Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย หนึ่งสัปดาห์กับ “มาสด้า CX-8”

หนึ่งสัปดาห์กับ “มาสด้า CX-8”

หากนึกถึงรถยนต์มาสด้า คุณนึกถึงอะไร? สำหรับผมจะนึกถึงรถมาสด้า 323 ซีดาน รถที่รับมรดกจากที่บ้าน และเคยใช้ขับไปเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ช่วงหนึ่งในยุคปี 2000 รวมถึงรถแข่ง Le Mans 24 Hours สมัยยุค 90 และเครื่องยนต์ “โรตารี่” ลูกสูบสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลัษณ์ของรถยี่ปุ่นยี่ห้อนี้

จนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ลองขับมาสด้า CX-8 รุ่นเบนซิน 2.5 ลิตร รุ่นปรับโฉม ที่เอื้อเฟื้อโดยบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้ว CX-8 ทำตลาดในบ้านเรามาตั้งแต่ปี 2019 และมีการปรับโฉมย่อยกันไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมและทีมงานรายการ World of Speed มีโอกาสได้อยู่กับ CX-8 เต็ม ๆ ร่วม 1 สัปดาห์ครับ

ความรู้สึกสมัยที่เคยขับมาสด้า “323 ซีดาน” เมื่อ 20 ปีก่อน รวมถึงเคยได้ขับ “มาสด้า 3” รุ่นแรกมาบ้าง และมีโอกาสได้ใช้งาน “CX-5” “มาสด้า 2” โฉมล่าสุดอยู่เป็นระยะ คือ ความแตกต่างของช่วงล่างที่หนึบและทำให้มั่นใจเวลาเข้าโค้งที่สัมผัสได้โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นอื่น ๆ มาวันนี้มาสด้าก็ยังคงจุดเด่นนี้เอาไว้ได้เหมือนเดิม

สัมผัสแรกที่เข้าไปนั่งที่นั่งคนขับของ CX-8 ในวันไปรับรถ รู้สึกได้เลยว่านี่คือ CX-5 เวอร์ชัน 7 ที่นั่ง ที่มีมิติตัวถัง และห้องโดยสารกว้างขึ้น เพราะพวงมาลัย คอนโซล หน้าจอดิสเพลย์ และช่องแอร์ เหมือนกันเป๊ะ แต่ในความใหญ่นี้ก็มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้นครับ โดยรุ่นเบนซินให้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.5 ลิตร กำลังสูงสุด 194 แรงม้า

ผมมีโอกาสได้ขับทั้งเส้นทางรถติดในกทม. และขับทางไกลยาว ๆ เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี (อ.ท่ามะกา) ถือเป็นรถ SUV ที่อยู่ระดับสูงสุดหากเทียบกับค่ายญี่ปุ่นด้วยกัน หรือหากจะไปเทียบกับกลุ่ม PPV ก็พอเทียบเคียงกันอยู่ได้บ้าง แต่ก็เป็นประเภทของรถยนต์ที่มีบุคลิกการขับและการใช้งานที่ต่างกันอยู่พอสมควรครับ

สิ่งที่ประทับใจอย่างแรก คือ ความเงียบในห้องโดยสารที่เก็บเสียงจากภายนอกได้ดีพอสมควร รวมถึงกำลังของเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ ที่จริง ๆ แล้วรถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ขับมุดซ้ายมุดขวา หรือขับเพื่อเอาความเร็ว แต่หากจะงัดประสิทธิภาพออกมามันก็ตอบสนองได้ทันทีเช่นกัน ทั้งการเติมคันเร่ง รวมถึงการคิกดาวน์

อีกหนึ่งจุด คือ ระบบความปลอดภัยครับ ที่จัดเต็มแบบรอบคันมาเลยทีเดียว โดยเฉพาะระบบ i-Activsense ที่เตือนแล้วเตือนอีก บางทีจอดติดไฟแดงใส่เกียร์ N แล้วรถคันอื่น ๆ มารายล้อมก็ยังเตือนครับ (ฮา ๆ) แต่สิ่งที่ชอบคือระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา ซึ่งเป็นจุดที่สายตาปกติเราไม่สามารถมองเห็น และไม่ค่อยมีในรถระดับเดียวกัน

ส่วนที่ดูจะขัดใจอยู่สักหน่อย คือหน้าจอดิสเพลย์ด้านหน้า อุตส่าห์เป็นรถคลาสท็อปสุดของค่ายแล้ว แต่ยังคงใช้หน้าจอเล็กเท่ากับจอที่อยู่ในมาสด้า 2 อยู่เลยครับ รวมถึงกล้องหน้าหลังที่หากจะคมชัดกว่านี้อีกหน่อยก็น่าจะดี แต่ที่คาใจที่สุดคือภาพกล้องหน้า-หลัง มันดูเข้าใจยาก โดยเฉพาะจังหวะที่เราเข้าใกล้วัตถุมาก ๆ เราควรจะเห็นได้ชัดกว่านี้

ขณะที่อัตราการซดน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ต้องบอกว่าด้วยความที่เป็นเครื่องยนต์ใหญ่ 2.5 ลิตร การขับในเมืองจะต้องทำใจยอมรับด้วย ผมสังเกตมาตรวัดจะกินน้ำมัน (โซฮอลล์ 95) อยู่ที่ 9-10 กิโลเมตรต่อลิตร แต่หากขับทางไกลก็จะดีขึ้นมาหน่อยครับ ผมวัดได้ที่ราว 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งก็ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ของรถเบนซินระดับนี้

สุดท้ายขอสรุปว่า มาสด้า CX-8 เป็นรถไซส์ใหญ่ที่ขึ้นไปขับแล้วไม่ได้รู้สึกเทอะทะ แม้มิติของมันจะยาวกว่ารถ PPV หลาย ๆ รุ่นด้วยซ้ำไป ช่วงล่างยังคงความสปอร์ตแบบมาสด้าเอาไว้ได้เหมือนเดิม เป็นรถ 7 ที่นั่งที่นั่งได้จริง ซึ่งในราคาเริ่มต้น 1.549 ล้านบาท ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะจะหารถ SUV หรูไซส์ใหญ่ 7 ที่นั่งแบบนี้ในราคานี้ ไม่น่าจะมีครับ