Death’s Game บทลงโทษของคนที่เพรียกหาความตาย

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ถ้าถามว่าในปี 2023 ที่กำลังจะผ่านไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ มีซีรีส์เรื่องไหนที่เคยปักหมุดรอดูอย่างใจจดใจจ่อบ้าง จริง ๆ ก็มีไม่กี่เรื่องหรอกที่ใช้คำว่า “รอดู” ที่ยอมรอ ถ้าไม่ใช่เหตุผลว่าเป็นติ่งนักแสดงคนใดคนหนึ่งในเรื่องอยู่ ก็เป็นเพราะว่ามีโอกาสได้อ่านพล็อตเรื่องคร่าว ๆ จากการตามข่าวแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้พลาดไม่ได้ ฉะนั้น ซีรีส์ส่วนใหญ่ที่ลงในคอลัมน์นี้ จะเป็นซีรีส์ที่ไล่เปิดดูหลังปล่อยสตรีมแล้วมากกว่า ถ้าเรื่องน่าสนใจถูกจริตก็ไปต่อ แต่ถ้าน่าสนใจแต่ไม่ใช่แนว ส่วนใหญ่จะเทเลย เพราะหลัง ๆ มาไม่ค่อยมีเวลาให้โอกาสดูต่ออีกสักตอนหรือสองตอนแล้วค่อยตัดสินใจ ถ้ารู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ใด ๆ ในชีวิตก็พอแค่นั้น

แต่ซีรีส์ในสัปดาห์นี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่กล้าพูดเลยว่ากำลังรอดู ด้วยพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตาม นักแสดงฝีมือเพียบ และการชื่นชอบนักแสดงนำหญิงอย่าง “พัคโซดัม” เป็นการส่วนตัว ซึ่งเธอหายหน้าหายตาไปเกือบ 3 ปี หลังจากซีรีส์เรื่องล่าสุด Record of Youth และมีข่าวว่าเธอรักษาอาการป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ นี่จึงเป็นผลงานคัมแบ็กของเธอรักษาตัว ส่วนนักแสดงนำชาย “ซออินกุก” รายนี้แค่ได้ยินชื่อก็หายห่วง เพราะสายฝีมือของจริง เล่นเก่ง แสดงดี ร้องเพลงก็เพราะ แล้วแต่ละคาแรกเตอร์ของเขานั้น มีแต่บทบาทที่คาดเดาไม่ได้ทั้งนั้นเลย

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

Death’s Game จะเรียกว่าเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของปี (ทั้งที่มีแค่ 8 ตอน) ก็คงไม่ผิด เพราะเป็นซีรีส์ที่รวบรวมเอานักแสดงที่รับเชิญมารับบทสมทบเอาไว้เยอะมากแบบมาก ๆ ประเด็นคือพวกเขาแค่มารับบทสมทบของเรื่องก็จริง แต่แต่ละตัวละครล้วนแต่เป็นคาแรกเตอร์สำคัญ จึงใช้นักแสดงรับเชิญสมทบทั้งหมดที่เป็นระดับตัวหลักของวงการทั้งนั้น ไม่มีคนไหนเป็นตัวรองเลย แล้วแบบว่าบางคนรับเชิญมาออกแค่ไม่กี่วินาทีเอง เห็นหน้าแค่แบบผ่าน ๆ ที่จริงให้ใครมาเล่นก็ได้แหละ แต่ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ทำ มันไม่เจ๋ง 555 ก็เลยมีแต่คนแซวว่าหมดงบค่าตัวนักแสดงไปเท่าไหร่เนี่ย แต่ละคนค่าตัวระดับพระเอกทั้งนั้น

Death’s Game เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มดวงกุดคนหนึ่ง ผู้ที่เคยเชื่อว่าตัวเองได้รับโอกาสดี ๆ ไวกว่าชาวบ้านเขา อย่างการถูกเรียกไปสัมภาษณ์เข้าทำงานบริษัทใหญ่ยักษ์ตั้งแต่ยังเรียนปริญญาตรีไม่จบเลยด้วยซ้ำ คนที่มีทางบ้านมีข้อจำกัดทางการเงินอย่างเขาย่อมคว้าโอกาสไว้ แต่มันกลับลอยหลุดจากมือเขาไปหลังเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหตุการณ์หนึ่ง หลังจากนั้นมา เขาก็พลาดทุกโอกาสดี ๆ ในชีวิตทั้งที่พยายามไขว่คว้ามันไว้ทุกครั้ง เรียกได้ว่านอกจากมีแม่ที่รักและแฟนสาวที่ดีมาก ๆ เขาก็ไม่มีโอกาสอะไรดี ๆ อีกเลยในชีวิตนี้ ไม่มีงานการดี ๆ ทำ ลงทุนก็โดนเพื่อนหลอก ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจนโดนเจ้าของบ้านขนของออกมากองตากฝน ข้าวของเสียหายทุกอย่าง

