ท่ามกลางงานฉลองแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ที่แฟนหงส์ทั่วโลกพากันแช่มชื่นหัวใจกับถ้วยที่พวกเขารอคอย เพื่อจะทําสถิติทาบเท่ากับทีมคู่อริอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพร้อมจะติดเครื่องแซงต่อไปให้ได้ในอนาคตอันใกล้ อยากจะพูดถึงผู้เล่นประเภท “Unsung Hero” หรือฮีโร่ผู้ทํางานแบบปิดทองหลังพระในทีมบ้าง
แน่นอนความสําเร็จครั้งนั้น สปอตไลต์ย่อมจะต้องจับไปที่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ หรือ “คิงโม” ผู้ระเบิดสกอร์ไปแล้วถึง 28 ประตูเฉพาะในลีก เตรียมรับรางวัลรองเท้าทองคําเพราะทิ้งห่างอันดับสองอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัค อยู่ถึง 6 สกอร์ รวมทั้งความเฉิดฉายในแดนหลังของเฟอร์กิล ฟานไดค์ กัปตันทีม
แต่คนที่น่าจะได้รับเครดิตอย่างมาก ๆ เช่นเดียวกัน ผมมองว่าคืออเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์ ยอดมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนตินา ซึ่งลิเวอร์พูลซื้อมาจากไบรท์ตัน ด้วยสนนราคาคุ้มค่ายิ่ง ประมาณ 35 ล้านปอนด์เท่านั้น
ฤดูกาลนี้จุดหลักในการเป็นแชมป์ เนื่องจาก สล็อต ประสบความสําเร็จในการสร้างไทรแองเกิล หรือสามเหลี่ยมทองคําขึ้นมาใหม่ในแดนกลางถิ่นแอนฟิลด์ คือการจับไรอัน กราเฟนแบร์ก ถอยลงมายื่นคู่กับแม็คอลิสเตอร์ แล้วใช้โดมินิค โซบอสไล เป็นตัวรุกอยู่หลังหัวหอก
ในรายของ “กราฟ“ นั้นถือเป็นการค้นพบแห่งฤดูกาล ส่วนมิดฟิลด์ชาวอาร์เจน พอมีคนมาช่วยแบ่งเบาก็สามารถคิดถึงเกมบุกได้มากยิ่งขึ้น
“ซิสแม็ค“ พัฒนาตนเองจนกลายเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ สวมเบอร์ 10 แต่เก่งทั้งรับและรุกครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการไล่สกัดคู่ต่อสู้ การผ่านบอลสวย ๆ จากแดนกลาง การวิ่งเติมแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ แถมยังมีการยิงไกลที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนในเกมกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่เราเพิ่งเห็นมาหมาด ๆ
การที่เขาขึ้นมาจากแนวลึกนั้นเปรียบเสมือนอาวุธลับของทีมที่คู่ต่อสู้นั้นมองไม่เห็น และไม่สามารถเข้าประกบได้ทันในจังหวะสําคัญ
ฤดูกาลแรกในถิ่นแอนฟิลด์นั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยจับให้แม็คอลิสเตอร์ ยืนเป็นผู้เล่นหมายเลข 6 เล่นตํ่า แต่พอมาถึงยุค อาร์เน่อ สล็อต ผู้จัดการชาวดัตช์ให้อิสระเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่ตัวรับแบบดาด ๆ อีกต่อไป ด้วยการให้มาเติมเกมรุก จนกลายเป็นว่าเขาสามารถครอบคลุมพื้นที่ในแดนกลางของทีมได้กว้างมาก
ในบางอารมณ์เขาทําให้ผมนึกถึง โทนี่ โครส ในจังหวะผ่านบอลยาว แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว ในจังหวะที่มิดฟิลด์อาร์เจนติเนียนผู้นี้ขึ้นมาเติมเกมรุก
ในบางช่วงของฤดูกาล มีบ้างที่ร่างกายของเขาเริ่มฟ้องว่าทํางานหนักเกินไปแล้ว เนื่องจากต้องกรําศึกให้ทั้งลิเวอร์พูล และทีมชาติอาร์เจนตินา แต่พอแมตช์เริ่มเหลือน้อยลง แม็คอลิสเตอร์ เริ่มกลับมาสดและโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้ง ทําหน้าที่เป็นมันสมองในแดนกลางของทีมได้เป็นอย่างดี
จากถ้วยแชมป์เวิลด์คัพ 2022 มาเป็นพรีเมียร์ลีกปี 2025 โทรฟี่ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น โจทย์ต่อไปที่น่าท้าทายสําหรับแม็คอลิสเตอร์ ก็น่าจะเป็น ถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2026 ใช่หรือไม่อย่างไร มิกล้าคาดหวังอะไรมาก
แต่หาก “หงส์แดง“ ยังคงเดินหน้าพัฒนาส่วนที่ยังไม่เริ่ดมาก เพื่อยกระดับทีมต่อไป อาทิ เติมตําแหน่งศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ รวมทั้งแบ็กซ้ายที่เริ่มโรยรา และอาจเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวที่จะมาแข่งขันเพื่อแย่งชิงตําแหน่งกับคู่ฟานไดค์ และโคนาเต้
ฤดูกาลหน้า การเป็นแชมป์จะทําให้นักเตะลิเวอร์พูลชุดนี้มีความเชื่อมั่นและกล้าเล่นกันมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ย่อมจะต้องถูกคู่ต่อสู้วิเคราะห์และจับทางได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลีลาของผู้จัดการทีม สล็อต ซึ่งรับงานซีซั่นแรกยังไม่มีใครรู้ทาง และถูกปรามาสว่าจะไปไม่รอด พอมาได้แชมป์แบบนี้ก็คงต้องถูก “ลองของ“ จับทางหนักขึ้นแน่ในอนาคต
ส่วนอเล็กซิส แม็คอลิสเตอร์ นั้น มองยาว ๆ น่าจะพัฒนาไปได้อีกไกล ปัจจุบันอายุเพียง 26 ปี กําลังจะเข้าสู่ช่วงพีคสุดของอาชีพค้าแข้ง
ติดตามผลงานและความสําเร็จของยอดมิดฟิลด์ผู้นี้กันต่อไปครับ.






























