช้ search engine หาข้อมูลซ้ำอีกครั้ง เพราะบางทีมันก็บ้งใส่ ตอบอะไรมั่ว ๆ สั่ว ๆ มาบ่อยเหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่าครั้งนี้มันตอบได้ดี

จบการคุยกับ AI แล้วมากลับมาที่ซีรีส์ คือแม้ว่านางเอกจะรู้ดีว่าคนเหล่านี้ไม่มีความสุขจนต้องเดินเข้าสำนักหมอดูมาหาตัวเองเพราะอะไร และก็รู้ด้วยว่าแค่โฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองมีหรือตัวเองเป็นให้ได้ ใจก็จะเบาขึ้น แต่ตัวเธอเองก็ดันมีปัญหาที่จะทำแบบนั้น เพราะเธอเองก็ “อิจฉา” พวกเขา อิจฉาที่คนเหล่านั้นได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา สิ่งที่ตัวเธอเองเป็นไม่ได้ ซึ่งความอิจฉา คืออารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น และรู้สึกด้อยกว่าเมื่อเห็นคนอื่นมีในสิ่งที่เราไม่มี ความอิจฉาบั่นทอนความสุขได้โดยตรง เพราะมันทำให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ขาด แทนที่จะชื่นชมในสิ่งที่มี แต่หลังจากนี้ เธอคงจะมีความสุขขึ้น พึงพอใจกับความไม่ธรรมดาที่ตัวเองมี เพื่อปกป้องใครสักคนด้วยความเต็มใจ

เธอคงคิดว่าเคราะห์ร้ายฆ่าคนได้ใช่ไหม ไม่จริงเลย…คนต่างหาก ที่ฆ่าคนด้วยกันได้

อีกประเด็นที่น่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ ความดวงซวยของพระเอกนี่แหละ แล้วหมอนี่คือไม่ใช่คนดวงซวยธรรมดา ๆ ด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นตัวหายนะ ตัว ship หายเลยก็ว่าได้ เพราะความวิบัติ ความวินาศสันตะโร ที่คนอื่น “เชื่อว่า” เขานำพามันมา ไม่ได้เกิดกับเขาแค่คนเดียว แต่เขายังนำพาความโชคร้ายมากมายมาสู่คนรอบข้าง และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มแสนดี อบอุ่น อ่อนโยนอย่างเขา ปิดกั้นตัวเองจากทุกคน หลีกเลี่ยงที่จะมีเพื่อน กลายเป็นคนเย็นชา ปากร้าย ไร้มารยาท อารมณ์รุนแรงใส่ทุกคน เพื่อไม่ให้ใครต้องมาแบ่งเคราะห์ความซวยไปจากเขา เสี่ยงตายไปด้วยเมื่ออยู่ใกล้กันกับเขา ซึ่งมีเรื่องเฉียดตายได้ตลอดเวลา

ที่สำคัญคือ ความโชคร้ายของพระเอกนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องที่เขาต้องแบกรับชะตากรรมคนโคตรซวยมาตั้งแต่เกิด แต่มันคือการที่คนอื่น “ตีตรา” เขาด้วยต่างหากว่าเป็นพวกตัวซวย การที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาสักคน หรือการที่เขาต้องเห็นคนอื่น ๆ มารับเคราะห์ร้ายร่วมไปกับเขา มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาคือคนที่ไม่สมควรจะมีความสุข ไม่สมควรที่จะมีเพื่อน ไปถึงขั้นไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อด้วยซ้ำ เพราะถ้าเขาตายไปซะ เรื่องทุกอย่างมันก็จะจบ และตัวเขาจะได้ไม่ต้องมาแบกรับความรู้สึกแย่ ๆ ที่ทุกคนพากันโยนใส่เขา ด้วยเขาเป็นตัวซวยของทุกคน

ภาพจาก FB: tvN drama

เวลานี้ ปมที่หนักที่สุดของพระเอก ไม่ใช่การที่เขาเป็นคนโชคร้าย แต่มันคือการที่เขาเข้าใจและรู้สึกว่าตัวเอง “เป็นต้นเหตุ” ให้คนรอบตัวที่อยู่ใกล้ ๆ เขารับเคราะห์ร้ายแบบเดียวกัน เขาเข้าใจดีว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงไม่เข้าใกล้คนอับโชคแบบเขา และตัวเขาก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าใกล้คนอื่น เพราะขีดจำกัดที่จะแบกรับความรู้สึกผิดนี้มันมีไม่มาก บวกกับการที่ใครต่อใครก็ตราหน้าเขา รังเกียจเขา มันยิ่งกัดกินใจของเขาไปเรื่อย ๆ ถึงงั้น ท้ายที่สุดคนเราจะชินชาในสิ่งที่คนอื่นปฏิบัติกับเรา แต่สิ่งที่แย่ที่สุด คือการที่เขาเห็นว่าย่าของเขาเห็นว่าทุกคนเกลียดเขา เขาควรเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ ฉะนั้น เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นย่าที่เขารักต้องมาทุกข์ใจเรื่องที่คนอื่นไม่ยอมรับเขา

ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่ย่าของเขากังวลใจเช่นกัน เพราะต่างคนต่างก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นทุกข์และมีความสุขกับชีวิตในแบบที่เป็นอยู่ เลยพยายามทำตามวิธีของตัวเองเท่าที่จะทำได้ คนหลานหลีกเลี่ยงที่จะทำอะไรก็ตามที่จะทำให้ย่าเห็นว่าคนดวงซวยแบบเขาเป็นที่รังเกียจของทุกคน ส่วนย่าก็พยายามจะรักษาชีวิตเขาไว้ให้ได้ และคอยปลอบประโลมเมื่อเขาถูกกระทำจากคนอื่น ๆ ย่ามองว่า “ความโชคร้าย” ของเขาเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ มันต่างจาก “ความโหดร้าย” ซึ่งเป็นการกระทำที่มนุษย์เลือกที่จะทำต่อกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นคนโชคร้าย สิ่งหลังนี่แหละที่มีพลังทำลายล้างรุนแรงกว่าอย่างมหาศาลต่อจิตใจของหลานชาย

ภาพจาก FB: tvN drama

สิ่งที่พระเอกเจอมาทั้งชีวิต นอกจากประสบการณ์เสี่ยงตาย (แต่ก็ยังไม่ตาย) สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือ “การตายทั้งเป็น” ทั้งทางสังคมและทางจิตวิญญาณ มันไม่ใช่การตายทางกายภาพ แต่เป็นภาวะของการกัดกร่อนตัวตนและจิตใจอย่างช้า ๆ จนแทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนกำลังฆ่าเขา การตีตราซ้ำ ๆ หรือคำพูดเหน็บแนมว่าเขาเป็นพวกตัวซวย มันคือคำพูดที่ฆ่าคนตายทั้งเป็น เพราะไม่เพียงแต่คนอื่นจะปฏิบัติต่อเขาตามนั้น แต่ตัวเขาเองก็จะเริ่มซึมซับและเชื่อว่าตัวเองเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มันคือการขโมยตัวตนของเขาไป แล้วยัดเยียดตัวตนใหม่ที่สังคมสร้างขึ้นมา

หรือการที่เขาถูกปฏิเสธจากคนรอบข้างแม้แต่พ่อแม่ของตัวเอง มันคือการทำร้ายทางอารมณ์และการทอดทิ้ง มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการความรัก การยอมรับ และการเชื่อมโยงเพื่อความอยู่รอดทางจิตใจ แต่การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากทุกคน ไม่ต่างอะไรกับการตะคอกใส่หน้าว่า “การมีอยู่ของเขาไม่มีความหมาย” บางทีก็เจอพวกเล่นมุกตลกที่น่ารังเกียจ พนันว่าเขาจะตายเมื่อไร หรือเขาจะทำใครตาย นี่เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ คนพวกนั้นไม่ได้มองเขาในฐานะมนุษย์ที่มีความรู้สึกนึกคิดอีกต่อไป แต่มองเป็นเพียงวัตถุสำหรับสร้างความบันเทิง หรือเป็นปัญหาที่รอวันจะหายไป เขาคือคนเป็นที่ถูกปฏิบัติราวกับคนตาย มันสร้างบาดแผล ความรู้สึกเจ็บปวด โดดเดี่ยว และไร้ค่า

ภาพจาก FB: tvN drama

การที่เขาถอยห่างจากผู้คน จึงกลไกป้องกันตัวด่านสุดท้ายของจิตใจที่บอบช้ำเกินกว่าจะทนรับความเจ็บปวดได้อีกต่อไป เมื่อโลกภายนอกโหดร้ายเกินไป การถอยกลับเข้าไปในโลกของตัวเอง กลายเป็นหนทางเดียวที่เขาจะรักษาเศษเสี้ยวสุดท้ายของตัวตนเอาไว้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ย่ากังวลใจมากที่สุด คือเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรในขณะที่ยังไม่ตาย โชคร้ายก็แค่สภาวะ แต่มนุษย์ต่างหากที่ลงมือฆ่าเขาและฝังเขาทั้งเป็นแบบนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า มนุษย์ด้วยกันต่างหากที่ฆ่าเขา และเป็นการฆ่าที่ทารุณกว่าความตายทางกายภาพอีก เพราะมันคือการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้คนคนหนึ่งเป็น “มนุษย์” ในขณะที่พวกเขายังคงหายใจอยู่

เอาจริงนะ ที่เปิดซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาดู ใจจริงไม่ได้อยากได้สัจธรรมของชีวิตมาใช้สั่งสอนตัวเองให้เข้าใจธรรมชาติของโลกเลย 555 เปิดขึ้นมาเพราะแค่พระเอกหล่อ นางเอกน่ารัก (และการกลับมาเจอกันอีกครั้งของคู่นี้ที่เคยเจอกันมาครั้งหนึ่งแล้ว เรื่อง School 2021 ในฐานะนางเอกและพระรอง) และพล็อตเรื่องชวนซื้อ แต่แค่ 2 ตอนเท่านั้นยังเขียนประเด็นออกมาได้ยาวขนาดนี้ แปลว่าซีรีส์เรื่องนี้มันไม่ธรรมดาแล้วนะ แล้วนี่แอบเห็นว่ามีคนบ่นว่าคาแรกเตอร์พระเอกน่ารำคาญ โห! ไม่เจอแบบนี้กับตัวก็พูดได้สิคะ คนเราถูกปฏิบัติใส่อย่างน่ารังเกียจขนาดนั้น มันก็หลีกเลี่ยงผู้คนเป็นธรรมดาแหละ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ นางเอกจะทำให้พระเอกเปิดใจได้ยังไง ไปพร้อม ๆ กับการปกป้องเขา🧿