หลังจากที่อดทนสู้ชีวิตแต่ถูกชีวิตสู้กลับมาตลอด 7 ปี เขาพบว่าความล้มเหลวมันถาโถมเข้ามาหาเขาจากทุกทิศทาง เมื่อมันไม่มีอนาคต ไม่มีความหวัง เขาจึงตัดสินใจใช้ความตายจบปัญหา การฆ่าตัวตายที่เขาเข้าใจว่าเป็นทางออกของความเจ็บปวด เป็นเครื่องมือยุติปัญหา กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ที่ทำให้เขาต้องเวียนว่ายตายเกิดกับ “ความตาย” ทั้งหมด 12 ครั้งเป็นการลงโทษ ก่อนที่จะถูกตัดสินโทษครั้งใหญ่จากบาปหนักด้วยการไปลงนรก โดยเขาจะต้องตื่นขึ้นมาในร่างคนอื่นที่ “กำลังจะตาย” อีก 12 ครั้ง ถ้าเขาเลี่ยงความตายในร่างใดร่างหนึ่งได้ เขาจะได้ใช้ชีวิตที่เหลือในร่างนั้น ส่วนจะตกนรกหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าเขาจะใช้ชีวิตอย่างไรหลังเลี่ยงความตายได้

ในเมื่อหนีการลงโทษนี้ไม่ได้ และเขาก็จำเป็นต้องเล่นตามเกมความตายนี่ไปจนกว่าจะจบเกม บวกกับความกลัวนรกของจริงในยมโลกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเลยต้องลองสู้ดูสักตั้ง เอาชนะความตายให้ได้ในสักชีวิต หรือเรียนรู้ให้ได้ว่าตัวเองทำบาปหนักแค่ไหนเรื่องฆ่าตัวตาย และต้องวางแผนจะใช้ชีวิตที่เหลือด้วย หากเอาชนะเกมนี้ได้สำเร็จ ก็ต้องมาร่วมลุ้นว่าแต่ละชีวิตที่เขาฟื้นขึ้นมา เขาต้องต่อสู้อะไรบ้างในนามและตัวตนของคนอื่น ที่ต่างก็มีเรื่องราวชีวิตหนักหนาที่ต้องต่อสู้เหมือน ๆ กันในฐานะมนุษย์

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ถึงงั้นก็เถอะ ขอบ่นนิดนึงเรื่องที่ว่าซีรีส์สั้นแค่ 8 ตอน พี่เกาแกก็ยังจะแบ่งฉายเป็น 2 พาร์ตอีก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหลัง ๆ มาซีรีส์เกาหลีชอบปล่อยซีรีส์ออนแอร์แบบขยักขย่อน แบ่งพาร์ตแบ่งภาค ไม่ปล่อยออนแอร์รวดเดียวยาว ๆ ให้มันจบ ๆ ไปเลย พอแบ่งพาร์ตก็ตัดจบแบบทิ้งระเบิดให้คนดู แล้วมันก็มีช่วงเวลาที่คนดูต้องอดทนแบบลงแดงอีก สำหรับเรื่องนี้ หลังจากที่ปล่อยพาร์ตแรกมาเมื่อวาน 4 อีพี นี่ก็ต้องรออีกเกือบ ๆ เดือน กว่าจะได้ดูพาร์ต 2 ที่จะปล่อยอีก 4 ตอนรวดในวันที่ 5 มกราคม 67 นู่น มันแค่ 3 สัปดาห์ก็จริง แต่จะทำให้มันข้ามปีทำไม

ความตายที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับมนุษย์ คือความตายที่รู้ล่วงหน้า

