Maestra: Strings of Truth ปริศนาที่เคล้าไปกับท่วงทำนองไพเราะของดนตรี

ภาพจาก FB: tvN drama

เป็นอีกครั้งที่ได้เจอซีรีส์ดี ๆ สนุก ๆ มาแบบไม่ได้ตั้งใจ เริ่มเรื่องมาจากการเปิดใจดูแบบไม่คาดหวังอะไรเลย กลับสร้างความประทับใจให้เราในแบบที่ว่า ‘รีบเอาตอนใหม่มา!’ รู้สึกผิดจังที่ก่อนหน้านี้เลื่อนข้ามเรื่องนี้ไปตั้งหลายรอบ เปิดเข้าแอปฯ Disney+ ไปเจอก็ไม่ยอมเปิดดู แต่กลับไปหาวนดูเรื่องเก่าที่จบไปนานแล้วดูแทน และอยากจะบอกว่าซีรีส์เรื่องที่ว่าไม่ได้มีดีแค่ความสนุก น่าลุ้นน่าติดตาม แต่ยังมีเพลงคลาสสิกเพราะ ๆ ให้ฟังในทุกตอน จนทำให้นึกถึงภาพยนตร์ไทยเรื่องที่รักมากที่สุดอย่าง “Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” เลยล่ะ

ด้วยความที่เปิดดูหนังเรื่องนี้หลายรอบมาก เลยจำบทสนทนาของตัวละครได้เกือบหมด ทุกวันนี้เลือนรางไปบ้างเพราะอายุเริ่มเยอะและมีอะไรต่ออะไรให้จำเยอะแยะ แต่ยังจำคำพูดหนึ่งได้อย่างแม่นยำ มันจะมีฉากหนึ่งที่ป้อม (พระเอก) ถามอ้อม (นางเอก) ว่านั่งรอเล่น (ดนตรี) นาน ๆ แบบนี้ไม่เบื่อเหรอ ซึ่งอ้อมก็ได้ตอบป้อมไปว่า “ก็ไม่เห็นต้องรอให้ได้เล่นเลย แค่นั่งฟังเฉย ๆ ก็รู้สึกดีแล้ว” ใช่! รู้สึกดีจริง ๆ ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ฟังดนตรีคลาสสิกเพราะขึ้นไปอีก

ภาพจาก FB: tvN drama

Maestra: Strings of Truth เป็นซีรีส์เกาหลีที่รีเมกมาจากซีรีส์ฝรั่งเศสเรื่อง Philharmonia เรื่องราวชีวิตของวาทยกรสาวคนหนึ่งที่ไต่เต้าไปจนถึงจุดสูงสุดของสายอาชีพโดยการเป็นวาทยากรหญิงอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งว่ากันตามจริงวาทยากรหญิงก็มีเพียงน้อยนิดอยู่แล้ว สัก 5 เปอร์เซ็นต์ของโลกได้มั้ง แต่เธอก็ยังประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม จุดเริ่มต้นของเธอ คือนักไวโอลินอายุน้อยที่สามารถชนะการประกวดไวโอลิน ก่อนจะเบนเข็มมาศึกษาเรื่องการเป็นวาทยากรจริงจัง แต่ชีวิตในอดีตของเธอไม่ได้สวยงามนัก เธอเคยเกลียดดนตรี และเธอมีความปวดร้าวลึก ๆ ในใจที่ซุกซ่อนเป็นความลับ

หลังจากประสบความสำเร็จระดับโลก จู่ ๆ เธอก็เดินทางกลับมาเกาหลี ตอบรับคำเชิญมาเป็นวาทยากรให้กับวงออร์เคสตราฮันกังฟืลฮาร์โมนิก (The Han River Philharmonic) การกลับมาในครั้งนี้เธอจะได้พบกับความจริงที่ว่า “การทำหน้าที่วาทยกรอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ทุกอย่างเริ่มผิดพลาด” ท่วงทำนองอันไพเราะของดนตรี บรรเลงไปพร้อมกับเหตุการณ์ปริศนาที่เกิดภายในวงออร์เคสตรา เธอต้องตามหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ และใช้ชีวิตแบบลึกลับปิดบังความลับบางอย่างของตัวเอง ทุกจังหวะของเรื่องราว ลื่นไหลเป็นหนึ่งเดียวกันกับไม้บาตอง

