ฤดูกาลนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนักเมื่อแชมป์พรีเมียร์ลีกมีสิทธิ์เปลี่ยนมือเป็นของทีมที่เปรียบเสมือนยักษ์หลับอย่างอาร์เซนอล ซึ่งถ้าพวกเขาทำสำเร็จจะกลายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายสนามมาอยู่ถิ่นเอมิเรตส์สเตเดียมเลยทีเดียว
ไม่น่าเชื่อครับว่าวันเวลาผันผ่าน เหมือนเพียงชั่วครู่ชั่วยาม แต่แท้ที่จริงแล้วมันเกือบ 20 ปีเข้าไปแล้ว ที่อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือพา “ปืนใหญ่” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดของสโมสรไปครองอย่างหมดจด นั่นคือฤดูกาล 2003-4 “อินวินซิเบิลส์” หรือซีซันไร้พ่าย ซึ่งตอนนั้นยังอุดมไปด้วยดาราคับทีมอย่าง เยนส์ เลห์มันน์, โคโล่ ตูเร่, โซล แคมเบลล์, แพตทริค วิเอร่า, โรแบร์ ปิแรส, เฟเดอริค ยุงเบิร์ก, เธียร์รี่ อองรี ฯลฯ
คงไม่มีใครจะกล้าคาดคิดว่าหลังจากนั้นพวกเขาจะไม่สามารถนำถ้วยสำคัญนี้กลับไปครอบครองได้อีกเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากย้ายมาเล่นที่เอมิเรตส์สเตเดียม บางคนว่าเป็นอาถรรพ์ไฮบิวรี่ แต่หากจะมองทางวิทยาศาสตร์ สโมสรดูจะเสียศูนย์จากการทุ่มเงินมหาศาลไปกับการสร้างสนามใหม่ขนาดความจุ 6 หมื่นคนเศษ ๆ เสียมากกว่า เพราะนั่นทำให้อาร์เซนอล ไม่สามารถเสริมทัพนักเตะได้อย่างเต็มที่ไปหลายปีเลยทีเดียว กว่าที่พวกเขาจะปรับสมดุลทางการเงินได้ พอเริ่มอยู่ตัวได้ก็ไปเจอยุคขาลงของ เวนเกอร์ เข้าเสียอีก จะกลับมาตั้งหลักได้ดีที่สุดก็ในยุคของ มิเกล อาร์เตต้า นี่แหล่ะครับ
วันนี้เราลองมาดูกันครับว่าเหตุผลที่ “ปืนใหญ่” จะกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งมีอะไรบ้าง
1. คู่แข่งฟอร์มตกและเสียสมาธิ
ถึงเวลานี้ “ปืนใหญ่” อยู่ในเส้นทางที่มีลุ้นเอามาก ๆ นะครับ แม้ไม่สามารถเก็บชัยสองนัดล่าสุดในลีกแต่ก็ยังนำอยู่บนหัวตาราง มี 3 แต้มห่างจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับเกมในมืออีกหนึ่งนัด ขณะเดียวกันบรรยากาศของทีมคู่แข่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ดูจะเสียสมาธิไปพอสมควรกับข่าวเรื่องผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ของพรีเมียร์ลีก ส่วน ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ก็ฟอร์มตก สเปอร์ส เองก็สามวันดีสี่วันไข้ ถือว่าเป็นโอกาสที่เปิดมากของอาร์เซนอล
2. บอร์ดบริหารหนุนเต็มที่
อาร์เซนอลแสดงความกระหายการเป็นแชมป์งวดนี้อย่างสูงสุด หลังจากเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาเซ็นแข้งดังอย่าง โอเล็ก ซินเชนโก้, กาเบรียล เชซุส, ฟาบิโอ วิเอร่า, ยาคุบ ควิเวียร์ หมดเงินไปกว่าร้อยล้านปอนด์ ต่อมาตลาดฤดูหนาวล่าสุดฝ่ายบริหารก็ยังเอาให้ชัวร์ด้วยการอนุมัติงบเติมทัพซื้อ เลอันโดร ทรอสซาร์ กับ จอร์จินโญ่ เผื่อขาดเผื่อเหลือเข้าไปในทีมอีก ขณะที่ แมนฯซิตี้ ไม่ซื้อใคร แถมยังขาย เจา กานเซโล่ ให้ บาเยิร์น มิวนิค
นั่นแสดงให้เห็นความกระตือรือร้นที่จะเป็นแชมป์มากกว่าใคร รวมทั้งแรงสนับสนุนจากบอร์ดบริหารของทีม “ปืนใหญ่” ในฤดูกาลนี้อย่างเห็นเด่นชัด
3. นักเตะบาดเจ็บไม่มากนัก
ตลอดฤดูกาลล่าสุด “เดอะ กันเนอร์ส” ถือว่าโชคดีที่ไม่ต้องพบกับปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะมากเหมือนกับทีมอย่าง ลิเวอร์พูล หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยมีผู้เล่นรายเดียวเท่านั้นที่เจ็บยาวนั่นก็คือ กาเบรียล เชซุส กองหน้าชาวบราซิเลี่ยน แต่อาร์เตต้า ยังมีตัวแบ็กอัปอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นคิเทียร์ ขึ้นมาเล่นแทนได้อย่างไม่มีปัญหา
4. ปลอดภาระในถ้วยอื่น
อาร์เซนอล จะมีสมาธิกับผลงานในลีกมากกว่าคู่แข่งอย่าง แมนฯ ซิตี้ แน่นอน เพราะพวกเขาปลดพันธนาการถ้วยอื่นของตัวเองด้วยการตกรอบจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ลีกคัพ หรือ เอฟ.คัพ.คัพ ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” ยังอยู่ในเส้นทางทั้ง เอฟ.เอ. และแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งน่าจะลดทอนศักยภาพของชาวสีฟ้าไปเยอะพอสมควรเลยทีเดียว นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่น่าจะทำให้แฟน ๆ “เดอะ กันเนอร์ส” มีลุ้นหนักมากที่จะได้กลับไปฉลองใหญ่ถ้วยพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 19 ปี!






























