Home Work & Living Living เท่ชะมัด! KTC ออกบัตรเครดิตแบบใหม่ บัตรพลาสติกโปร่งแสงไร้ตัวเลข

เท่ชะมัด! KTC ออกบัตรเครดิตแบบใหม่ บัตรพลาสติกโปร่งแสงไร้ตัวเลข

ภาพจาก KTC

เป็นเรื่องน่าหดหู่ใจไม่น้อยที่ในช่วงนี้ “มิจฉาชีพ” ชุกชุมเสียเหลือเกิน แม้ว่าเราจะระมัดระวังกันมากแค่ไหน แต่ก็สัมผัสได้ว่าพวกมิจฉาชีพเหล่านี้นี่คอยจ้องจะเล่นงานเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าเผลอเมื่อไรอาจเสียหายหลายแสนได้ง่าย ๆ ซึ่งก็ต้องยอมใจในความครีเอตที่ช่างสรรหามุกใหม่ ๆ (และมุกเก่าที่ดัดแปลงเล็กน้อย) หลอกได้ทุกรูปแบบ หากินกับประชาชนที่ทำมาหากินสุจริตได้แบบไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่เผอเรอหรือขาดสติไปชั่วขณะ จนทำให้หลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพได้ง่าย ๆ ก็อาจจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็น “เหยื่อ” แก๊งมิจฉาชีพแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

หนึ่งในรูปแบบของมิจฉาชีพในการหลอกดูดเงินจากเราที่น่ากังวลใจมาก คือ การทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตของเรา เพราะเราอาจไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งเงินถูกรูดออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงตกเป็นเหยื่อได้ เบอร์แปลกก็ไม่รับ ลิงก์แปลกก็ไม่เคยกด แทบจะไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการสูญเงินไปโดยไม่รู้ตัวเลย แต่เงินในบัตรเครดิตก็โดนตัดไปใช้จนได้ กรณีแบบนี้เคยมีออกข่าวอยู่เหมือนกันว่าวิธีของมิจฉาชีพไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่อาศัยช่วงที่เราเผลอไม่กี่วินาที ถ่ายรูปหน้าบัตรและหลังบัตรเครดิตของเราไปเท่านั้นเอง ข้อมูลและตัวเลขต่าง ๆ บนบัตรเครดิตที่ถูกถ่ายรูปหรือแอบจำไป สามารถนำไปสวมรอยใช้บัตรเครดิตแทนตัวเราได้แทบจะทันที แค่กรอกตัวเลขเหล่านี้เวลาทำธุรกรรม

มุกสารพัดที่มิจฉาชีพใช้ดูดเงินเราไป ทำเอาเราต้องมานั่งหวาดระแวงกันถ้วนหน้าว่าเงินของเราจะหายออกจากบัตรไปแบบที่ข่าวออกบ่อย ๆ หรือไม่ ซึ่งมันก็น่าจะดีไม่น้อยถ้าบัตรเครดิตจะมีระบบป้องกันที่ดีกว่านี้อีกสักหน่อย ให้เราได้อุ่นใจมากขึ้นเวลาที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ว่าจะไม่ถูกแอบเก็บข้อมูลหน้า-หลังบัตร ไปสวมรอยรูดใช้บัตร และในที่สุด เราก็มีระบบใหม่ เป็นบัตรเครดิตสุดปลอดภัย ที่แรกในไทย

นวัตกรรมใหม่จาก KTC “บัตรเครดิตเคทีซี ดิจิทัล”

KTC หรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิตเคทีซี ได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุด ที่จั่วหัวมาอย่างน่าสนใจว่า “บัตรเครดิตอัจฉริยะที่ปลอดภัยที่สุดครั้งแรกในไทย” กับการออกแบบบัตรเครดิตเคทีซีรูปแบบใหม่ “บัตรเครดิตเคทีซี ดิจิทัล KTC DIGITAL CREDIT CARD” ซึ่งเป็นบัตรเครดิตเสมือนแบบใหม่ ที่โดดเด่นอย่างมากในเรื่องของความปลอดภัยที่เหนือชั้น โดยปรับรูปลักษณ์ของบัตรเครดิตให้เป็นแบบโปร่งแสงและไม่ปรากฏตัวเลขใด ๆ เลยบนบัตรทั้งหน้าและหลัง มาพร้อม 3 จุดเด่นที่การันตีว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้จริง

