ฟีฟ่าเดย์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ของเดือนกันยายนสำหรับโซนเอเชียแล้วคือการลงเตะนัดสุดท้ายของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะได้ตัดสินกันว่า โควต้า 4.5 ของโซนเอเชียนั้นจะมีทีมใดบ้างสำหรับทีมชาติไทยลงแข่งด้วยสปิริตไม่ให้ออสเตรเลีย เอาชนะได้ง่ายๆ และ ไม่เปิดให้ทีมออสเตรเลียที่อุตส่าห์ย้ายมาจากกลุ่มโอเชียเนียได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ง่ายๆเช่นกัน
แต่สิ่งที่จะชวนคุณผู้อ่านคุยในคอลัมน์วันนี้ไม่ใช่เรื่องของทีมชาติไทยเพราะมีผู้รู้ ผู้ชำนาญการหลายท่านได้พูดกันถึงไปเยอะแล้ว หากในฐานะคนดูกีฬาแบบ “คอยสังเกตการณ์” เลยอยากจะชวนคุณผู้อ่านให้ไปลองติดตามเรื่องราวของทีมชาติซีเรียที่กำลังจะสร้างตำนาน “ฝนตกในทะเลทราย” หลังบุกไปเสมอกับ อิหร่าน 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจนทำให้พวกเขามีโอกาสจะได้เห็นธงซีเรียโบกสะบัดในสนามแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซีย
ถ้าใครเคยอ่าน แผ่นดินของเรา (Terre des Hommes) ที่ นิยายผจญภัยเพื่อค้นหาตัวตนของ อองตวน เดอ แซงแตกซูว์เปรี คงพอจำกันได้ว่ามีประโยคหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ระบุว่า “ไม่เคยมีฝนตกในทะเลทราย” เป็นคำกล่าวที่หมายถึง “ปาฏิหาริย์” หากเกิดฝนตกลงมาบนดินแดนอันแห้งแล้ง ซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนักที่ปาฏิหาริย์ เช่นนั้นจะเกิดขึ้นได้ และ ดูเหมือนว่าชัยชนะของทีมฟุตบอลซีเรีย กำลังจะทำให้เกิดฝนปาฏิหาริย์ ตกลงในหัวใจอันแหกผากของชาวซีเรีย ที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดกระจัดกระจายไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก
ตลอดเส้นทางของทีมชาติซีเรีย ในการต่อสู้เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายพวกเขาไม่ได้รับเงินสนับสนุนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ที่หมกมุ่นอยู่กับการทำสงครามกลางเมืองกับกลุ่มกบฏมากกว่า 6 ปี สักเท่าไรนัก ขณะที่สนามเหย้าอย่างของทีมชาติซีเรีย คือการต้องเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย และ อิรัก แน่นอนว่าสภาพของนักเตะซีเรีย เหมือนกับทีมที่ต้องเร่ร่อนไปมา หากแต่ทีมสปิริต ของพวกเขานั้นไม่เคยลดลงเลย
ในนัดสุดท้ายที่ต้องเจอกับ อิหร่าน อยู่บนเงื่อนไขหาก ซีเรีย เอาชนะได้นั่นหมายถึงการได้สิทธิเดินทางเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียทันทีแต่ผลการแข่งขันในช่วงที่กำลังจะจบเกมกับสกอร์ที่อิหร่านขึ้นนำอยู่ 2-1 ความหวังที่จะเห็น “ฝนตกกลางทะเลทราย” ของแฟนบอลชาวซีเรีย ดูจะเลือนหายไปทุกที จนกระทั่งพวกเขาได้ประตูตีเสมอ 2-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซีเรีย ได้โอกาสกลับคืนมาอีกครั้งผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้พวกเขากลายเป็น อันดับที่ 3 ในกลุ่มเอ ต้องไปตัดเชือกกับ ออสเตรเลีย หากชนะก็จะต้องตัดเชือกอีกครั้งกับอันดับที่สี่จากกลุ่มคอนคาเคฟ (อาจจะเป็นสหรัฐอเมริกา ปานามา หรือ ฮอนดดูรัส)
แน่นอนว่าเส้นทางในชีวิตจริงนั้นไม่ได้ง่ายเลยแม้จะว่าจะผ่านบททดสอบที่ยากมาแล้วก็ต้องเจอกับบททดสอบที่ยากขึ้นไปอีก โอกาสที่ซีเรียจะสร้างปาฏิหาริย์ ได้หรือไม่นั้นอีกไม่นานคงได้รู้กัน เพราะตามสถิติแล้วเคยมีฝนตกในทะเลทรายอยู่บ้างแม้ว่าจะเป็นเพียง 0.04 เปอร์เซ็นต์ แต่เราต้องไม่ลืมว่านั่นคือเปอร์เซ็นต์ของปาฏิหาริย์ ที่เกิดขึ้นจริง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