วาทยากรที่เป็นผู้หญิงมีไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ชาเซอึมขึ้นไปติดอันดับได้ทั้งที่เป็นผู้หญิง ฉันว่าเราไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเธอหรอก

ภาพจาก FB: tvN drama

นี่คือคำพูดที่สรุปถึงความสามารถและความสำเร็จของนางเอกแบบสั้น ๆ ครบจบไม่ถึงสองบรรทัด ซึ่งถ้าไปดูคาแรกเตอร์ของตัวละครชาเซอึม บวกเข้ากับการแสดงแบบเล่นน้อยแต่ได้มากของ “อียองแอ” (นางเอกแดจังกึม) ด้วยแล้ว มันยิ่งกลมกล่อมลงตัว เธอมีความคูล ความเท่ สุขุม และน่าเกรงขาม เวลาใช้คำพูดตรง ๆ ที่ฟังแล้วไม่เข้าหูแต่เป็นจริงทุกอย่างจนใครก็เถียงไม่ได้ จะเห็นเลยว่านี่แหละมาดของผู้หญิงเก่งที่แท้จริง ผู้หญิงที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากจะพาตัวเองไปถึงจุดไหน เธอพยายามรักษาสมดุลทุกด้านในชีวิต และไม่หวั่นกลัวอุปสรรคมากมายที่คอยขัดแข้งขัดขา แค่ค่อย ๆ ไล่แก้ปัญหาไปทีละอย่างเอา ทางสะดวกเมื่อไรทุกอย่างก็ไปได้สวยเอง ไม่มีอะไรมาทำลายชีวิตเธอได้

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่ปัญหานิดหน่อยมันอยู่ที่พอคำพูดนี้มันเป็นบทละครที่ถูกพูดโดยตัวละครสักตัวในเรื่อง มันเลยทำให้คนดูฟังแล้วดูโอเวอร์ไปนิด แบบว่าชีวิตผู้หญิงคนนี้ทำไมช่างน่าอิจฉาอะไรซะขนาดนั้น แต่ในชีวิตจริงก็มีผู้หญิงที่สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ระดับโลกได้แบบที่นางเอกเรื่องนี้เป็นเหมือนกันในหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันทั้งเรื่องจริงและละครก็คือความสามารถและความสำเร็จของพวกเธอ คือสิ่งที่ไม่มีใคร “ปฏิเสธ” ได้จริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่ดูเหมือนจะสวยหรูและช่างน่าอิจฉา (ซึ่งเธอก็ตั้งใจใช้ชีวิตให้เป็นแบบนั้น) ทั้งในสายตาของผู้หญิงด้วยกันเอง และผู้ชายที่อาจจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าขึ้นมาทันทีเพราะตอกย้ำปมด้อยบางอย่างในใจ ทุกคนล้วนมีบาดแผลจากการต่อสู้ แผลนั้นมีทั้งที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ ถ้าเปิดเผยเมื่อไร มันจะกลายเป็นจุดอ่อนให้เธอโดนโจมตีทันทีจากการเป็นบุคคลมีชื่อเสียง คนที่คอยอิจฉาอยู่ก็จะได้ทีซ้ำเติมและเหยียบกันให้จมดินกว่าเดิม เวลานี้เรื่องที่สามีเธอเล่นชู้กับสมาชิกคนหนึ่งในวงออร์เคสตราแดงขึ้นมาแล้ว และเธอก็พยายามแก้ปัญหาให้ผ่านไปด้วยดี

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่บาดแผลเรื่องแม่ของเธอนั้นยังคงเป็นความลับที่แม้แต่ตัวเธอเองยังยอมรับไม่ได้เลยแม้ว่าเวลาจะผ่านมานาถึง 20 ปี เธอยังไม่ให้อภัยแม่ตัวเอง ซึ่งอาจเป็นเพราะแม่ของเธอนี่แหละ ที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่อดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และในอนาคต บาดแผลจากครอบครัวจะกลับมาทำลายชีวิตอันสวยงามของเธออีกครั้งก็ได้ แบบที่มันกำลังสั่นคลอนความสำเร็จของเธออยู่ในเวลานี้ ความลับบางอย่างนั่นที่ยังไม่มีใครรู้

