ตลาด D-segment สะเทือน หลังได้ขับ “Deepal L07”

หากย้อนไปสัก 10 ปีที่แล้ว ถ้าพูดถึงรถยนต์หรือสินค้าจากจีน ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะมองในแง่ของราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่นในตลาดมาก่อนเรื่องคุณภาพของสินค้า แต่ในยุคนี้ผมก็เชื่อว่าหากคนที่ได้สัมผัสรถยนต์จากจีนจริง ๆ นอกจากเรื่องของ “ราคา” ที่เป็นจุดเด่นแล้ว คุณภาพที่ตามมา อาจทำให้คนที่เทใจให้รถญี่ปุ่น อเมริกา หรือยุโรป ต้องลังเล

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ทดลองขับรถสัญชาติจีนอีกหนึ่งยี่ห้อ นั่นก็คือ ChangAn รุ่น Deepal L07 ที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก Infinite Automobile บริษัทในเครือ AAS Group และตัวแทน Dealer Group อย่างเป็นทางการของ CHANGAN Automobile ประเทศไทย ช่วยประสานมายัง Deepal Galax สุวินทวงศ์ เพื่อให้ผมไปรับรถที่นั่น

หากใครยังจำกันได้ ยอดจองรถในงาน Motor Expo 2023 เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมยังเขียนถึงอยู่เลยครับ ว่ามีค่ายรถไฟฟ้าจีน 2 ยี่ห้อ อย่าง Aion และ ChangAn ที่มีตัวเลขยอดจองพุ่งขึ้นมาติดท็อป 6 อย่างน่าสนใจ และเมื่อได้มีโอกาสได้มาลองขับ Deepal L07 ของ ChangAn ในรอบนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ที่ได้ขับ บอกเลยว่าเป็นรถที่ให้ความว้าวในหลาย ๆ จุดครับ

เริ่มจากรูปโฉมที่ดูทันสมัย โฉบเฉี่ยว ความรู้สึกส่วนตัวของผม คล้าย ๆ กับตอนขับ Tank300 ของ GWM คือเป็นรถที่สวย ขับแล้วคนมองแน่ ๆ ส่วนการออกแบบด้านในรถ มาแบบเรียบ ๆ แต่ใช้งานสะดวกเมื่อใช้งานจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งคอนโซลด้านหน้าแบบ 2 ชั้น หน้าจอดิสเพลย์ใหญ่ยักษ์ 14 นิ้ว (ใหญ่มากก)

ต่อมาคือ หลังคากระจกแบบ Panoramic Glass Roof เคลือบกันยูวีที่ไม่มีม่านบังแดด! ใช่แล้วครับ เป็นกระจกทั้งบานเลย ยังดีที่รถที่ผมนำมาทดสอบ เขาติดฟิล์มมาให้ค่อนข้างเข้ม ซึ่งจากที่ใช้งานตอนแดดเปรี้ยง ๆ หากเราขับเปิดแอร์ปกติ เอาจริง ๆ ก็ไม่ร้อนนะครับ แต่อย่าเอามือไปแตะเชียว (ฮา ๆ) ทว่ายังไงแสงแดดก็แยงเข้ามาอยู่ดี ซึ่งทางศูนย์บอกผมว่าลูกค้าที่ซื้อรุ่นนี้ จะมีอุปกรณ์เสริมที่เป็นม่านบังแดดหลังคามาติดเพิ่มให้

ด้านสมรรถนะ ขึ้นชื่อว่ารถไฟฟ้า ยังไงต้องอัตราเร่งดีอยู่แล้ว Deepal L07 คันนี้ เป็นรถซีดานแบบ fastback (ฝาท้ายเปิดขึ้นพร้อมบานกระจกหลัง) ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวปั่น ที่คู่ล้อหลังเป็นล้อขับเคลื่อน และมีความแรงเทียบเท่ารถเครื่องยนต์ 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ถือเป็นรถเก๋งไซซ์ใหญ่ (D-Segment) ที่กระฉับกระเฉงมาก

พูดถึงเรื่องของแรงม้า ต้องบอกว่าในยุคที่ผมเติบโตมา รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่ออกจากโรงงาน หากเป็นรถที่ใช้งานกันทั่วไป ตัวเลขก็จะอยู่ที่ 90 ไปจนถึง 170 แรงม้า แล้วการจะเพิ่มแรงม้ากันแต่ละที บางทีต้องเข้าสำนักแต่งจูนกันเหนื่อย มายุคนี้พอเป็นรถไฟฟ้า ทำไมมันช่างง่ายดายเหลือเกินครับ กลายเป็นว่ารถไฟฟ้าในตลาดตอนนี้ ระดับ 200 แรงม้าขึ้นไป วิ่งกันเป็นปกติไปแล้ว

ส่วนตัวเลขการชาร์จแบตเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้กี่กิโลเมตร แม้ตัวเลขเคลมจากโรงงานจะบอกว่าระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง อยู่ที่ 540 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) แต่รถคันนี้สามารถกดเรียกดูตัวเลขมาตรฐานการชาร์จได้ 2 แบบ ซึ่งผมขอยึดตัวเลขมาตรฐาน WLTP ซึ่งแม่นยำกว่าในปัจจุบันก็แล้วกันครับ L07 คันนี้ เมื่อผมชาร์จเต็ม ตัวเลขจะโชว์ว่าวิ่งได้ 468 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP)

นั่นทำให้ผมสามารถขับทางไกลไปและกลับ กรุงเทพฯ-ท่ามะกา (กาญจนบุรี) ที่ระยะทางรวมเกือบ 300 กิโลเมตร แถมเส้นทางรถติดทั้งไปและกลับได้แบบสบาย ๆ โดยหลังจากชาร์จไฟเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ขับไปท่ามะกาและกลับมายังจุดชาร์จที่ปั๊มปตท. แถวออเงิน แบตเตอรี่เหลืออยู่ราว 45 เปอร์เซ็นต์ เลยจัดการชาร์จแบตคืนให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เสียค่าชาร์จไปเบาะ ๆ 211 บาท

สรุปสุดท้ายกับราคา Deepal L07 ที่เปิดออกมาที่ 1.329 ล้านบาท นอกจากจะสู้กับรถไฟฟ้าร่วมชาติจีนอีก 2 รุ่น (BYD Seal กับ ORA 07) ได้สูสีแล้ว เชื่อว่าใครที่กำลังเล็งรถซีดาน D-Segment ค่ายญี่ปุ่นอยู่ แล้วมาได้ลอง Deepal L07 เชื่อได้เลยครับว่าจะต้องมีลังเลแน่นอนครับ