ความเปลี่ยนแปลงของการเสพสื่อและงานละครในปัจจุบัน ดูเหมือนต้องวิ่งตามความเร็วของอินเทอร์เน็ตไปแล้วนะคะเมื่อวงการ Soap Opera ได้ให้กำเนิดแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาในรูปแบบของ “ไมโครดราม่า” หรือ “ละครแนวตั้ง” ที่อยู่ภายใต้แอปพลิเคชันอย่าง ReelShort, FlickReels หรือ DramaBox ในขณะที่ “ละครแนวตั้งในจีน” นั้น กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนเป็นอย่างมาก
ถ้าคุณสงสัยว่าทำไม Micro Drama หรือละครแนวตั้งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับเนติเซนทั่วโลก ทั้งที่โปรดักชันอยู่ในรูปแบบต้นทุนต่ำ ขณะที่นักแสดงส่วนใหญ่เหมือนเป็นมือสมัครเล่น แต่ด้วยเนื้อหาที่เน้นไปเรื่องประเภทหญิงสาวต้องแต่งงานปลอม ๆ กับมหาเศรษฐี หรือทายาทตระกูลหมื่นล้านที่หายสาบสูญปลอมตัวกลับคืนสู่ครอบครัว เป็นการนำเสนอเนื้อหาและมีรสชาติที่เข้ากับผู้คนในปัจจุบันที่ชอบเสพดราม่าจากสังคมออนไลน์
รูปแบบของดราม่าแนวตั้งนั้น จะเป็นเนื้อหาที่มีความยาวต่อตอนไม่เกิน 60 วินาที จากนั้นคุณสามารถเลื่อนเพื่อรับชมตอนต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องรอว่าเหตุการณ์ในละครสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร
แล้วดราม่าแนวตั้งเหล่านี้ทำเงินอย่างไร วิธีการทำเงินจากละครแนวตั้งมีตั้งแต่บอกรับเป็นสมาชิก TieIn สินค้าในละคร ไปจนถึงเผยแพร่ให้ชมฟรีสองสามตอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จากนั้นละครจะตัดเข้าสู่ช่วงสำคัญ และคุณต้องจ่ายเงินเพื่อรับชม ราคาของแอปพลิเคชันเหล่านี้ เริ่มตั้นตั้งแต่ 350 บาทไปจนถึง 2,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่ได้รับความนิยมของแต่ละเจ้า
กระแส “ไมโครดราม่า” หรือ “ละครแนวตั้ง” ลุกลามมาถึงเมืองไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว เห็นได้จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากละครคุณธรรม และตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีค่ายใหญ่ในเมืองไทยเตรียมปั้นแพลตฟอร์มเพื่อตอบสนองความต้องการของคอละครแนวนี้เสียด้วย นี่ยังไม่นับรวมละครแนวตั้งจากจีน ที่ปัจจุบันเริ่มล้นตลาดในประเทศ จนทำให้ผู้ผลิตต้องขยายออกมานอกประเทศอันหมายรวมถึงในเมืองไทย ซึ่งให้การต้อนรับละครแนวตั้งจากจีนเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ มีรายงานจาก App Store และ Google Play Store ระบุเอาไว้ว่า แอปฯ ยอดนิยมสำหรับ ไมโครดราม่าหรือละครแนวตั้งนั้น ประกอบไปด้วย 3 แอปฯ ได้แก่ ReelShort, DramaBox และ DramaWave ทั้งสามแพลตฟอร์มมียอดดาวน์โหลดรวมกันถึง 34 ล้านครั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสร้างรายได้รวม 78 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2,730 ล้านบาท) เป็นตัวเลขที่น่าจะทำให้ผู้ผลิตหลายเจ้าหันมาขอแบ่งเค้กก้อนนี้กันในไม่ช้าค่ะ
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชมหลักของละครสั้นคือผู้หญิง โดยบริษัท Crazy Maple Studio ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ReelShort ที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ เปิดเผยว่า 70% ของผู้ใช้งานประจำรายเดือน จำนวน 45 ล้านคนของแอปฯ เป็นผู้หญิง และครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้มาจากสหรัฐอเมริกา
นับเป็นความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งที่กำลังเกิดขึ้นในโลกของ Content ดราม่าแนวตั้งหรือละครแนวตั้ง (ตั้งตามแนวของโทรศัพท์ในปัจจุบัน) คงต้องมาดูกันว่า กระแสของเนื้อหาในลักษณะนี้จะยืนระยะอยู่ได้นานขนาดไหน เพราะความนิยมของผู้คนยุคนี้มักจะเฮละโลไปรุมของใหม่ หลังจากที่เสพจนเบื่อแล้ว พวกเขามักจะกลับไปหาของที่ตนเองคุ้นเคย คงต้องมาติดตามกันค่ะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า