ความสามารถสำคัญกว่ามิตรภาพ บุคลิก และความพยายาม ฉันสนใจแค่ความสามารถของแต่ละคน

ภาพจาก FB: tvN drama

ความใจกล้า เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด คือบุคลิกอีกอย่างที่โดดเด่นของนางเอกนางเอกเรื่องนี้ เธอพร้อมที่จะฟาดใส่ทุกอย่างและทุกคนด้วยเหตุและผลของเธอ ซึ่งก็ต้องยอมรับกันแหละนะว่านางแน่จริง ๆ ถึงขึ้นไปอยู่จุดนั้นได้ และนั่นหมายความว่าอะไรก็ตามที่อยู่ในความดูแลของเธอ เธออก็จะทำมันออกมาให้ได้ดีที่สุดเหมือนกัน เพื่อรักษามาตรฐานความสำเร็จของเธอเอง และเพื่อดันมาตรฐานของวงออร์เคสตราที่เธอเป็นหัวหน้าผู้กำกับดนตรีอยู่ รวมถึงเฟ้นหาคนที่มีความสามารถจริง ๆ บีบเค้นให้เจ้าตัวดันศักยภาพตัวเองออกมาให้มากที่สุด และผลักดันให้คนคนนั้นไปไกลกว่าเดิม

ภาพจาก FB: tvN drama

ทีแรกที่เห็นคนมาเขียนรีวิวซีรีส์เรื่องนี้ในสัปดาห์แรกที่ปล่อยสตรีม เขาเล่าเรื่องย่อคร่าว ๆ ถึงวีรกรรมนางเอกที่พอย้ายจากอเมริกามาเป็นวาทยากรวงออร์เคสตราที่เกาหลี เธอก็สร้างเรื่องเลย เริ่มจากการที่เธอโผล่หน้ามาก่อนวันที่นัดจริง หลังจากฟังภาพรวมการเล่นของวงแล้วก็เริ่มให้คนออก และสับเปลี่ยนตำแหน่งเอาเด็กใหม่ที่อายุน้อยที่สุดขึ้นมาเป็นไวโอลินนำแทนคนที่อาวุโสที่สุด บอกตรง ๆ ว่าการอ่านรีวิวนั้นทำให้เข้าใจผิดไปมากพอสมควร โดยเข้าใจว่านางเอกนี่เปรี้ยวดี และอยากทำอวดภูมิ อวดโปรไฟล์ตัวเองที่มาจากระดับโลก พราวความเก่งของตัวเอง แต่ความจริงแล้วเธอมีเหตุผลที่สนับสนุนการกระทำนั้น แล้วเธอก็พยายามอย่างสุภาพที่สุดแล้วตอนที่จะปลดนักไวโอลินอาวุโสคนนั้น

สำหรับเธอดนตรีและวงออร์เคสตรามีความสำคัญมากที่สุดที่เธอจะไม่มีทางปล่อยให้มันล่มลงไปต่อหน้า เธอจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อวง แม้กระทั่งการปลดผู้อาวุโส ซึ่งก็คือเป็นครูที่สอนเธอเล่นไวโอลินลงจากตำแหน่งนั้นด้วย และนำเอาน้องใหม่ที่เธอเห็นว่ามีความสามารถสูงจริง ๆ มาแทนที่ แน่นอนว่าคนในวงก็ต่อต้าน เพราะไม่เห็นด้วยที่เธอเข้ามาเผด็จการทุกอย่าง แถมยังดูหยาบคายไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ และเริ่มเข้าตำราศิษย์คิดล้างครู แต่เธอก็มีวิธีจัดการแบบเด็ด ๆ ด้วยการฟาดด้วยข้อเท็จจริง ว่าคุณภาพของวงตกต่ำลงมาก ยอดขายตั๋วคอนเสิร์ตจึงไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์มาพักใหญ่แล้ว ถ้ายังยอมอ่อนใหทุกอย่างเพราะเห็นแก่ธรรมเนียมไม่ใช่ความเป็นจริง วงจะตกต่ำต่อไป

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ เธอจะทำให้วงออร์เคสตรานี้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เอง ขอให้เชื่อใจเธอ เชื่อในศักยภาพและความสามารถทางดนตรีของตัวเอง และถ้าใครคิดจะสู้กับเธอ ก็ขอให้สู้กันด้วยเสียงดนตรีเท่านั้น