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

เปิดเรื่องราวของซีรีส์เกมท้าตายด้วยคำคมจากแบคคิลิดีส (Bacchylides) กวีชาวกรีก ว่าความตายที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับมนุษย์ ไม่ใช่ความตายทั่วไปแบบที่เราไม่รู้ตัวว่าจะตายตอนไหน ทว่าคือความตายที่เรารู้ล่วงหน้าว่า “กำลังจะตาย” ในอีกไม่ช้านี้ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะตายกี่โมงและตายยังไง รู้แค่ว่ากำลังอยู่ในโหมดระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังบีบคั้นอยู่ในทุกวินาที บอกตามตรงว่ายังไม่มีเวลาไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำพูดนี้ว่าปรากฏอยู่ในวรรณกรรมตะวันตกเล่มใด (คนที่เคยเรียนวรรณกรรมปรัมปราเกี่ยวกับเทพปกรณัมกรีกอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างมั้ง) เพราะซีรีส์เพิ่งปล่อยสตรีมเมื่อวาน ใช้เวลาดูยาว ๆ 4 ตอน แล้วทำคอลัมน์เลย แต่หลังจากนี้จะไปลองศึกษาดู

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

จริง ๆ แล้วแอบเอ๊ะนิดหน่อยกับคำพูดดังกล่าวนะ เพราะข้อเท็จจริงก็คือ มนุษย์ทุกคนรู้ล่วงหน้า (แต่ชอบแกล้งทำเป็นไม่รู้ และบางคนก็มีความคิดอยากจะเอาชนะ) อยู่แล้วล่ะว่าตัวเองต้องตายในสักวัน เมื่อเกิดมาแล้ว นาฬิกาชีวิตก็จะเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อไปให้ถึงวันสิ้นอายุขัย ความตายมันถูกกำหนดล่วงหน้าโดยอัตโนมัติจากการเกิดนั่นแหละ แต่ด้วยไม่รู้บริบทในกวีที่คำพูดนี้ปรากฏอยู่ เลยไม่กล้าจะตีความอะไรมาก แบคคิลิดีสอาจจะหมายความว่าไม่ว่ายังไงความตายก็เป็นเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับมนุษย์ก็ได้ ก็มนุษย์รู้ล่วงหน้าอยู่แล้วนี่ว่ายังไงต้องตาย หรืออีกนัยหนึ่ง กวีอาจจะสื่อถึงการตายที่รู้ล่วงหน้าในรูปแบบที่ “กำลังจะตาย” หรือเปล่า แบบว่ามันชัดเจนแล้วว่าไม่เหลือเวลาให้หนีอีกต่อไป

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ถ้าเป็นในกรณีหลัง ที่รู้ชัด ๆ ว่าตัวเอง “กำลังจะตาย” ก็เข้าใจได้นะว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องเจ็บปวด เพราะเรามักจะนึกออกแล้วว่ามีอะไรที่อยากทำตั้งมากมายก่อนจะตาย ทุกอย่างมันคงพรั่งพรูออกมาจากสมองรัว ๆ แต่ไม่เหมือนกับตอนที่ถูกถามว่าถ้ารู้ว่าพรุ่งนี้โลกจะแตกอยากจะทำอะไรบ้างนะ อันนั้นมันยังมีคำว่า “ถ้า” กรณีนี้คือรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นแน่ ๆ ในไม่ช้านี้ ความตายที่ว่า แต่กลับเหลือเวลาที่จะได้ทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นน้อยลงทุกที ซึ่งก็ไม่รู้เลยว่าจะทำได้สำเร็จก่อนตายไหม หรือกำลังทำ ๆ อยู่แล้วก็ตาย หรืออาจจะยังไม่ทันได้ทำก็ตายซะก่อน แล้วถึงจะพยายามปล่อยวางเพื่อรอความตายมาเยือนแล้วก็เถอะ มันก็สวนทางกับสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของปุถุชนอยู่ดี

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

“กำลังจะตาย” ที่ไม่รู้ช่วงเวลาที่แน่ชัด รู้เพียงว่าอีกไม่นาน สร้างความกังวล ความกดดัน และทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานอัตโนมัติ เพราะช่วงเวลาของความสุขในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิตจะต้องดับวูบลงไปเมื่อไรก็ได้ และเรารู้อยู่แก่ใจว่าไม่เหลือเวลาจะมีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว แต่อีกใจก็ไม่รู้ว่าจะดิ้นรนไปเพื่ออะไร จะมีประโยชน์จริง ๆ เหรอ ซีรีส์เรื่องนี้ ตัวละคร “ชเวอีแจ” คือคนที่รู้ล่วงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึง 12 ครั้งว่าตัวเองกำลังจะตายในทุก ๆ ร่างที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา และการตายในร่างของตัวเขาเอง เขาก็เป็นคนกำหนดความตายด้วยตัวเองด้วยซ้ำ มันเลยเป็นการลงโทษให้เขาต้องทนเจ็บปวดกับการตายไปเรื่อย ๆ โทษฐานที่พาตัวเองมายมโลกก่อนเวลาอันควร

