Home Uncategorized Do you hear the people sing? เสียงร้องจาก เคเพอร์นิค ถึง ทรัมป์

Do you hear the people sing? เสียงร้องจาก เคเพอร์นิค ถึง ทรัมป์

คุณคิดว่าเมื่อการเมืองเข้ามาอยู่ในสนามกีฬา และนักกีฬาอย่าง โคลิน เคเพอร์นิค ที่พยายามส่งเสียงสะท้อนของสังคมไปยังนักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ เหมือนดังเช่นบทเพลง Do you hear the people sing? ในบทละครชื่อดัง Les Miserables  ที่ประชาชนตั้งคำถามต่อนักการเมืองของตนเอง จะทำให้คนอย่างทรัมป์ รู้สึกหวั่นไหวหรือไม่ ลองพิจารณาจากเรื่องราวในบรรทัดต่อจากนี้

โคลิน  เคเพอร์นิค ควอเตอร์แบค ของ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส ผู้เล่นคนแรกของ เอ็นเอฟแอล ที่ตัดสินใจประท้วงการเหยียดสีผิวในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 ด้วยการนั่งคุกเข่าในระหว่างที่มีการบรรเลงเพลงชาติ เขาคือผู้เล่นที่มีสถิติการเล่นที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ถูกดราฟท์ตัว และ ยืนหยัดอยู่กับไนน์เนอร์ส มาโดยตลอด 

แต่หลังจากการแสดงออกของเคเพอร์นิค เพื่อตอบโต้ความอยุติธรรมด้วยวิธีที่สงบที่สุดที่เขาพึงจะทำได้ ผลที่เคเพอร์นิค ได้รับคือถูกจับไปนั่งที่ม้านั่งสำรอง ตลอดครึ่งฤดูกาลและแทบไม่ได้ลงสนาม และ หลังจากจบฤดูกาล 2016 เคเพอร์นิค ไม่ได้รับการต่อสัญญาจาก โฟร์ตี้ไนน์เนอร์ส และปัจจุบันกลายเป็นผู้เล่นแบบฟรีเอเย่นต์ แม้ว่านักวิเคราะห์เกมทุกคนในเอ็นเอฟแอล จะระบุว่าความสามารถของเคเพอร์นิค นั้นไม่ได้น้อยไปกว่าควอเตอร์แบค ชื่อดังของทีมอื่นๆเลย 

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ได้ฉวยโอกาสที่ เคเพอร์นิค ล้มด้วยกาทวิตข้อความทำนองซ้ำเติมเข้าไปอีกว่าจะใช้ความสัมพันธ์ที่มีกับทีมในเอ็นเอฟแอลไม่ให้รับ เคเพอร์นิค เข้าทีมเพราะทรัมป์คิดว่า การกระทำของ เคเพอร์นิค เป็นการกระทำที่ไม่รักชาติ

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เคเพอร์นิค ถูกกระทำทั้งจากผู้บริหารทีมฟุตบอล หรือ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ทำให้เพื่อนร่วมอาชีพในเอ็นเอฟแอล หรือ ในวงการอื่นของ อเมริกันเกม ของเคเพอร์นิค รู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด พวกเขายิ่งจับมือกันแน่นขึ้น คล้องแขนกันมากขึ้น 

ไม่เพียงแค่ในเอ็นเอฟแอล แต่ไปจนถึง เอ็นบีเอ เอ็มแอลบี และ ดับเบิลยูเอ็นบีเอ   แน่นอนว่าทุกภาพของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในวงการกีฬาสหรัฐ สร้างความเดือดดาลให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดทวิตข้อความหยาบคายพาดพิงถึงผู้เล่นในเอ็นเอฟแอล

และสารที่ส่งจากนักกีฬาทั้งหลายได้ทำให้เกิด แรงกระเพื่อมไปยังสื่อใหญ่อย่าง สปอร์ตอิลลัสเทรดเทด  ที่ขึ้นปกภาพนักกีฬาชื่อดัง คล้องแขน พร้อมกับข้อความที่สั่นสะเทือนความรู้สึกของคนทั้งประเทศว่า  “A nation divided, sport united” “แม้มีการแบ่งแยกในชาติ แต่วงการกีฬายังคงเป็นหนึ่งเดียว”

แต่ภาพดังกล่าวที่มี เชด คาห์น เจ้าของทีมจากัวร์ ผู้เล่นชื่อดังจากเอ็นบีเอ อย่าง เจมส์ และ สตีเฟ่น เคอร์รี่ย์ ผู้เล่นจาก เมเจอร์ลีกเบสบอล บรูซ แม็กเวลล์ โค้ชจากเอ็นบีเอ สตีฟ เคอร์ร แคชเชอร์ ผู้บริหารของ เอ็นเอฟแอล อย่างโรเจอร์ กูเดลล์ และ ผู้เล่นจากเอ็นเอฟแอล อาร์รอน รอดเจอร์ส ไมเคิล เบนเนตต์ และ คาเมรอน จอร์แดน รวมไปถึง แคนแดซ ปาร์คเกอร์ ผู้เล่นหญิงใน WNBAแต่ไม่มีภาพของ เคเพอร์นิค

ดูเหมือนว่า สารที่ สปอร์ตอิลลัสเทรดเทด พยายามจะส่งถึงผู้อ่านในฐานะสื่อจะไม่สมบูรณ์พอ นิตยสารชื่อดังถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่า ไม่ได้มีความจริงใจในการสื่อสารความรู้สึกที่แท้ของนักกีฬา ที่ต้องการยืนเคียงข้าง เคเพอร์นิค

เรื่องดังกล่าว ผู้บริหารเอ็นเอฟแอล อย่าง โรเจอร์ กูเดลล์ ที่อยู่บนปกของสปอร์ตอิลลัสเทรดเทด  ให้คำอธิบายไว้ว่าที่ขึ้นปกเช่นนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า เอ็นเอฟแอล ให้อิสระทางความคิดแก่ผู้เล่นทุกคน และเหนืออื่นใด เราไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ หรือทำให้คนในชาติต้องแตกแยกกันด้วยเรื่องนี้ พวกเราต้องการแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะอย่างไร คนในวงการกีฬามีความเป็นหนึ่งและพร้อมสนับสนุนในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

แม้ว่าการจะส่งสารของสปอร์ตอิลลัสเทรดเทด จะส่งให้ถึงคนอ่านได้ไม่เต็มร้อย แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวที่เคเพอร์นิคได้เร่ิมต้นนั้นมีคนคอยสานต่อแล้วการเหยียดสีผิว จะไ่ม่เป็นประเด็นที่ถูกเพิกเฉยอีกต่อไป

ที่น่าสนใจมากกว่านั้น เมื่อคนในวงการกีฬามีความเป็นหนึ่งเดียวมากเท่าไร เสียงที่จะสะท้อนไปยังผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จะยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนเสียงดังกล่าว จะก่อตัวเป็นความรู้สึกไม่มั่นคงภายในใจของทรัมป์ และกระเทือนต่ออำนาจที่มีอยู่ในมือของตนเองในที่สุด