  • ปลอดภัยกว่า กับการใช้จ่ายออนไลน์มั่นใจขั้นสุด ด้วยเลขหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ (Dynamic CVV/CVC2) และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง มั่นใจกับการผูกบัตรฯ เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ พร้อมควบคุมการใช้งานได้ตามต้องการผ่านแอปพลิเคชัน KTC Mobile
  • รวดเร็วกว่า ด้วยการใช้จ่ายได้ทันทีหลังได้รับการอนุมัติ กับการใช้จ่ายออนไลน์ สแกนจ่ายด้วย QR Pay และผูกบัตรกับระบบชำระบนอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กูเกิล เพย์ (Google Pay) สวอทช์ เพย์ (Swatch Pay) เป็นต้น
  • สบายใจกว่า กับการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ปลอดภัยไม่มีสะดุดที่ร้านค้าทั่วไป ไร้กังวลจากการขโมยข้อมูลด้วยบัตรพลาสติกไร้หมายเลขบนบัตร (Numberless Card) ที่มี Dynamic CVV คือการสุ่มรหัสหลังบัตร เปลี่ยนใหม่ทุกครั้งที่ขอ

พูดง่าย ๆ ก็คือ บัตรเครดิตแบบใหม่ของเคทีซีจะเป็นบัตรพลาสติกใสแบบโปร่งแสงที่ดีไซน์โชว์ความโมเดิร์น ปราศจากตัวเลขและข้อมูลสำคัญบนบัตร ทั้งหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก เลขวันหมดอายุ และเลข CVV หลังบัตร โดยบนบัตรจะปรากฏเพียงโลโก้แบรนด์ของเครือข่าย (VISA, MASTERCARD) กับเคทีซีในฐานะผู้ออกบัตร และชื่อของผู้ถือบัตรเท่านั้น เพราะอย่างที่เราน่าจะทราบกันดีว่าตัวเลขบนบัตรเครดิตมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเลข CVV 3 หลัก ที่อาจถูกโจรกรรมโดยไม่รู้ตัวจากการนำไปใช้งานตามห้างร้านต่าง ๆ เพราะเคยมีกรณีที่พนักงานของร้านแอบจดข้อมูลบนบัตรเครดิตไว้ จากนั้นก็ไปสวมรอยเป็นเจ้าของบัตรทำธุรกรรม จนเจ้าของบัตรได้รับความเสียหาย

ตัวเลขบนบัตรเครดิตบอกอะไรบ้าง

หน้าบัตรเครดิตจะมีข้อมูลหลายส่วน ทั้งชื่อธนาคารผู้ออกบัตร ประเภทของบัตรเครดิต สัญลักษณ์ Contactless Payment ของบัตรรุ่นใหม่ สำหรับแตะแล้วจ่าย นอกจากนี้ หน้าบัตรเครดิตจะมีข้อมูลส่วนที่เป็นตัวเลข ซึ่งตัวเลขแต่ละจะมีความหมายที่แตกต่างกันไป

หมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก

เลขบัตรเครดิต เป็นเลข 16 หลักที่ระบุตัวตนของบัตรเครดิตแต่ละใบ ส่วนใหญ่เราจะเห็นเป็นตัวเลขที่ถูกปั๊มนูนขึ้นมาให้สามารถเห็นได้ชัดเจนที่หน้าบัตรเครดิต บัตรเครดิจแต่ละใบจะปรากฎเป็นตัวเลข 16 หลักบนชื่อเจ้าของบัตรเครดิต แต่ปัจจุบัน มีหลายธนาคารที่ดีไซน์ให้ข้อมูลและเลขบัตรเครดิตไปอยู่ที่ด้านหลังบัตรแทน หมายเลขบัตรเครดิตมีความสำคัญมาก จึงไม่ควรบอกต่อผู้อื่นโดยเด็ดขาด เนื่องจากแต่ละตัวมีความหมายที่เชื่อมโยงมาถึงการทำธุรกรรมในชื่อเรา โดยจะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงธนาคารและเลขที่บัญชีของผู้ถือบัตร ดังนี้

