Home Work & Living Living ข้อควรระวังสำคัญ ที่ “คนชอบนวด” ต้องรู้

ข้อควรระวังสำคัญ ที่ “คนชอบนวด” ต้องรู้

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักขอพรในวันเกิดของตัวเองว่า “ขอให้ไม่ปวดหลัง” อาจอนุมานได้ว่าคุณเองก็เป็นคนหนึ่งที่มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายอยู่บ่อย ๆ อาการปวดที่เกิดขึ้นอาจเป็นอาการปวดแบบแป๊บ ๆ ก็หาย หรือมีอาการปวดต่อเนื่องเรื้อรัง เนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ซ้ำ ๆ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้มีอาการปวด เมื่อย รู้สึกตัวหนัก ๆ กล้ามเนื้อเกร็งตึง เคลื่อนไหวได้ไม่ดีเท่าแต่ก่อน หรือมีอาการแบบ “ลุกก็โอยนั่งก็โอย” นั่นเอง

ซึ่งวิธีที่คนส่วนหนึ่งมักจะเลือกใช้บำบัดแก้อาการปวดเมื่อยก็คือ “การนวด” ถึงอย่างนั้น หลายคนก็เข้าใจผิดเกี่ยวกับการเข้าร้านนวดอยู่มากพอสมควร เพราะไม่ใช่ว่าปวดเมื่อยก็จะเดินเข้าร้านนวดได้เลย มันมีข้อควรระวังมากกว่านั้น ทั้งก่อนและหลังการนวด ถ้าหากว่าไม่ฟังเสียงร่างกายให้ดี มันอาจมีอันตรายมากกว่าข้อดีที่ช่วยให้คุณหายปวดเมื่อยอย่างแน่นอน และคุณอาจแก้ไขอะไรไม่ได้เลย

การนวดคืออะไร

การนวด เป็นการบำบัดและทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ซึ่งถือเป็นวิธีการดูแลสุขภาพและการรักษาโรคที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษมาช้านาน ซึ่งการนวดนั้นจะใช้ทักษะทางร่างกาย อย่าง นวด บีบ คลึง จับ รีดเส้น กดจุด เหยียบ ยัน ดัด หรือกระตุ้นด้วยการสั่น และอาจมีอุปกรณ์เสริมในการนวดด้วย เช่น ลูกประคบ น้ำมันอโรมา ยาหม่อง สมุนไพร หรือเกลือสครับ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงระบบการทำงานของร่างกายในยามที่เรารู้สึกว่าร่างกายทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการที่แสดงออกทางร่างกายแล้ว การนวดยังช่วยบำบัดอาการทางจิตใจได้ มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนว่าการนวดช่วยบรรเทาความเครียดและความเหนื่อยล้าทางจิตใจ ทำให้ธุรกิจร้านนวดเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และใครหลายคนก็หันหน้าไปหาร้านนวดเสมอ เมื่อรู้สึกปวดเมื่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามร่างกาย หรือเริ่มรู้สึกว่าตนเองต้องการการบำบัดทางจิตใจให้ผ่อนคลาย ด้วยการนวด

แต่เพราะการนวดมีความสัมพันธ์กับระบบต่าง ๆ ในร่างกาย และลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ พวกกล้ามเนื้อ ต่อม เส้นเอ็นต่าง ๆ เชื่อมโยงหากันหมด นั่นหมายความว่าถ้าการนวดในครั้งนั้นเกิด “ความผิดพลาด” ขึ้น จนกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ก็มีโอกาสสูงมากที่จะต้องนอนเป็นผัก หรือกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผู้เข้ารับการนวดจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องรับรู้ถึงความเสี่ยง ประเมินสุขภาพของตนเองก่อนเข้ารับการนวด และต้องรู้ถึงข้อควรระวังทั้งก่อนและหลังการนวด ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะนวดเมื่อไรก็ไปนวด รวมถึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อไปนวด เลือกนวดกับแพทย์หัตถเวชเฉพาะทาง หรือสถาบันที่มีใบประกอบรับรอง

การนวดดีอย่างไร

การนวดถือเป็นการรักษาทางการแพทย์รูปแบบหนึ่ง จึงมีประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพร่างกาย คือ

  • ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปวดต้นคอ ปวดบ่า ปวดหลัง ปวดขา เนื่องมาจากการใช้งานหนักหรือผิดท่า
  • ช่วยคลายอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ สลายพังผืดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยึด ซึ่งมักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก
  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม ในส่วนที่กล้ามเนื้อเกร็ง หรือเส้นเอ็นยึด เมื่อนวดแล้วจะคลายตัว จะทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก นำเอาออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงร่างกายได้ทั่วถึง
  • ปรับสมดุลร่างกาย การนวดช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นเอ็น ให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
  • รักษา/ป้องกันโรค เป็นการนวดแบบที่มีลักษณะแก้อาการ มีโรคบางโรคที่ต้องอาศัยการนวดอย่างเช่น ไมเกรน หรืออาการปวดศีรษะเรื้อรัง มีการนวดกดจุดบริเวณศีรษะได้ รวมถึงโรคเครียด นอนไม่หลับ หรือการนวดเพื่อฟื้นฟูโรคอัมพฤกษ์ โรคข้อเสื่อม และบรรเทาผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็ง
  • คลายเครียด เนื่องจากการนวดจะทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะผ่อนคลาย ยิ่งโดยเฉพาะการนวดน้ำมันหรือนวดอโรมา ที่สกัดจากธรรมชาติหรือสมุนไพร กลิ่นหอมมีสรรพคุณในการบำบัดความเครียด สุขภาพจิตดี ผ่อนคลายสบายอารมณ์ มีการศึกษาที่พบว่า การนวดช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มสารสื่อประสาทในสมอง มีผลให้อาการซึมเศร้าลดลง
  • เพื่อความสวยงาม เพราะการนวดทำให้เลือดลมไหลเวียนดี ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่ง หรือกานวดแบบสปาที่มีการขัดตัวด้วยสมุนไพร และการนวดอโรมา ความร้อนของน้ำมันที่เกิดจากการนวดจะซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง

การนวดมีความเสี่ยงและข้อควรระวัง

ขึ้นชื่อว่าการรักษา ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ ถึงแม้ว่าการนวดจะเป็นการบำบัดอาการด้วยวิธีธรรมชาติ ที่แทบจะไม่พึ่งพาสารเคมี แต่อย่างที่บอกตั้งแต่ต้น การนวดคือการเข้าไปยุ่งกับระบบการทำงานของร่างกายที่ทำงานแบบเชื่อมโยงกัน ถ้าเกิดความผิดพลาด ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นความผิดปกติของร่างกายก็มีอยู่สูง

ดังนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ประโยชน์จากการนวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเป็นทุนเดิม การนวดที่ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกหลัก นำมาซึ่งอาการข้างเคียงและผลกระทบต่าง ๆ และควรนวดกับผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะการนวดที่ไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ร้ายแรงได้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

ข้อควรระวังสำหรับการนวดที่ต้องระวัง คือ

  • ห้ามนวดหลังมื้ออาหารทันที หรือยังรู้สึกอิ่มอาหารอยู่ ควรเว้นระยะ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
  • สตรีมีครรภ์ไม่ควรนวด หากต้องการนวดควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย เช่น ผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอท ที่มีอาการหน้ามืด ใจสั่น ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้อาเจียน
  • ผู้ที่มีบาดแผล บาดเจ็บ อักเสบ ร้อน บวม แดง หรือมีการผ่าตัดแล้วยังไม่หายดี
  • ผู้ที่ใส่อวัยวะเทียม
  • ผู้ที่ป่วยภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน หรือป่วยเป็นโรคเลือดต่าง ๆ
  • ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนขั้นรุนแรง กระดูกบาง
  • ผู้ที่มีภาวะกระดูกแตก หัก หรือเคลื่อน
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือมีเนื้องอกในร่างกาย ห้ามนวดในบริเวณที่เป็นมะเร็ง
  • ผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกโรค ห้ามนวด
  • ผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บภายใน 48 ชั่วโมง หรือได้รับการผ่าตัดภายในระยะเวลา 1 เดือน
  • หากมีอาการเจ็บปวดผิดปกติขณะนวด ให้แจ้งผู้นวด หรืออาการปวดช้ำไม่หายภายใน 2-3 วันหลังจากนวด รีบพบแพทย์
  • สตรีที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ห้ามนวด
  • ผู้ที่มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก ๆ ห้ามนวด
  • หลังนวดทันที ควรงดน้ำเย็น ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง
  • ไม่ควรอาบน้ำหลังนวดทันที ควรให้ร่างการปรับสภาพก่อน
  • พักผ่อนให้มาก ๆ หลังการนวด เพื่อให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นได้พักหลังจากนวดเสร็จ

ก่อนเข้ารับการนวด เพื่อการนวดที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ควรเตรียมตัวดังนี้

  • การพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้ร่างกายเครียดมากเกินไป และพร้อมสำหรับการฟื้นฟู
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการนวด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตเปลี่ยนแปลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติในระหว่างนวด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลืองทำงานได้ดีขึ้น และช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกายหลังการนวด
  • หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักก่อนเข้ารับการนวด
  • แจ้งประวัติสุขภาพ เกี่ยวกับโรคประจำตัว หรือเงื่อนไขและข้อจำกัดในการนวดของตนเอง
  • แจ้งความต้องการเกี่ยวกับประเภทของการนวดให้ชัดเจน ว่าต้องการนวดเพื่อผ่อนคลาย นวดเพื่อบำบัดกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด หรือนวดเพื่อรักษา

อาการไม่พึงประสงค์หลังนวด ที่หากเป็นแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที

  • มีอาการปวดหัวรุนแรงฉับพลัน
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ
  • แขนหรือขาอ่อนแรง ชา หรือสูญเสียความรู้สึก
  • รู้สึกว่ามีอาการ “ไฟช็อต” ไปตามแขนหรือปลายนิ้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการนวด คือ

  • ควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณคอหรือการดัดคอ โดยผู้ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ
  • เลือกนวดในสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต
  • หากมีอาการปวดหรือผิดปกติ ควรหยุดนวดและปรึกษาแพทย์ทันที