8 วิธีคิดที่จะทำให้คุณหาจุดยูเทิร์นในชีวิตเจอ

สวัสดีในวันเถลิงศกใหม่ เข้าสู่จุลศักราช 1386 ค่ะ เป็นการขึ้นปีใหม่ของคนไทยจากเทศกาลมหาสงกรานต์ และเข้าสู่ช่วงเวลาที่เข็มนาฬิกาหยุดนิ่ง คนส่วนใหญ่ได้หยุดพัก น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะได้หันกลับมาทบทวนตัวเอง เพื่อให้การใช้ชีวิตในจุลศักราชใหม่นี้เป็นการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต เช่นนี้แล้วจึงขอหยิบยกเอา 8 วิธีคิดที่ช่วยให้คุณหลุดพ้นจากวงจรชีวิตเดิม ๆ ให้กลายเป็นคนใหม่ที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น เป็นวิธีคิดตามแบบคนญี่ปุ่นนะคะ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น อ่านได้ในบรรทัดต่อจากนี้เลยค่ะ

วิธีแรกคือ การใช้อิคิไก (IKIGAI) ความหมายของคำนี้ คือการมีเป้าหมายในชีวิต คือการตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระตือรือร้นที่จะไปทำงาน ไปทำหน้าที่ที่ได้รับผิดชอบ ไม่ว่างานหรือเรื่องนั้นจะใหญ่หรือเล็กก็ตาม การมีเป้าหมายในชีวิตนั้นจะทำให้คุณไม่รู้สึกขี้เกียจ หรือต้องการแรงบันดาลใจใด ๆ และกฎ 4 ข้อของ อิคิไกคือ 1.ทำในสิ่งที่คุณรัก 2.ทำในสิ่งที่คุณทำได้ดี 3.ทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการ และ 4.ทำในสิ่งที่คุณสามารถรับผิดชอบไหว

มาถึงวิธีการที่สอง คือ ไคเซน (Kaizen) อันหมายถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองทีละเล็กทีละน้อยในทุก ๆ วัน ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาแล้วค่อยคิดว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงตนเองครั้งใหญ่ แต่ค่อย ๆ ทำให้ดีขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ในทุก ๆ วัน เช่นเดียวกับการตั้งเป้าหมาย ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายใหญ่เพื่อพุ่งชน แต่เราสามารถพิชิตเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ก็ได้ เข้าใจง่าย ๆ คือ ค่อย ๆ ไปทีละขั้นทีละตอน ไม่จำเป็นต้องก้าวกระโดด

สำหรับวิธีที่การที่สามคือ โชชิน (Shoshin) เป็นแนวคิดแบบเซน คือการเดินหน้าไปหาเป้าหมายด้วยวิธีคิดแบบที่เสมือนคนที่เพิ่งเริ่มต้น ถ้าจะขยายความ แนวคิดแบบนี้คือการทำใจให้ว่างเปล่า เพราะใจที่ว่างเปล่าจะเปิดรับทุกสิ่ง เช่นเดียวกับใจของคนที่เพิ่งเริ่มต้นที่จะเปิดรับในทุกคำแนะนำ เปิดรับทุกวิธีที่จะสามารถทำให้เขาไปสู่จุดหมาย และทำมันอย่างเต็มที่ ต่างจากใจของคนที่มีความชำนาญแล้ว มักจะมีอคติส่วนตัวนั้นกั้นเอาไว้ชั้นหนึ่งก่อน เปรียบไปก็เหมือนภาษิตไทยที่ให้ทำตัวเป็นแก้วน้ำที่ว่างเปล่า ดีกว่าเป็นน้ำเต็มแก้ว แล้วไม่รับอะไรใครเลย