ฉันมองไม่เห็นความหวังอะไรทั้งนั้น การมีชีวิตต่างหากที่ฉันกลัว กับอีแค่ความตาย ฉันไม่กลัวเลยสักนิด เพราะความตายก็เป็นเครื่องมือกระจอกในการหยุดความเจ็บปวดของฉันเท่านั้น ฉันจะไม่ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

แต่พอมาดูรายละเอียดชีวิตของตัวละคร “ชเวอีแจ” แล้ว ก็ไม่แปลกใจอีกเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจมอบความตายให้ตัวเองทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาแบบนั้น จะบอกว่าเป็นคนอับโชคก็ไม่ใช่ เพราะตัวเขาเองก็เติบโตขึ้นมาอย่างดี ดีกว่าคนอีกครึ่งค่อนโลก และยังได้รับโอกาสบางอย่างที่ใครบางคนยังทำได้เพียงแค่ฝันเท่านั้น มันอาจจะเป็นเรื่องของโชคชะตาหรือผลพวงของความพยายามของเขาเองก็ได้ที่ทำให้ตัวเขาได้รับแต่สิ่งดี แต่ทุกอย่างมันกลับสะดุดในวันนั้นเมื่อ 7 ปีก่อน วันที่เขากำลังมุ่งหน้าจะไปสัมภาษณ์งาน แต่ดันไปอยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุสุดสยองเข้า คนคนนั้นก็ดันหมดลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาในอ้อมแขนเขา และมันกลายเป็นภาพติดตา!

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

โอกาสที่เขาได้รับมันมาไวกว่าคนอื่น ถูกเป่าทิ้งไปอย่างไร้ค่าตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เขาต้องใช้เวลาอยู่นานถึง 7 ปีในการเป็นนักล่างาน เขียนประวัติสมัครงานเป็นร้อยเป็นพันรอบก็ยังไม่มีงานการเป็นหลักเป็นแหล่งทำ จนกระทั่งเรียนจบ เขากลายเป็นคนที่เริ่มต้นชีวิตแบบติดลบเพราะเป็นหนี้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา แถมยังมาติดช่วงวิกฤติโรคระบาดหนัก ๆ อีกราว 2 ปีกว่าที่ทำให้การหางานยิ่งยากขึ้นไปอีก ในขณะที่คนอื่น ๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน เขาทำได้แค่เป็นพนักงานพาร์ตไทม์ไปวัน ๆ หาเงินใช้หนี้และประทังชีวิตเพื่อรอวันที่จะมีงานประจำทำ และทั้งที่ทำงานตัวเป็นเกลียว เขาก็ยังขวนขวายไปสอบเอาใบรับรองต่าง ๆ ไว้เพื่อเสริมโปรไฟล์ให้ตัวเองอยู่เสมอ

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ทว่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้หลังจากติดอยู่ในวงจรอุบาทว์นี่มา 7 ปี คือแค่อยากจะมีชีวิตธรรมดา ๆ ที่ได้งานในเวลาที่เหมาะสม ได้แต่งงานสร้างครอบครัวในเวลาที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่คนอย่างเขาจะไขว่คว้าได้ มันเหมือนว่ามีแต่เขาเท่านั้นที่หยุดนิ่งและไม่อาจก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าตัวเขาจะพยายามดิ้นรนแค่ไหนก็ตาม และสิ่งที่แย่ยิ่งกว่า คือสายตาคนอื่นที่มองปรามาสว่าเขาไม่มีความพยายามหรือยังพยายามไม่มากพอ เขาก็ยังพยายามปลอบใจตัวเองต่อไปว่าทุกอย่างจะไปได้สวย แต่มันก็แค่เหมือนเท่านั้น ความวิบัติเริ่มมาเยือนตัวเขาอีกครั้ง จนเขากลายเป็นผู้ประสบเคราะห์ในทุกด้านของชีวิต

