สามสิ่งที่สั่นคลอนมิตรภาพ

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางดราม่าในโลกออนไลน์ที่แน่นขนัด มีอยู่หนึ่งเทรนด์ในเอ็กซ์ (หรือทวิตเตอร์) ที่ทำให้ผู้เขียนนึกถึงนิยายสุดมันที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและการชีวิตอย่าง “พันธุ์หมาบ้า” เรียกว่าเป็นนิยายที่ไร้กาลเวลา เพราะไม่ว่าจะหยิบจับขึ้นมาในช่วงไหน ตัวละครจากพันธุ์หมาบ้า ยังคงเป็นเงาที่ทาบทับกับผู้คนในปัจจุบันได้อย่างเรียบเนียน

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะนิยายเรื่องนี้ไม่ได้พูดถึงความห่ามของชีวิตวัยรุ่นอย่างเดียว แต่มีหลายช่วงหลายตอนที่สอนให้คนอ่านได้รู้ว่า “มิตรภาพ” นั้น สั่นคลอนได้ด้วยสามสิ่ง “เงิน ผู้หญิง และอำนาจ”

ในบทที่ 5 “เรื่องหนหลังของทัย” ชีวิตของเด็กหนุ่มลูกเจ้าของร้านทองที่ไม่ยอมทำตามขนบ แต่ท้ายที่สุด “ดีเอ็นเอ” ของพ่อค้าที่อยู่ในตัวเขาตั้งแต่เกิด ก็ได้ทำให้ทัย กลายเป็นเด็กหนุ่มที่ประสบความสำเร็จกับการค้าขาย หากแต่จุดอ่อนในเรื่องเพื่อนที่เขาไว้ใจมากเกินไป สุดท้ายกลายเป็นคนที่ร้ายที่สุด “คำว่าช่วย ๆ กันของย้งในวันนั้น ทัยไม่ทันฉุกคิด เขาคิดเพียงว่าย้งปรารถนาดีต่อเขาเหมือนเห็นคนหนีร้อนมาพึ่งเย็น แต่เมื่ออยู่ ๆ กันไป ทัยสรุปไม่ได้ว่าใครช่วยใครกันแน่”

ที่ว่า “ใครช่วยใครกันแน่” นั่นเป็นเพราะทัยสร้างกิจการขายส่งเสื้อยืดจนรุ่งเรือง โดยมีย้งเป็นหุ้นส่วน แต่ความรุ่งเรืองนั้นอยู่กับทัยไม่นาน เมื่อถูกเกณฑ์ทหาร ทั้งที่ให้เงินก้อนใหญ่ไปกับย้งผู้อ้างว่ามีคนรู้จักจัดการได้ กลับจับได้ใบแดง เมื่อเป็นทหารแล้วกิจการตกอยู่ในมือย้ง ข่าวสุดท้ายที่ทัยได้รับจากคนที่เรียกตัวเองว่า “เพื่อนและหุ้นส่วน” คือ กิจการล้มละลาย

เมื่อทัยใกล้ปลดประจำการ เขากลับบ้านเพื่อไปเยี่ยมพ่อที่ป่วย คนในครอบครัวต่างรู้ดีเรื่องที่ทัยทำการค้ากับย้ง ทุกคนต่างมองว่าเป็นความโชคร้ายของทัยที่ถูกเกณฑ์ทหาร และย้งก็บริหารกิจการได้ไม่เก่งพอ ทำให้กิจการขายส่งเสื้อยืดต้องปิดตัวลงไป หากมีแต่เตี่ยของทัยคนเดียวที่พูดขึ้นมาว่า “ลื้อไปดูอาย้ง ถ้าอีทำเสื้ออีก อีก็โกงลื้อมาตลอด” เมื่อทัยกลับไปดูตามที่เตี่ยกล่าว ย้ง คนที่เขาเชื่อใจมาตลอด ยังเปิดร้านขายเสื้อโหลอยู่จริง ๆ

“เมื่อผู้หญิงสั่นคลอนมิตรภาพ” ในบทที่ 9 “ฝนตกขี้หมูไหล” เรื่องราวของล้าน ชายหนุ่มผู้อ่อนแอทางจิตใจถูกสั่นคลอนคำว่ามิตรภาพด้วยเรื่องผู้หญิง เมื่อล้านมีแฟนและเข้าไปอยู่ในบ้านแฟน เขาหายหน้าไปจากกลุ่ม โดยที่แฟนและแม่แฟน ไม่อยากให้ล้านคบหากับเพื่อนเหล่านี้ เพราะล้านเปรียบเสมือนเครื่องจักรในการหาเงินเข้าบ้าน

วันหนึ่ง ล้าน ได้รับแจ้งข่าวร้ายจากทางบ้านว่าพ่อตาย แต่แฟนและแม่แฟนของเขา ยังมองว่ากลุ่มเพื่อนของล้านนั้นโกหกเพื่อแยกล้านไปจากเธอ แต่ในที่สุด กลุ่มเพื่อนก็สามารถเอาล้านกลับขึ้นกรุงเทพฯ มางานศพพ่อจนได้ ในวันสุดท้ายของงานศพ ทัยกล่าวกับล้านว่า “กลับมาเลี้ยงแม่ของเราเถอะว่ะ จะไปเลี้ยงแม่คนอื่นอยู่ทำไม”

และสิ่งสุดท้ายที่สั่นคลอนมิตรภาพได้ คืออำนาจ เรื่องนี้เชื่อว่าคุณผู้อ่านที่เคยมีคนที่เราเรียกว่าเพื่อนหรือคนรู้จัก แล้วดันจับพลัดจับผลูไปมีอำนาจ เราจะได้เห็นด้านที่ไม่เคยเห็นจาก “เขา” คนนั้นในเวลาอันรวดเร็ว เพราะสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจ” ทำให้คนเหล่านั้นคิดว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ แต่แท้จริงแล้วอำนาจเป็นเพียงสิ่งสมมติ หรือต่อให้มีอยู่จริงมันก็มีวันหมดอายุ

สำหรับนิยาย อย่าง “พันธุ์หมาบ้า” นั้น เหมือนที่บอกไว้ในตอนต้นว่า “เป็นนิยายที่ไร้กาลเวลา” แม้ว่าฉากหลังของสถานที่และสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หัวใจของเรื่องที่พูดถึงมิตรภาพและผู้คนได้อย่างตรงไปตรงมานั้น น่าจะพอทำให้คนที่ได้อ่านเรียกสติที่กำลังเตลิดของตนเองให้กลับคืนมา เพื่อทบทวนว่า “คนไหนคือเพื่อน คนไหนคือคนรู้จัก” …ฝากไว้ให้คิดค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า