Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง ถอดบทเรียนวิกฤติ “หงส์” ยามเสียกลางรับ

ถอดบทเรียนวิกฤติ “หงส์” ยามเสียกลางรับ

เวลาติดปีกบิน เผลอแพลบเดียวใกล้เปิดฤดูกาลใหม่เข้ามาทุกทีแล้วนะครับ ถึงตอนนี้สโมสรที่มีอดีตอันเกรียงไกรอย่าง ลิเวอร์พูล ยังพยายามควานหาผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางเกมรับอย่างหนัก เพื่อนำมาแทนที่ ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สองตัวเก๋าที่เก็บข้าวของไปซาอุฯ แต่ยังทำไม่สำเร็จ 

เป็นเรื่องน่าห่วงยิ่งนัก ว่าสุดท้ายแล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ จะหาใครมาลงเล่นนี้ตำแหน่งนี้กันแน่ แล้วคนคนนั้นดีพอจะทดแทนตัวเก่าได้หรือไม่

ในอดีตที่ผ่านมาสโมสรเคยผ่านวิกฤติเช่นนี้มาแล้ว ลองย้อนกลับไปดูว่าพวกเขาเจอผลกระทบระดับไหน

1. ปี 1984 เมื่อ แกรม ซูเนสส์ อำลาทีม

หลังคว้าสามแชมป์และเป็นเจ้ายุโรปในการคุมทีมฤดูกาลแรก กุนซือ โจ เฟแกน ก็ต้องเจอความท้าทายอย่างหนัก เมื่อทีมเสียหัวใจสำคัญในแดนกลางและกัปตันทีมอย่าง แกรม ซูเนสส์ ไปให้กับทีม ซามพ์โดเรีย แห่งกัลโช่ เซเรียอา ด้วยราคา 6.5 แสนปอนด์

หลังจากโชว์ฟอร์มอย่างสุดยอดในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ กับโรม่า แล้วนั้น “ซูอี้” ทนต่อความเย้ายวนของเงินลีร์ในยุคนั้นไม่ไหว และตัดสินใจออกไปหาประสบการณ์แปลกใหม่เพื่อกระตุ้นตัวเองในวัย 31 ปี

เมื่อต้องเสียมิดฟิลด์ที่ชำนาญการในเกมรับไปแบบนั้น เฟแกน พยายามหาตัวแทนของ ซูเนสส์ โดยการไปซื้อตัว จอห์น วอร์ค มาจากอิปสวิช ทาวน์ ด้วยราคา 4.5 แสนปอนด์ ตามด้วย แจน โมลบี้ จาก อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 2 แสนปอนด์ และเควิน แม็คโดนัลด์ จากเลสเตอร์ ซิตี้อีก 4 แสนปอนด์ แต่ไม่มีใครสามารถทดแทนมิดฟิลด์หนวดหินได้เลยสักคน จนกระทั่งต้องรอให้กุนซือคนใหม่อย่าง เคนนี่ ดัลกลิช นำตัว สตีฟ แม็คมาน เข้าสู่ถิ่นแอนฟิลด์ ในยุคต่อมา!

ผลลัพธ์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1984-5 : ลิเวอร์พูล ไม่มีถ้วยรางวัล, ได้อันดับที่ 2 ในตารางลีกสูงสุด และผู้จัดการทีม โจ เฟแกน ออกจากตำแหน่ง

2. เสีย ชาบี อลอนโซ่ ให้ เรอัล มาดริด ในปี 2009

ยอดมิดฟิลด์ตัวรับและจอมวางบอลยาวในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ ตัดสินใจย้ายทีมไปกลับบ้านเกิดไปเล่นใน “ราชันชุดขาว” ด้วยราคา 30 ล้านปอนด์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นลั่นวาจาว่าจะไม่ย้ายไปไหนระหว่างช่วงพรีซีซันในเมืองไทย

ไม่มีใครทราบความจริงที่แท้ทรูว่าดีลนั้น สโมสรยอมปล่อยตัว อลอนโซ่ เพราะตัวเลขที่ เรอัล มาดริด ยื่นให้ หรือตัวนักเตะต้องการย้ายกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ทีมจากสเปนได้ของล้ำค่าไปอยู่ในมือเรียบร้อย

หลังจากนั้น ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีมในยุคนั้นพยายามแก้ปัญหา ด้วยการซื้อตัวผู้เล่นคนใหม่เข้ามาทดแทน แต่ อนิจจา คนที่เขาไปหามานั้น อัลเบอร์โต้ อาควิลานี่ จากโรม่า ราคา18 ล้านปอนด์ ทั้งผิดฝาผิดตัว และคนละพิมพ์กับ อลอนโซ่ อย่างเทียบกันไม่ได้ ทั้งฝีเท้าและมันสมอง แถมตำแหน่งที่เล่นก็ยังไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวรับธรรมชาติเสียด้วยซ้ำ 

ผลลัพธ์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2009-10 : ลิเวอร์พูล จบอันดับ 7 มือเปล่า ไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก และผู้จัดการทีม ราฟาเอล เบนิเตซ แยกทางกับ ลิเวอร์พูล

3. ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ย้ายซบบาร์เซโลนา ปี 2010

คู่ขาในแดนกลางของ ชาบี อลอนโซ่ อย่าง ฮาเวียร์ มาสเชราโน่ ตัดสินใจย้ายตามเพื่อนไปเล่นในสเปนหนึ่งปีหลังจากนั้น แต่เป็นอีกฝั่งกับ บาร์ซา เมื่อมองไม่เห็นอนาคตของทีม เมื่อ อลอนโซ่ ย้ายไป กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ผู้นี้ก็ต้องรับภาระหนักคอยปัดกวาดในแดนกลางแทน แต่เมื่อมีข้อเสนอจากคัมป์นูมา ว่ากันว่าไม่มีนักเตะละตินคนไหนยอมปฏิเสธ มิดฟิลด์จอมเสียบผู้นี้เลยตัดสินใจโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ด้วยราคา 18 ล้านปอนด์ทันที

การตัดสินใจของเขาง่ายดายยิ่งขึ้นอีกเมื่อกุนซือที่ซื้อตัวเขาอย่าง ราฟา อำลาไปก่อนหน้าแล้ว และบอร์ดเปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่เป็น รอย ฮ็อดจ์สัน

ผลลัพธ์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2010-11 : ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 6, มือเปล่า และกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สันโดนเด้งจากเก้าอี้ไปตั้งแต่กลางซีซัน

4. ฟาบินโญ่ โดนขายให้ อัล อิติฮัด และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ย้ายไป อัล อิติฟาค ปี 2023

ผลลัพธ์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2023-24 ???