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

เมื่อต้องพบกับความล้มเหลวที่ถาโถมในทุก ๆ ด้าน แม้จะได้กลับไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทใหญ่ที่เคยทำพลาดเมื่อ 7 ปีก่อนอีกครั้ง ทุกอย่างก็แค่เหมือนจะดี แต่เขาก็ยังไม่ใช่ผู้ที่ถูกเลือก ไว้ใจลงทุนธุรกิจกับเพื่อนก็เจ๊งยับ แจ้งความเอาผิดกับใครก็ไม่ได้ กลับมาบ้านก็โดนไล่เพราะค้างค่าเช่า ข้าวของที่อยู่กลางฝนพังหมดทุกอย่าง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา ยิ่งทำให้มวลความรู้สึกผิดต่อแฟนสาวที่แสนดีและคอยอยู่ข้าง ๆ เขามาโดยตลอดเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตลอด 7 ปีเขาได้แต่รบกวนเธอเหมือนเหลือบไรที่เกาะติดและดูดเลือดเธอ ชีวิตเธอกำลังไปได้สวยจนเขาไม่อยากเป็นตัวถ่วงในชีวิตของเธออีก เธอควรไปเจอคนที่ดีกว่าเขา และอย่าเหนื่อยกับคนแบบเขาอีกเลย

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ในเมื่อทุกอย่างมันพังหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจเขาสักอย่างเดียว เขาไม่เหลือความหวัง เขาไม่เห็นทางออก เขาไม่มีสารตั้งต้นอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันควรจะไปต่อ หรือรอพรุ่งนี้สักหน่อยไหม เขาจึงตัดสินใจจะใช้ความตายปิดจบปัญหาทุกอย่าง เพราะ 7 ปีมันเป็นเวลาที่นานเกินพอแล้ว และไม่รู้ว่าจากนี้ไป เขาจะต้องใช้เวลาหมดไปกับการรออีกนานแค่ไหน เขาทนเจ็บปวดต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว ถึงเวลาเลิกดิ้นรนเพื่อมีชีวิตอยู่แล้วหวาดกลัววันพรุ่งนี้ ชีวิตเขายับเยินขนาดนี้แล้ว การตายมันง่ายกว่าเยอะ เป็นเรื่องที่แค่กลั้นใจนิดเดียวก็จบ จากนั้น เขาก็ปลิดชีพตัวเองด้วยการดิ่งลงมาจากดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่ง แต่แทนที่มันจะจบ มันดันกลายเป็นจุดเริ่มต้นแทน

พวกมนุษย์นี่น่าทึ่งจริง ๆ ปากพูดว่าชีวิตเหมือนตกนรก แต่ในแต่ละวันก็อดทนผ่านนรกนั่นมาได้อย่างดีนี่

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ในวันที่ทุกอย่างในชีวิตกลายเป็นอุปสรรค คือทางตันที่พยายามมานานแค่ไหนก้าวข้ามผ่านไปไม่ได้สักที และที่สำคัญก็คือ ไม่รู้ว่าจะต้องอดทนอยู่ในสภาพแบบนี้ไปอีกจนถึงเมื่อไร จะต้องเจ็บปวดจากความผิดหวังและล้มเหลวไปอีกกี่ครั้ง ชีวิตแบบนี้แหละที่มนุษย์เปรียบเทียบมันเป็น “นรก” บนดิน ที่แม้จะกัดฟันอดทนผ่านนรกนี่มาได้อย่างดีเป็นเวลานาน แต่ความอดทนของคนเรามันก็มีขีดจำกัด มันมีจุดที่เราจะบอกตัวเองว่าพอแล้ว จะไม่อดทนกับชีวิตแบบนี้อีกต่อไป ในเมื่อไม่มีทางอื่นให้เดินไปอีกแล้ว มันก็จะมีคนแบบ “ชเวอีแจ” ที่เลือกให้ความตายเป็นจุดสิ้นสุดความอดทน

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ชีวิตของชเวอีแจเป็นอะไรที่ทั้งน่าสงสารและน่าสมเพช จากเรื่องราวที่ซีรีส์ถ่ายทอดให้ดู เราจะเห็นว่าเขาพยายามทำทุกอย่างเท่าที่เขาทำได้มาหมดแล้ว สมัครงานเป็นสิบเป็นร้อยบริษัทก็ไม่ผ่านสักที ทั้งที่เรียนจบมหาวิทยาลัยที่การันตีผู้เรียนว่าอัตราได้งานสูงอันดับ 1 ระหว่างรองานได้งานก็ยังคงรับจ้างทำงานพาร์ตไทม์ทุกอย่าง ไม่ได้นั่งรองานเฉย ๆ แถมยังไปสรรหาเรียนนั่นเรียนนี่เพิ่มเติมเพื่อนำมาประดับโปรไฟล์สมัครงาน คะแนนสอบ TOEIC ของเขาสูงจนคนสัมภาษณ์งานยังทัก มีคะแนนสอบวัดระดับภาษาจีน HSK ด้วย ซึ่งของพวกนี้ใช่ว่ามีเงินแล้วไปซื้อมาได้เมื่อไหร่ มันต้องมีความสามารถจริง ๆ ถึงจะได้ใบรับรองมา (แล้วสภาพคนแบบอีแจก็ไม่ใช่คนที่จะมีเงินไปซื้อคะแนนพวกนี้ด้วย)

