ตารางคะแนนไม่เคยโกหกใคร

พรีเมียร์ลีก 2023-24 จบฤดูกาลไปเรียบร้อย ทิ้งไว้แต่เพียงผลงานที่ปรากฏอยู่บนตารางคะแนนอย่างชัดเจน วันนี้เราลองมาวิเคราะห์กันหน่อยครับว่าเกิดอะไร บนเส้นทางตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา

1. แมนฯ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ ช่วยสนใจด้วยนะ

ทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า กลายเป็นสโมสรแรกของอังกฤษ ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดไปครองได้อย่างหมดจด 4 ปีติดต่อกันชนิดไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน ขนาด แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุครุ่งเรืองของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังทำได้แค่ 3 สมัย

แมนฯ ซิตี้ โชว์ฟอร์มเก็บ 91 คะแนนจาก 38 นัด จากผลงานอันยอดเยี่ยมของ ฟิล โฟเด้น นัดสุดท้ายเฉือนอันดับสองอย่างอาร์เซนอล อยู่ 2 แต้ม น่าเสียดายที่วันสุดท้ายของฤดูกาลถูกขโมยซีนโดยงานอำลา เจอร์เก้น คล็อปป์! ที่แอนฟิลด์ ทำให้ข่าว “เรือใบสีฟ้า” ซึ่งผู้คนต่างพากันกะเก็งไว้อยู่แล้วว่าจะต้องได้แชมป์ ถูกลดความสำคัญลงอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ไม่เป็นไร พวกเขายังมีลุ้นดับเบิลแชมป์ในนัดชิงชนะเลิศเอฟ. เอ. คัพ กับทีมร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าถึงวันนั้นทำสำเร็จแล้วยังไม่มีใครสนใจอีก ก็ให้มันรู้กันไป

2. เชลซี-พาเลซ ม้าตีนปลาย

สองทีมจากกรุงลอนดอนโชว์ผลงานสุดเด่น ด้วยการควบโค้งสุดท้ายทำคะแนนขึ้นมาอย่างน่าชมเชย เชลซี นั้นจากพื้นที่กลางตาราง พวกเขากระโดดขึ้นมาจบที่ 6 ด้วยการเบียดนิวคาสเซิล คว้าโควตาไปเล่นถ้วยยูโรป้าลีก ได้อย่างท่าทึ่ง

งานนี้น่าจะทำให้ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ กุนซือได้คุมทีมต่อไปอีกยาวพอสมควร เพราะโชว์ผลงานถล่มคู่ต่อสู้ชนะรวด 4 เกมท้าย ฤดูกาลหน้าทีมน่าจะลงตัวยิ่งขึ้นด้วยนักเตะที่เริ่มโชว์ฟอร์มโดดเด่นอย่าง มอยเซส ไคเซโด้, โคล พาล์มเมอร์, นิโคลัส แจ็คสัน, โนนี่ มาดูเอเก้, คอเนอร์ กัลป์ลาเกอร์ ฯลฯ

ด้าน คริสตัล พาเลซ คือม้ามืดอีกหนึ่งทีมในช่วงท้ายฤดูกาล นับตั้งแต่เปลี่ยนกุนซือจาก รอย ฮ็อดจ์สัน มาเป็นคนใหม่ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ บวกกับฟอร์มร้อนแรงของ 3 ประสานในแดนหน้าอย่าง ไมเคิลโอลิเซ่, ฌอง ฟิลลิปส์ มาเตต้า และ อเบริชี่ เอเซ่ ทำให้พาเลซผลงานเจ๋งเป้ง 6 นัดสุดท้าย ชนะ 5 เสมอ 1 จบในตารางอันดับที่ 10

ช่วงปิดฤดูกาลช่วยกันภาวนาอย่างเดียวว่าไม่ให้ 3 ประสานในแดนหน้าถูกบรรดาทีมใหญ่ขโมยตัวไปเท่านั้น!

3. ท้ายตารางถูกปล่อยเกาะ

การดิ้นรนหนีตกชั้นปีนี้ไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรมากนัก ทั้ง ๆ ที่มีการตัดแต้มทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน กับ นอตติงแฮม ฟอเรสต์ ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าทีมอันดับที่ 17 อย่าง “เจ้าป่า” ซึ่งรอดพ้นการตกชั้นนั้นมีเพียง 32 คะแนนเท่านั้นก็สามารถอยู่รอดได้แล้ว

ปล่อยให้ ลูตัน ทาวน์ (26), เบิร์นลี่ย์ (24) และเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (16) น้องใหม่ทั้งสามทีมมีเวลาอยู่บนลีกสูงสุดเพียงปีเดียวเท่านั้น ต้องกลับไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิป อีกครั้งแบบไม่มีปาฏิหาริย์ ตีความได้ว่ามาตรฐานระหว่างพรีเมียร์ลีกกับ เดอะ แชมเปี้ยนชิปเริ่มห่างกันมากขึ้นหรืออย่างไร?

แถมทั้งสามสโมสรยังไม่มีใครกล้าลงทุนซื้อนักเตะแบบเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนตอน ฟอเรสต์ เลื่อนชั้นขึ้นมา เลยกลายเป็นแจกแต้มให้กับคู่แข่งอื่น ๆ เสียมากกว่า

ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าสโมสรที่ได้เลื่อนชั้นปีล่าสุดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้, อิปสวิช ทาวน์ และทีมสุดท้ายระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด หรือเซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งจะตัดสินกันในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค. ที่จะถึงนี้ ผลงานจะเป็นอย่างไรในฤดูกาลหน้า.