  • เลขหลักแรกของบัตรเครดิต คือระบุผู้ให้บริการของบัตรเครดิตนั้น ๆ เช่น ขึ้นต้นด้วยเลข 4 หมายถึงบัตรเครดิตที่ออกโดยผู้ให้บริการวีซ่า ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 5 หมายถึงบัตรเครดิตที่ออกโดยผู้ให้บริการมาสเตอร์การ์ด และหมายเลข 6 หมายถึงบัตรเครดิตท่องเที่ยว
  • เลขหลักที่ 2-16 จะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการบัตรเครดิตแต่ละเจ้า
    • บัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส (American Express) หมายเลขหลักที่ 3 และ 4 จะบอกถึงระดับชั้นของบัตร และสกุลเงินที่ผู้ถือบัตรมีบัญชีอยู่ เลขหลักที่ 5-11 หมายถึง เลขบัญชี ตัวเลขหลักที่ 12-14 คือ เลขที่บัตรในบัญชีนั้น ๆ และตัวเลขหลักที่ 15 เป็นตัวเลขตรวจสอบ (บัตร American Express มีหมายเลขบัตร 15 หลัก)
    • สำหรับบัตรเครดิตวีซ่า (VISA) หลักที่ 2-6 เป็นเลขที่แสดงธนาคารผู้ออกบัตร ตัวเลขหลักที่ 7-12 หรือ 7-15 เป็นเลขที่บัญชีของผู้ถือบัตร และหลักที่ 16 เป็นเลขที่ตรวจสอบ
    • สำหรับบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) หลักที่ 2-3, 2-4, 2-5, 2-6 เป็นเลขแสดงธนาคารผู้ออกบัตร เลขหลักต่อจากรหัสธนาคารถึงหลักที่ 15 เป็นเลขที่บัญชีของผู้ถือบัตร และหลักที่ 16 เป็นเลขที่ตรวจสอบ

วันหมดอายุของบัตรเครดิต

หน้าบัตรเครดิตจะมีการระบุวันหมดอายุของบัตรเครดิต ในรูปแบบของ MM/YY (เดือน/ปี) โดยปกติแล้วบัตรเครดิตจะมีอายุการใช้งาน 5 ปี เมื่อบัตรเครดิตใกล้จะหมดอายุ ธนาคารมักจะส่งบัตรใบใหม่มาให้ก่อนถึงกำหนดวันบัตรหมดอายุประมาณ 1 เดือน โดยที่เจ้าของบัตรไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ธนาคาร

Security Code

ตัวเลขอีกชุดที่มีความสำคัญมากแบบต้องกาดอกจันสีแดง คือตัวเลข CVV หรือจะเรียกว่ารหัสความปลอดภัยก็ได้ CVV ย่อมาจาก Card Verification Value เป็นตัวเลข 3 ที่อยู่ด้านหลังของบัตรเครดิต ที่ต้องบอกว่าสำคัญมากแบบการดอกจันสีแดง เพราะมันเป็นตัวเลขที่เราใช้ยืนยันตัวตนเมื่อต้องการใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมออนไลน์ และเป็นตัวเลขที่สามารถตัดเงินจากบัตรของเราได้ทันที ดังนั้น เลข CVV จึงเป็นเลขที่ห้ามเปิดเผยแก่ผู้ใดโดยเด็ดขาด ที่ผ่านมาเราอาจจะได้รับคำแนะนำว่าควรจำเลข 3 หลักของบัตรแต่ละใบให้ได้ หากจำได้แล้วควรขูดทำลายทิ้งไปเลยก็ยิ่งดี เพราะมันเป็นตัวเลขที่อันตรายต่อเงินในบัตรมากจริง ๆ

บัตรเครดิตแบบโปร่งแสงไร้ตัวเลข เพิ่มความปลอดภัยได้มากกว่า

อย่างที่ได้ทราบกันมาแล้วว่าตัวเลขบนบัตรเครดิตทุกตัวมีความสำคัญมาก ผู้ถือบัตรเครดิตควรระมัดระวังไม่เผยแพร่ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตแก่ผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานบัตรเครดิต เพราะมันล้วนเชื่อมโยงกับวงเงินในบัตรทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำธุรกรรมออนไลน์ ลองนึกภาพตามเวลาที่เราจะทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตให้สำเร็จ เราจำเป็นต้องกรอกตัวเลขเหล่านี้เพื่อยืนยันตัวตนและยืนยันความเป็นเจ้าของบัตรอยู่เสมอ แต่ถ้าหากเราไม่ได้เป็นคนที่รู้เลขเหล่านี้เพียงคนเดียว ก็มีความเสี่ยงว่าบัตรเครดิตของเราอาจโดนผู้อื่นสวมรอยใช้งานได้ ใครก็ตามที่รู้ตัวเลขเหล่านี้ (โดยเฉพาะ CVV) จะสามารถนำวงเงินในบัตรเราไปใช้ได้แทบจะทันที

