รอบรู้ : เรื่องเสื้อชั้นใน

“เสื้อชั้นใน” ได้มีการใช้กันตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ ประมาณ 6 พันกว่าปีก่อนเพื่อใส่ในการออกกำลังกาย หรือ ทำให้เต้านมของสตรีดูเล็กลงคล้ายบุรุษ แต่ที่เสื้อชั้นในมีลักษณะคล้ายกับที่ใส่ในปัจจุบัน ได้เริ่มขึ้นเมื่อ 200 กว่าปีก่อน โดยช่างตัดเสื้อชาวฝรั่งเศส ซึ่งผลิตเสื้อชั้นในเป็น 2 ส่วน และต่อมา Mary Phelps Jacob ได้นำมาจดลิขสิทธิ์ และผลิตจนเป็นที่แพร่หลายในอเมริกา เสื้อชั้นในได้มีการพัฒนาทั้งรูปแบบ รูปทรง และวัสดุ มาเรื่อยๆ ตามสมัยนิยมจนเป็นลักษณะที่เห็นกันในปัจจุบัน

ประโยชน์ของการใส่เสื้อชั้นในสตรีนั้น มีทั้งในด้านการแพทย์และทางสังคม ในทางการแพทย์นั้น เสื้อชั้นในจะสามารถช่วยพยุงเต้านมที่คล้อยตัวหรือหย่อนให้กระชับและลดการแกว่งตัวระหว่างการเคลื่อนไหว ทำให้ลดความไม่สบายตัวหรือ อาการเจ็บที่เกิดจากการเคลื่อนไหวมากเกินไปของเต้านม ส่วนจะช่วยป้องกันการคล้อยตัวหรือการหย่อนยานของเต้านมนั้นยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ในทางสังคมนั้น เสื้อชั้นในช่วยทำให้เต้านมของสตรีดูสวยงาม ดูดี และ เป็นแรงดึงดูดความสนใจมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้เจ้าของมีความมั่นใจมากขึ้น ดังนั้น เสื้อชั้นในจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกายที่ได้รับการเอาใจใส่ และมีการพัฒนาเป็นเสื้อชั้นในชนิดต่างๆให้เหมาะสมกับกิจกรรม และ โอกาส เช่น เสื้อชั้นในสำหรับใส่เล่นกีฬา สำหรับงานราตรี สำหรับใส่นอน สำหรับวัยรุ่น สำหรับคนตั้งครรภ์ ฯลฯ


การเลือกเสื้อชั้นในให้เหมาะสมนั้น มีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง นอกจากเรื่องขนาด cup size และ เนื้อผ้าแล้ว ยังต้องดูรูปทรงของเสื้อชั้นใน เพราะในแต่ละแบบนั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ทั้งแบบเต็มตัว ไร้สาย เสริมทรงและดันทรง ฯลฯ หลักทั่วไป คือ ใส่แล้วต้องไม่คับหรือรัดจนแน่นเกิน แนวเสื้อชั้นในรอบตัวควรอยู่ในแนวราบเสมอกันไม่ถูกรั้งให้สูงขึ้น เนื้อเต้านมต้องไม่ถูกกดทับ หรือล้นออกทางด้านล่างและ ด้านข้าง ส่วนทางด้านบนของเสื้อชั้นในควรจะราบไปกับเนื้อเต้านมเมื่อสวมใส่ นอกจากนี้ ขนาดของเต้านมยังมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ น้ำหนักตัว และ รอบประจำเดือน ดังนั้น อาจต้องมีเปลี่ยนเสื้อชั้นในให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป

ที่มา : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ภาพประกอบ : pixabay.com