ไหน ๆ ก็พูดประเด็นเรื่องที่นางเอกเห็นว่าความสามารถของคนสำคัญที่สุดแล้ว อยากบอกว่ามีอีกซีนหนึ่งที่ชอบมาก เธอเป็นคนดูคนเป็น อ่านคนออก เธอถึงได้พูดปกป้องเด็กใหม่คนนั้นตอนที่ถูกนินทาต่อหน้า ว่าถ้าเป็นคนที่มาตัวเปล่าไม่มีเงินหรือเส้นสาย ก็ต้องวางแผนใช้เล่ห์เหลี่ยมบ้างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ใคร ๆ ก็อยากประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น และหลังจากที่พูดตอกหน้ายัยพวกนั้นเสร็จแล้ว เธอก็มาพูดกระตุ้นเด็กปั้นของเธออีกต่อว่าฉันดูออกนะว่าเธอไม่ได้ใสซื่อ เลิกปลอมแล้วเอาตัวตนที่แท้จริงออกมา ตัวตนที่ไม่ใช่เด็กน้อยที่ยอมให้คนอื่นข่มเหง มีไฟ ทะเยอทะยาน และไม่กลัวอะไรทั้งนั้น แล้วทำยังไงก็ได้ให้คนพวกนั้นอยู่ในกำมือเธอให้ได้

ภาพจาก FB: tvN drama

อูย! แซ่บเวอร์ บอกเลยว่าถ้ายัยเด็กนี่คิดได้และตีความออกว่าคนพูดหวังดีกับตัวเองมากกว่าประสงค์ร้าย เด็กนี่จะรู้ในที่สุดว่านี่แหละคือวิธีที่ชาเซอึมใช้ไต่เต้าจนพาตัวเองขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั้นได้ และถ้านางอยากประสบความสำเร็จเหมือนกันก็จงเรียนรู้วิธีนี้ไว้ อะไรที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตก็ตัดออกไปให้หมด อย่าปล่อยไว้รุงรัง

คุณเลิกสนใจประเทศชาติก่อน แล้วหันมาดูแลลูกชายตัวเองดีกว่านะ…ถ้ายังอยากอยู่ต่อสมัยหน้า

ว้าว! ซีรีส์เรื่องนี้มันยังไงเนี่ย มีแต่พวกฟาดเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลย ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาเป็นคนบ้าได้หมด เพียงเพราะต้องการจะปกป้องตัวเองหรือคนที่ตัวเองรัก ซึ่งเรื่องนี้นอกจากนางเอกแล้ว อยากประเคนตำแหน่ง MVP ให้กับแฟนเก่านางเอกอีกคน คนบ้าอะไรทำอะไรสุดติ่งกระดิ่งแมวขนาดนั้น คาแรกเตอร์พี่แกเป็นได้ทั้งคนฮาหน้าตายและคนบ้าที่หมกมุ่นอยู่กับการทำให้นางเอกกลับไปหาตัวเอง แล้วแต่ละวีรกรรมที่พี่แกทำ บอกเลยว่าถ้าไม่รักมาก ไม่แค้นมาก ก็คงทำไม่ได้ขนาดนี้ ประกอบกับการเป็นผู้ชายนิสัยรวย ใช้เงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ลองมาไล่ดูลูกบ้าของพี่แกกันสักหน่อยดีกว่า

ภาพจาก FB: tvN drama

หลังจากเลิกรากันนานถึง 20 ปี นับตั้งแต่วันที่นางเอกทิ้งพี่แกไป พี่แกไม่เคยลืมเธอเลย ยังคงตามสืบเรื่องราวของเธออยู่ห่าง ๆ มาตลอด พอรู้ว่าเธอกลับมาทำงานที่เกาหลีแล้วก็ถือโอกาสไปหา เดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาเธอในห้องซ้อมดนตรีที่เธอทำงานอยู่ แต่เธอดันเมินใส่ พี่แกไม่มีทางเลือก กดสัญญาณไฟไหม้ซะลั่นตึกจนเธอต้องหันมามอง เธอแต่งงานแล้ว พี่แกอยากให้เธอหย่า ก็เลยซื้อวงออร์เคสตรามาเป็นของตัวเองซะเลย จะได้ตามดูตามเฝ้าเธอไปทุกที่ จนแล้วจนรอดเธอไม่สนใจ เธอไม่ยอมหย่า พี่แกก็สั่งยกเลิกคอนเสิร์ตทั้งหมด แถมยังแอบตามสืบเรื่องคนรอบตัวของเธออยู่ห่าง ๆ อีก จนเป็นที่มาของการใช้อำนาจเงินสั่งได้แม้กระทั่งท่านสส. ที่ลูกชายทำตัวมีปัญหากับผู้หญิงของเขา

