ระวัง! รถบรรทุกขนดิน

หากเรานำคำว่า “รถบรรทุกขนดิน” ไปเสิร์ชในกูเกิล ไม่ว่าจะเป็นการเสิร์ชแบบทั่วไปหรือค้นหาข่าว เกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นข่าวในทางลบ! ซึ่งหลังจากที่ได้ผมเจอประสบการณ์ตรงกับตัวเองเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเราจึงต้องระวังพี่น้องรถบรรรทุกขนดินให้มากขึ้น ยามขับรถอยู่บนท้องถนน

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 16.00 น. ผมขับรถอยู่บนเส้นทางจตุรทิศ มาจากถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าพระราม 9 ซึ่งในช่วงที่รถกำลังชะลอตัว ผมเหลือบมองกระจกมองหลัง เห็นรถแท็กซี่ต้องเบรก เมื่อเจอกองดินเหนียวขวางหน้าอยู่บนเส้นทางจตุรทิศเลนขวาสุ

หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ มีรถบรรทุกขนดินที่อยู่เลนขวาสุดแซงหน้ารถของผมไป และเห็นเต็มตาแบบสด ๆ คือ ฝาท้ายที่บรรทุกดินมาเต็มคันรถสิบล้อเปิดออก และดินเหนียวหล่นลงบนพื้นผิวถนนอีกครั้งเป็นทางยาว ร้อนถึงรถยนต์ที่ขับตามต้องเบรกตัวโก่ง ขณะที่พี่น้องมอเตอร์ไซค์ก็ช่วยบีบแตร บอกคนขับรถบรรทุกกันยกใหญ่

ผมคิดว่าถ้าไม่มีใครบอก แกก็คงขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยังดีที่จอดและลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าหลังจากนั้น ขณะที่ผมกำลังต่อคิวเพื่อที่จะขึ้นทางด่วนพระราม 9 อยู่เลนขวาสุด รถสิบล้อบรรทุกดินคันนั้น เดินหน้าขยับออกเลนซ้าย และขับผ่านไปแบบหน้าตาเฉย และไม่สนใจว่าได้ทิ้งกองดินเหนียวบนถนนเอาไว้กี่จุด!

มาทราบทีหลังว่ากองดินที่รถบรรทุกขนดินทำหล่นไว้เป็นทางนั้น ทำให้รถติดยาวไปถึงถนนศรีอยุธยาต่อถึงแยกเสาวนี ไปถึงสามย่านเลยทีเดียว งานนี้เชื่อว่าพี่คนขับคงไม่รู้ตัวว่าทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านแค่ไหน แต่ที่ควรต้องรู้ตัวมากกว่า คือบริษัทผู้ว่าจ้างรถบรรทุกขนดินคันนี้ รวมไปถึงตำรวจ ที่จะจัดการกับเรื่องนี้ได้ดีแค่ไหน

เมื่อ 2 ปีก่อน ผมเคยเขียนในคอลัมน์นี้ว่า รักสิบล้อ (ไม่) ต้องรอสิบโมง เพราะทุกวันนี้แม้ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก ปี 2522 จะยังบังคับใช้ ห้ามรถบรรทุก ทั้ง 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ วิ่งในเขตกทม. ช่วง 6 โมงเช้าถึง 10 โมง และอีกช่วง 3 โมงเย็นถึง 3 ทุ่ม แต่การที่ผมเจอรถบรรทุกขนดินตอน 4 โมงเย็น มันคืออะไร

นี่ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ผมเจอมาในรอบสัปดาห์ อาทิ รถบรรทุกทำของหล่นกลางมอเตอร์เวย์ เส้นทางที่กฎหมายกำหนดให้รถวิ่งได้ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เอาเป็นว่าไม่ต้องถึง 120 หรอกครับ ขับมา 80 แล้วมาเจอของอยู่กลางถนน อย่างไรก็ยังอันตรายอยู่ดี หากขับมาแล้วต้องหักหลบแบบกะทันหัน

รวมไปถึงวันก่อนรถติดยาวเพราะรถบรรทุกจอดข้างทางเพื่อลงมาซื้อของ หรือเวลาขับทางไกลไม่ว่าจะสายเหนือหรือสายอีสาน เรามักจะเจอรถบรรทุกที่หักออกขวาเพื่อแซงรถบรรทุกด้วยกันที่หนักกว่า กลายเป็นว่ามีเลนที่รถบรรทุกวิ่งเต็มถนน จนทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วปกติต้องเบรก หรือหักหลบกันแทบไม่ทัน

ทั้งหมดที่ร่ายยาวมานี่ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะพุ่งเป้าไปที่คนขับเพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อว่าเขาอาจไม่มีทางเลือกมากนักในวิถีแบบนี้ แต่สิ่งที่สำคัญและควรด่ามากกว่า คือ กระบวนการของผู้ว่าจ้างที่ไม่มีความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลย จนมีข่าว “ส่วยรถบรรทุก” อยู่เป็นระยะ

ฉะนั้น ในฐานะคนใช้รถใช้ถนนทั่วไป ตราบใดที่บ้านเรายังไม่มีการจัดระเบียบรถบรรทุกอย่างจริงจัง เราก็จะยังเห็นรถบรรทุกขนดินวิ่งในเมืองทำรถติดต่อไป สิ่งที่ทำได้เพื่อความปลอดภัยของทั้งรถและคน คือขับห่าง ๆ เอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุดก็แล้วกันครับ