อย่างไรก็ดี การทำธุรกรรมออนไลน์ทุกวันนี้จะมีตัวเลขอีกชุดที่ใช้สำหรับยืนยันความปลอดภัยอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ รหัส OTP (One Time Password) ซึ่งเป็นรหัสผ่านที่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อการเข้าสู่ระบบหนึ่งครั้ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร 4-6 หลัก ที่มีระยะเวลาใช้งานสั้นมากเพียงไม่กี่นาที และจะส่งมาให้เราทาง SMS หรืออีเมลตามที่เราให้ข้อมูลไว้ โดยถ้าหากกรอกรหัสผิดเกินจำนวนครั้งที่กำหนดหรือกรอกช้ากว่าเวลากำหนด การยืนยันตัวตนสำหรับธุรกรรมนั้นก็จะไม่สำเร็จ

ปัจจุบันการส่ง OTP ให้ทาง SMS หรืออีเมล กลายเป็นหนึ่งในวิธีการยืนยันตัวตนเพื่อรักษาความปลอดภัยที่แพร่หลายมาก ไม่ว่าจะบริการไหน ๆ ก็จะมีการส่ง OTP ให้กับผู้ใช้งานผ่านทาง SMS เบอร์มือถือเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับการเข้าใช้บัญชี หรือการทำธุรกรรมออนไลน์ต่าง ๆ แทบทั้งสิ้น อย่างในขั้นตอนการชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารหรือผ่านบัตรเครดิต ก็จะมีการส่ง OTP มาให้ เพื่อให้เรากรอกในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะตัดเงินจากบัตรเราไป จะเห็นว่า SMS OTP เป็นการส่งรหัสที่แม่นยำและใช้เวลาน้อย เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ตโฟน การยืนยันตัวตนผ่าน SMS จึงเป็นวิธีที่ง่ายและนิยมมากที่สุดในโลกในเวลานี้

แต่การยืนยันตัวตนด้วยมือถือผ่านการรับ SMS OTP ก็ไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมันก็มีเทคนิคในการแฮกอยู่มากมาย หรือมีช่องโหว่ระบบ ที่ช่วยให้แฮกเกอร์สามารถปลอมเป็นเราและรับ OTP ของเราได้เรื่อย ๆ แม้ว่ามันอาจจะทำได้ไม่ง่ายเท่าไรนัก แต่มันก็ทำได้ ซึ่งถ้าหากว่าผู้ไม่หวังดีมีเลขบัตรเครดิตของเราอยู่ในมือครบทุกตัว ก็มีโอกาสที่เราจะตกเป็นเหยื่อได้ไม่ยาก ถูกดึงเงินในบัตรไปใช้โดยที่เราไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมนั้น ๆ

จะเห็นว่า บัตรเครดิตแบบโปร่งแสงไร้ตัวเลข ที่ทาง KTC กำลังจะออกบัตรให้ใช้อย่างเป็นทางการภายในปลายปีนี้ จึงกลายเป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตหลายคน แน่นอนว่าแค่บัตรใสไม่มีตัวเลข มันไม่ได้เป็นนวัตกรรมที่ดูมหัศจรรย์อะไรขนาดนั้นหรอก แต่ถ้ามองในแง่ของโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคที่มิจฉาชีพเกลื่อนเมือง การจะยื่นบัตรเครดิตพื่อชำระค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งต้องมาคอยจับตาดูว่าคนที่รับบัตรจากมือเราไปจะแอบทำอะไรไม่น่าไว้วางใจกับบัตรของเราหรือเปล่านั้น นวัตกรรมนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้นจริง และลดความกังวลใจของผู้ถือบัตรเครดิตลงได้มากทีเดียว