ภาพจาก FB: tvN drama

การเป็นคนมีเงินนี่ชนะทุกอย่างใส ๆ ของจริง แม้แต่ท่านสส. ที่มีอำนาจตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวที่ลูกชายตัวดีก่อเรื่องไว้ จนกลายเป็นคนกร่างไม่กลัวอะไรเพราะพ่อจัดการได้ ยังต้องก้มหัวให้กับ CEO บริษัทไฟแนนซ์ ผู้เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการการเงินเลย เพียงแค่พี่แกสั่งให้ท่านสส. ไปอบรมสั่งสอนและดูแลลูกชายดี ๆ พร้อมกับทิ้งท้ายว่า “ถ้ายังอยากอยู่ต่อสมัยหน้า” เนี่ย มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าถ้าท่านสส. ไม่จัดการลูกชายตัวดีให้อยู่หมัด ก็ไม่รับประกันว่าพี่แกจะใช้เงินทำอะไรอีก แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ท่านสส. เตรียมเดือดร้อนได้เลย

จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องตลกร้ายเหมือนกันนะ สส. ที่เอาแต่ทำงานเพื่อประเทศชาติ สนใจแต่ทุกข์สุขของประชาชน จนไม่มีเวลาอบรมสั่งสอนหรือดูแลลูกตัวเองให้เป็นผู้เป็นคน แต่เมื่อไรก็ตามที่ลูกไปก่อเรื่องและความเดือดร้อนอาจมาถึงตัวเอง ทีนี้ล่ะรีบออกโรงช่วยเหลือลูกทันที แต่ช่วยเพราะอะไรล่ะ? เพราะเป็นลูกของตัวเอง พ่อแม่ย่อมทนเห็นลูกรับผิดไม่ได้ ผิดถูกยังไงพ่อแม่ก็ต้องช่วย มีอำนาจอะไรก็ต้องงัดมาใช้ หรือเพราะถ้าลูกตัวเองรับผิด ลูกก็ลากหน้าที่การงานของพ่อแม่ลงเหวไปด้วยกันแน่ และถ้าลงเหวกันทั้งบ้าน สิ่งที่พยายามสร้างมาก่อนหน้ามันก็จะสูญเปล่าทั้งหมด

ภาพจาก FB: tvN drama

คงต้องย้ำอีกครั้งว่าใครคิดจะเลื่อนผ่านซีรีส์เรื่องนี้ไป ขอให้คิดใหม่ นี่พูดในฐานะของคนที่เคยคิดจะข้ามเหมือนกัน เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบดูละครแนวเมโลดราม่าเท่าไร สนุกแค่ไหนก็ไม่ชอบความหน่วงของซีรีส์แนวนี้ แต่กับเรื่องนี้ที่เปิดใจดูแบบไม่คาดหวัง กลับพบว่าเขาผูกเรื่องไว้น่าติดตาม อาจเพราะมันซ่อนปมลึกลับระทึกขวัญบางอย่างไว้ บวกกับฝีมือของนักแสดงแต่ละคนที่ไร้ข้อกังขาอยู่แล้ว เลยยิ่งทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูมีลับลมคมในมากกว่าเดิม รวมถึงน่าจะเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องแรก ๆ เลยที่เล่าถึงเบื้องหลังอาชีพวาทยากร มีดนตรีคลาสสิกเพราะ ๆ ให้ฟังด้วย เพลงที่ใส่มาประกอบแต่ละฉาก รู้สึกเหมือนนั่งดูละครเวทีอยู่เลย เมื่อต้องตามลุ้นแต่ละองก์ ๆ มันเลยมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก🎻