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

ในมุมที่คุณความตายพูดมันก็ไม่ผิดหรอก มนุษย์เอาแต่พร่ำบ่นว่าชีวิตที่เป็นอยู่คือนรก แต่ก็อดทนผ่านมันมาได้ในทุก ๆ วัน ถึงอย่างนั้น ทนไปนาน ๆ มันก็ท้อนะ คนเรามันมีความรู้สึกสิ้นหวังเป็น แล้วยิ่งพยายามทำอะไรลงไปก็ไม่เคยได้รับผลที่ดีตอบกลับมาเลยแบบนั้น จุดนี้ทำให้เรากลับเข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังและจนตรอกของอีแจมากกว่า และถามว่าทำไมถึงอดทนผ่านนรกนั่นมาได้ตลอด ก็เพราะไม่อยากเป็นคนขี้แพ้ไง ไม่อยากเป็นคนที่ยอมแพ้ง่าย ๆ ทั้งที่ยังสู้ไม่เต็มที่ ไม่อยากเป็นคนที่ได้ชื่อว่าไร้ความหวัง เลยพยายามจะอยู่อย่างมีความหวังให้ได้นานที่สุด แต่อย่างว่า ทุกอย่างมีจุดที่เราจะบอกกับตัวเองได้ว่าควรพอได้แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะตะบี้ตะบันหรือดันทุรังทำต่อไปแล้ว

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

เพราะความพยายามจะได้รับการยอมรับก็ตอนที่ทำสำเร็จแล้ว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมความพยายามของอีแจยังคงเป็นเรื่องไร้ค่าไร้ราคา ด้วยการตราหน้าเขาว่ายังพยายามไม่มากพอ เพราะคนเหล่านั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเขาสู้มา 7 ปีแล้ว และไม่มีใครรู้เลยว่าเขาลงทุนลงแรงกับความพยายามไปมากแค่ไหน มีแต่คนที่ดูถูกและด้อยค่าความพยายามของเขาทั้งนั้น แล้วชีวิตแบบนี้จะไม่ถูกเปรียบเทียบกับนรกได้ยังไงล่ะ ถ้าเขาทำบาปหนักจากการฆ่าตัวตายแล้วต้องได้รับโทษมันก็ต้องว่ากันไปตามนั้น แต่อย่าตอกย้ำกับคนเหล่านี้ด้วยคำว่าตายไปต้องตกนรกอีกเลย อย่าให้เขาต้องรู้สึกว่าตอนมีชีวิตอยู่ ทุกวันก็เหมือนตกนรกอยู่แล้ว ตายไปยังต้องนรกอีก แบบที่อีแจรู้สึกเลย

ภาพจาก FB: 티빙-TVING

Death’s Game เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ส่งท้ายปีนี้ที่ทำออกมาดีมากจนต้องขออวยยศ ทั้งในแง่ของความสนุกของเนื้อเรื่อง การแสดงของนักแสดงทุกคนที่เล่นเป็นคนคนเดียวกันได้อย่างแนบเนียน แม้ว่าจะออกมาแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม ความบันเทิงครบรสแบบที่ละครจะให้คนดูได้ ที่สำคัญ คือปรัชญาชีวิตที่มีการถ่วงดุลกันทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายคนที่พยายามเท่าไรก็ยังตกที่นั่งลำบากเสมอ ความสิ้นหวังทำให้เขาตัดสินใจใช้ความตายยุติเรื่องราวทุกอย่าง กับอีกฝ่ายที่พยายามชี้ให้เห็นว่าการเลือกการฆ่าตัวตายเป็นทางออกของปัญหามันไม่ใช่ทางเลือกที่จะจบเสมอไป แต่มันเป็นตัวเลือกที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งว่าอยากพ้นทุกข์ โดยที่ไม่ได้มองไปถึงคนข้างหลัง ขนาดนี้แล้วก็รอดูพาร์ต 2 เลยว่าจะจบยังไง🪦