สัปดาห์ที่แล้ว ข่าวการไปเยือนสนามแข่ง “อิโมลา” ของนายกรัฐมนตรีไทย เพื่อเข้าชมการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง รายการ “เอมิเลีย โรมังญ่า กรังด์ปรีซ์” และพูดคุยกับซีอีโอของฟอร์มูล่าวันอย่าง “สเตฟาโน โดเมนิคาลี” แถมท้ายด้วยการ “ชิดแชต” กับนักขับไทยอย่าง “อเล็กซ์ อัลบอน” น่าจะสร้างความตื่นตัวให้กับผู้คนในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไม่น้อยนะคะ
ยิ่งหลังจากวันที่ได้ชมการแข่งขันแล้ว ท่านนายกฯ โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า “อาจได้เห็นการแข่งขันเอฟวันในเมืองไทย” ขณะเดียวกันมีข่าวตามมาว่าท่านผู้นำประเทศเล็งสนามแข่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ แถมด้วยการตอกย้ำของ “สเตฟาโน โดเมนิคาลี” ที่บอกกับสื่อต่างประเทศว่า การเพิ่มสนามแข่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นไปได้
แต่มีให้สะดุดนิดหน่อยตรงที่สื่อต่างประเทศอย่าง Motorsport.com ลงเอาไว้ว่า “Thavisin is targeting a deal to put on a street race in Bangkok, with hopes that it could be on the calendar in 2027 or 2028” (นายกรัฐมนตรีไทย ตั้งเป้าในการจัดการแข่งขันเอฟวันแบบสตรีตเรซในกรุงเทพฯ และคาดหวังว่าจะจัดการแข่งขันได้ในช่วงปี 2027 หรือ 2028) ในขณะที่สื่อไทยระบุไว้หลายสำนักว่า ทางนายกรัฐมนตรีได้เชิญให้ทาง ปตท. และบีทีเอส กรุ๊ป เข้าพบ เพื่อหารือในการสร้างสนามแข่งที่อู่ตะเภา อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีช้อยส์แบบนี้ คนดูอย่างเราก็คงต้องรอเขาเจรจาค่ะ
แต่การจัดฟอร์มูล่า วัน หรือการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง ถ้าจะมี Thailand Grand Prix บรรจุอยู่ในปฏิทินของการแข่งขัน เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ารัฐบาลไทยที่จะทำหน้าที่เจ้าภาพ และให้ ปตท. สนับสนุนเงินทุนนั้นต้องจ่ายค่าอะไรกันบ้าง
เริ่มกันที่ค่าลิขสิทธิ์จัดการแข่งขัน ซึ่งเวลานี้ราคาอยู่ระหว่าง 20-60 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 800-2,000 ล้านบาทต่อปี) ซึ่งค่าลิขสิทธิ์จะถูกหรือแพงนั้นขึ้นอยู่กับบารมีของสนามแข่งขัน ยิ่งเป็นประเทศที่เป็นเจ้าภาพครั้งแรก ตัดช่วงราคาที่ถูกที่สุดหรือปานกลางทิ้งได้เลย แต่เงินค่าลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันอาจไม่ใช่ปัญหาของทางรัฐบาลไทย เพราะสามารถหาสปอนเซอร์อย่าง ปตท. หรือ เรดบูลล์ ได้
ทีนี้มากันที่เรื่องของสนามที่ยังไม่ชัดว่าจะแข่งบนถนนจริง หรือสตรีตเซอร์กิต หรือจะสร้างสนาม ซึ่งทางเลือกทั้งสองทางนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่แล้ว หากสร้างสนามแข่งเอฟวันในเวลานี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งราคาค่าก่อสร้างสนามสามารถพุ่งไปถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 35,000 ล้านบาท)
แต่ถ้าจะอัปเกรดสนามที่มีอยู่ อย่างการแข่งขันที่เมืองออสติน สหรัฐอเมริกา ค่าใช้จ่ายก็จะเบาลงมาหน่อย อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านเหรีญสหรัฐ (ประมาณ 10,500 ล้านบาท) ซึ่งสนามที่จะอัปเกรดได้ในเมืองไทยเวลานี้มีเพียง สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่จังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น ที่ผ่านมาตราฐาน FIM Grade A และ FIA Grade 1
แต่ถ้าจะทำเป็นสตรีตเซอร์กิต อย่างโมนาโกหรือสิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ ต้องมีการจัดสรรเรื่องโครงสร้างของถนนที่ใช้ทำการแข่งขัน ซึ่งใช้งบประมาณ 20 ล้านเหรียญต่อปี หรือประมาณ 700 ล้านบาท
ถ้าตกลงกันเรื่องลิขสิทธิ์และสนามได้ ส่วนที่เหลือคือค่าโอเปอเรชัน ซึ่งมีทั้งการบริหารจัดการแข่งขันและการขนส่ง ซึ่งงบประมาณอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 700 ล้านบาทต่อครั้ง) ราคานี้รวมค่าสตาฟ ระบบรักษาความปลอดภัย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับสื่อ และการประสานงานทั้งหมด ซึ่งงบประมาณนี้ไม่รวมพวกอีเวนต์ซัปพอร์ตการแข่งขัน หรืออีเวนต์บันเทิงที่ต้องมีควบคู่กันไป รวมไปถึงการสร้างบรรยากาศ และผลิตสื่อเพื่อให้การแข่งขันได้รับความสนใจ ซึ่งตรงนี้ใช้เงินอีกไม่น้อยกว่า 10-20 ล้านเหรียญสหรัฐ
เมื่อลองบวกต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ และเลือกการจัดให้เป็นแบบสตรีตเซอร์กิต บวกกับงบประมาณที่ใช้ในการจัดอีเวนต์ เพื่อให้ครบวงจรทั้งหมด จะอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท ทีนี้ลองมาเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ ที่สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ปีละ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าเมืองไทยทำได้เช่นเดียวกับเขา ก็น่าจะพอคุ้มทุน หรือการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกา ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส มีรายงานว่าการแข่งขันเอฟวันทำให้มีเงินสะพัดถึง 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
ข้อมูลที่ผู้เขียนนำเสนอนี้เป็นข้อมูลโดยประมาณนะคะ ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ เชื่อว่ารัฐบาลมีนักการตลาดและ ผู้เชี่ยวชาญมากมายอยู่แล้วคงเห็นภาพชัดกว่าคนเขียน แต่ที่เขียนถึง เพราะอยากให้เห็นภาพว่าการจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลกนั้น สิ่งที่ได้มากกว่าเม็ดเงินของการท่องเที่ยว การแสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจ คือ “ความน่าเชื่อถือ” ที่จะปรากฏต่อสายตาชาวโลก เพราะนี่คือสิ่งที่ดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว ได้มากกว่าสิ่งใด หากมีความตั้งใจจะทำกันจริงก็คงพอมีโอกาส แต่ถ้าเป็นแค่การสร้างกระแสเพื่อเรียกความคึกคักก่อนจะหายเงียบไปทางเราก็เข้าใจได้ เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในเมืองไทย
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