Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง ทำไมเหล่านักบอลต้องแห่ไปซาอุฯ?

ทำไมเหล่านักบอลต้องแห่ไปซาอุฯ?

ซาอุดิฯ โปรลีก กลายเป็นจุดหมายปลายทางการขุดทอง (ไม่สิควรจะเรียกว่า ขุดน้ำมัน) ของเหล่านักเตะมีชื่อทั่วโลกถวิลหาโอกาสแบบนั้น นับจากวันที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นผู้นำในการเดินทางย้ายจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปสับขาหลอกกองหลังที่นั่น

เหตุการณ์แบบนี้เหมือนกงล้อกาลเวลาหมุนครบรอบ สมัยก่อนยุค 70 มีเมเจอร์ ลีก ของสหรัฐอเมริกาที่เงินสะพัดถึงขนาดล่อให้ซูเปอร์สตาร์นักเตะอย่าง เปเล่, ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาวร์, จอร์จ เบสต์ ฯลฯ เดินทางข้ามโลกไปเล่นที่นั่น

ต่อมาในช่วงปี 2016 แฟนบอลต้องตะลึง เมื่อทีมใน ไชนีส ซูเปอร์ลีก ไม่ทราบว่าขนเงินจากไหนมาล่อลวงให้นักเตะอย่าง ออสการ์, รามิเรส, คาร์ลอส เตเวซ และกราเซียโน่ เปลเล่ เหล่าดาวเตะจากพรีเมียร์ลีกไปลงแข่งขันที่นั่น ก่อนที่ฟองสบู่จะแตก

ถึง ค.ศ. นี้ กลายเป็นมหกรรมดูดจากตะวันออกกลางหรือซาอุดีอาระเบียบ้าง ยอดนักเตะอย่าง คาริม เบนเซม่า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รูเบน เนเวส, โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่, คาลิดู คูลิบาลี่, เอดูอาร์ เมนดี้ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งกุนซืออย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตัดสินใจเก็บกระเป๋าไปทำงานถิ่นอาหรับทันทีเมื่อได้ข้อเสนอสุดเย้ายวนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจยุโรปตกต่ำเหลือกำลัง

หากเปรียบเทียบกับ สหรัฐอเมริกา หรือ จีน ในยุคก่อนหน้านี้แล้ว ซาอุดิฯ โปรลีก มีสิ่งที่สองลีกนั้นไม่มี นั่นก็คือ ความคลั่งไคล้ของแฟนลูกหนัง นั่นเท่ากับว่า ซาอุฯ สามารถย่นระยะทาง ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการโปรโมตอะไรให้มากมาย เพราะมีคนพร้อมจะเข้าชมเกมอย่างคลั่งไคล้เป็นฐานอยู่แล้ว

ย้อนกลับไปถึงก้าวแรก เมื่อกองทุนสาธารณะเพื่อการลงทุน PIF ของประเทศนี้ (Public Investment Fund) ซึ่งว่ากันว่ามีทรัพย์สินไม่มากแค่ประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (คูณเป็นเงินไทยแล้วมึนหัวตึ๊บได้จำนวนหลายล้านล้านบาท) ตัดสินใจเบนเข็มมาลงทุนด้านกีฬา ที่โด่งดังสุดคือการจัด LIV GOLF และเจียดเงิน 300 ล้านปอนด์ (13,500 ล้านบาท) เทกโอเวอร์สโมสรอังกฤษอย่าง นิวคาสเซิล

หลายคนคิดว่า มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ประธานกองทุน ต้องการสร้างภาพกลบกระแสกรณี คาช็อกกี เท่านั้น แต่ไป ๆ มา ๆ เม็ดเงินลงทุนมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมกับคำยืนยันจากรัฐมนตรีกีฬาของพวกเขาอย่าง อับดุลลาซิซ บิน เตอร์กี อัล ซาอุด ถึงความต้องการพัฒนาลีกฟุตบอลของพวกเขาให้ขึ้นสู่ระดับแนวหน้าให้จงได้

“ผมบอกกับพวกคุณได้เลยว่าเรากำลังสร้างลีกที่แข็งแกร่งขึ้น โดยไม่ได้หวังให้เป็นสุดยอดแค่ในเอเชียเท่านั้น ลองดูกันต่อไปว่าเราจะไปได้ไกลขนาดไหน”

ซาอุฯ จริงจังถึงขนาดยอมจ้างมือดีจากอังกฤษอย่าง แกร์รี่ คุก อดีตผู้บริหารของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเป็นซีอีโอ ของซาอุดิฯ โปรลีก หรือ ROSHN SAUDI LEAGUE เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

แน่นอน ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ในดินแดนอาหรับต้องทนดูประเทศที่เล็กกว่าอย่างกาตาร์ กลายเป็นชาติแรกในตะวันออกกลางที่ได้จัดฟุตบอลโลก 2022 รวมทั้งบุคคลชั้นนำของกาตาร์อย่าง นาสเซอร์ อัล เคไลฟี่ จากอดีตนักเทนนิสก็กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก เพราะเป็นเจ้าของสโมสรดังอย่าง เปแอสเช ในฝรั่งเศส รวมทั้งสื่อกีฬาอย่าง บีอิน สปอร์ตส์

ซาอุดีอาระเบีย พูดถึงเรื่องฟุตบอลนั้นย่อมได้เปรียบกว่ากาตาร์แน่นอน เพราะพวกเขามีลีกอาชีพที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว รวมทั้งคุณภาพของนักเตะระดับทีมชาติซึ่งฝากผลงานในฟุตบอลโลกมาหลายสมัย ถ้าพวกเขาพัฒนาลีกได้อีก แน่นอนก็ย่อมจะส่งผลดีต่อความแข็งแกร่งของทีมเศรษฐีน้ำมันในเวิลด์คัพรอบสุดท้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาสามารถดันตัวเองให้คว้าโอกาสในการเป็นเจ้าภาพให้ได้ต่อไป

ถึงเวลานี้พี่เบิ้มในตะวันออกกลางชาตินี้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า พวกเขาต้องการให้ความสำเร็จด้านกีฬาเป็นใบเบิกทางในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ซาอุฯ พร้อมที่จะต้อนรับเหล่านักเตะดังจากทั่วโลกให้ไปค้าแข้งที่นั่น

แน่นอนการเดินทางของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น แต่ด้วยความพร้อมและแรงสนับสนุนจากรัฐบาล น่าจะทำให้ความฝันในการประสบความสำเร็จทั้งในลีกของตัวเอง และในฟุตบอลโลกดูจะอยู่ไม่ไกลเอาเสียเลย ใครจะไปรู้ขนาด โมร็อกโก ยังเข้ารอบรองชนะเลิศมาแล้ว “สิงห์ทะเลทราย” ซาอุฯ อาจทำเช่นนั้นได้บ้างในอนาคต.