ส่วนวิธีที่สี่เรียกว่า ฮารา ฮาชิ บู (Hara Hachi Bu) ในความหมายคือการหยุดกินเมื่อคุณรู้สึกอิ่มประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ หรืออิ่มแต่พอดี เพราะถ้าคุณกินมากเกินไปคุณจะรู้สึกขี้เกียจ เชื่อว่าเรื่องแบบนี้หลายคนคงเจอมากับตนเอง เมื่อคุณกินข้างกลางวันมากเกินไปคุณจะรู้สึกล้า เพราะว่าร่างกายต้องทำงานเพื่อย่อยอาหาร และทำให้คุณรู้สึกง่วงนอน ส่งผลให้คุณไม่อยากทำงาน และกลายเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง

มาถึงวิธีที่ห้า ชินริน-โยกุ (Shinrin-yoku) ในความหมายของคำนี้จะแบ่งเป็นสองคำค่ะ Shinrin ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ป่า” และ Yoku แปลว่า “อาบน้ำ” เมื่อนำสองคำนี้มาอยู่ด้วยกันจะหมายถึงการบำบัดด้วยธรรมชาติ เป็นวิธีที่จะทำให้คุณฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิต การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ คือวิธีที่ดีสุดในการรับมือกับความเครียด มีคำแนะนำในข้อนี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกเครียดและชีวิตวุ่นวาย ขอให้ออกเดินและอยู่กับธรรมชาติรอบตัว

วิธีที่หก วาบิ ซาบิ (Wabi Sabi) คำนี้คนไทยหลายคนคงได้ยินกันบ่อยแล้วนะคะ เป็นคำที่หมายถึงเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่เราสามารถพบความสวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบได้ เพราะทุกสิ่งรอบตัวเรานั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ขอให้รักในชีวิตที่เป็นอยู่ เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา อย่าได้พยายามเปลี่ยนแปลงใครหรือสิ่งใด เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงที่เราคิดว่าดี อาจทำลายความสวยงามที่มันเคยมีอยู่ก็ได้

วิธีที่เจ็ด กันบารุ (Ganbaru) การเสียเวลาเพื่อสร้างสิ่งที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าจะยากเย็นหรือใช้เวลามากเพียงใด หากเป็นการลงมือลงแรงและใช้เวลาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานสักหนึ่งชิ้นมันคือความคุ้มค่า ในที่นี้หมายถึงการอดทนรอเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด และทำงานหรือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด แม้จะเสียเวลามากเพียงใด แต่ผลที่รออยู่ข้างหน้านั้นคุ้มค่าเสมอ

และในวิธีสุดท้ายวิธีที่แปด กามัง (Gaman) ความหมายคือการแสดงให้เห็นความอดทน และความเพียรพยายาม เมื่อต้องเจอกับอุปสรรค เปรียบเทียบไปเหมือนการเดินทางที่คุณต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย การก้าวข้ามปัญหา การพบเจอกับผู้คนที่ไม่ถูกใจ หรือต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ล้วนเป็นบททดสอบว่าคุณจะมีความอดทนมากน้อยเพียงใด ถ้าถอดใจระหว่างทาง คุณจะไปไม่ถึงเป้าหมาย แต่ถ้าคุณอดทนและเพียรพยายามมากพอ คุณจะได้เห็นฟ้าหลังฝนอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับ 8 วิธีหลุดพ้นจากวงจรชีวิตเดิม ๆ จริง ๆ แล้วเป็น 8 วิธีที่ไม่ต่างจากวิถีชาวพุทธในไทยเท่าไรนะคะ ถ้าคุณผู้อ่านจะลองไปปรับใช้ดูก็น่าจะเข้าที และอย่าไปคิดว่าตนเองนั้นอายุเยอะแล้วฉันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว คงต้องจมปลักอยู่แบบนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร ชีวิตมีที่ให้ยูเทิร์นเสมอค่ะ ขอให้คิดว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่อแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาด หรือสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่อยู่ข้างหลัง เพียงเท่านี้ 8 วิธีคิดที่แนะนำในบทความนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยได้มาก

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