จากการชมผลงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ซึ่งเก็บ 1 คะแนนได้ทั้ง ๆ ที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนตั้งแต่ต้นเกม ในการโรมรันพันตูกับ ฟูแล่ม สะท้อนมุมมองออกมาได้หลายประเด็น ดังนี้ครับ
1. การแก้เกมอันยอดเยี่ยม
แม้จะเหลือตัวนักเตะในสนามน้อยกว่าคู่ต่อสู้ แต่ก็ต้องชมผู้จัดการทีม “หงส์แดง” มากมายหลายประเด็น ตั้งแต่การไม่ตื่นตระหนกเปลี่ยนตัวผู้เล่นทันทีหลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ถูกตะเพิดและเสียประตู พยายามใช้ชุดเดิมเพื่อประคองสถานการณ์ไปก่อน แถมตัวเลือกในแนวหลังยังมีจำกัด เนื่องจาก คอเนอร์ แบรดลี่ย์, อิบราฮิม่า โคนาเต้ และคอสตาส ซิมิกาส ยังบาดเจ็บอยู่ ตัวเลือกในการแก้ไขยิ่งลำบากหนักเข้าไปอีก
สล็อต ลองใช้ตัวเลือกแรกในการถอย โคดี้ กัคโป ลงมาเล่นแบ็กซ้าย จากนั้นพอไม่เวิร์กค่อยเอา ไรอัน กราเฟนแบร์ก ลงมาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แล้วโยก โจ โกเมซ ไปเล่นทางซ้ายแทน
พอครึ่งหลังค่อยส่ง ยาเรลล์ ควานซาร์ มายืนปราการหลังตัวกลางแล้วดัน กราฟ กลับไปเล่นกลางเหมือนเดิม สุดท้ายจบด้วยใช้การยืนแบบหลังสามตัวคือ ควานซาร์ ทางขวา ฟาน ไดค์ ตรงกลาง และ โกเมซ ด้านซ้าย
เรียกได้ว่าตลอดทั้งเกมผู้จัดการทีมชาวดัตช์นั้นต้องแก้ปัญหาไม่หยุดหย่อน แต่สุดท้ายก็ช่วยเซฟความพ่ายแพ้ในบ้านตัวเองเป็นนัดที่สองในลีกเอาไว้ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องคุ้มค่าแบบสุด ๆ
2. ทัศนคติของสล็อต
เรื่องต่อมาที่น่าทึ่งคือ ขนาดเหลือตัวแค่ 10 คนแต่ยังตั้งมั่นเล่นเพื่อชัยชนะ การใส่หัวหอกอย่าง ดิโอโก้ โชต้า และ ดาร์วิน นูนเญซ ลงไปเพิ่มในช่วงท้ายเกม แล้วปรับแทคติคเป็น 3-2-4 มีกองหน้าถึง 4 คนคือ ซาลาห์, โชต้า, นูนเญซ และ ดิอ๊าซ นั้นเป็นอะไรที่บ้าดีเดือดดีแท้ แต่โชคดีประสบความสำเร็จ
เห็นแล้วพาลนึกถึงเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่มักจะยอมเสี่ยงท้ายเกมเสมอในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเพื่อแลกกับการคว้าชัยชนะให้ได้ เพราะการเล่นแบบพบกันหมดในระบบสามแต้มนั้น หากหวังเป็นแชมป์การเสมอบ่อยนั้นไม่ใช่เรื่องดีแต่อย่างใด
แต่สำหรับ ลิเวอร์พูล เกมนี้ การเก็บแต้มได้ในเกมนี้ถือว่าสุดยอดแล้วครับ สำหรับสถานการณ์แบบนี้ แถมต้องยอมรับว่าคู่แข่งอย่าง ฟูแล่ม แข็งแกร่งไม่เบาทีเดียว
3. ทีมใหญ่กำลังระบม
การกรำศึกอย่างหนักระบบ 2 เกมต่อหนึ่งสัปดาห์มา 2 เดือนเศษแล้ว กำลังส่งผลต่อทีมใหญ่หลาย ๆ สโมสร ตั้งแต่ แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล ไม่เว้นแม้กระทั่งลิเวอร์พูล ที่ออกสตาร์ตเกมได้อย่างเชื่องช้า นักเตะเหมือนยังไม่ตื่น
สาเหตุน่าจะเป็นเพราะนักฟุตบอลต้องกรำศึกหนักเหลือเกิน โดยเฉพาะทีมใหญ่ฤดูกาลนี้ที่ต้องเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในระบบใหม่ ซึ่งเพิ่มแมตช์ในรอบแรกเพิ่มมาอีกถึง 2 นัด ยังไม่รวมพวกที่สะบักสะบอมมาจากการเดินทางไปรับใช้ทีมชาติ ส่งผลให้หลายคนบาดเจ็บกันระนาว แม้จะมีสควอดที่ใหญ่กว่า แต่ก็หมุนกันจนไม่ทัน ขณะที่สโมสรเล็กนั้นไม่ต้องเจอภารกิจเหล่านี้มากนัก
นั่นเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมเล็กที่แข็งแกร่งและฟอร์มแรงอย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, ฟูแล่ม, บอร์นมัธ และไบรท์ตัน ได้ก้าวขึ้นมาอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานในลีกอังกฤษนั้นยิ่งสูสีกันอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่แปลกหากเราจะเห็นการพลิกล็อกเกิดขึ้นต่อเนื่องต่อไป.






























