Home Work & Living Living คนไทยเสี่ยง! เพราะบริโภคเครื่องดื่มรสหวานมากเกินไป

คนไทยเสี่ยง! เพราะบริโภคเครื่องดื่มรสหวานมากเกินไป

เรื่องอาหารการกิน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมันส่งผลต่อระบบภายในร่างกายและสุขภาพของเราโดยตรง ซึ่งปัจจุบันเทรนด์การกินอาหารที่มีประโยชน์กำลังเป็นที่น่าสนใจ เพราะคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น

สถิติเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนไทย แล้วเราควรเพิ่มหรือควรลดอะไรลงไปในเมนูแต่ละวันสำนักงานสถิติแห่งชาติได้มีการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากรในปีพ.ศ. 2564 โดยได้บูรณาการจากโครงการสํารวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร สํารวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร และสํารวจกิจกรรมทางกายของประชากร

สำหรับการบริโภคอาหารของประชากรจากการสำรวจสามารถแบ่งกลุ่มอาหารออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ และกลุ่มอาหารที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ

โดยในอาหารกลุ่มแรกนั้น พบว่า อาหารจำพวกเครื่องดื่มชง และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์บรรจุขวดที่มีรสหวาน มีการบริโภคในปริมาณที่มีความเสี่ยงถึงร้อยละ 26.3 และ 18.19 ตามลำดับ รองลงมาคือ อาหารแปรรูปประเภทเนื้อสัตว์ที่มีการบริโภคถึงร้อยละ 16.9 แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีประชากรที่บริโภคผักทั้งดิบและสุกในปริมาณที่เหมาะสมอยู่ร้อยละ 63.1 และผลไม้สดอยู่ที่ร้อยละ 33.9 เลยทีเดียว

เนื่องจากเมนูอาหารที่เราพบเห็นทั่วไปนั้นมีความหลากหลาย ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติจึงได้มีการสำรวจในเรื่องของสิ่งที่คำนึงถึงในการเลือกซื้ออาหาร เพื่อเป็นข้อมูลในการสำรวจพฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้คนที่สามารถนำไปต่อยอดด้านการทำธุรกิจอาหารได้ด้วยและในยุคปัจจุบัน ที่เทรนด์ของการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะด้านการบริโภคอาหารกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจและอาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับใครหลาย ๆ คน คืออาหารประเภท plant-based หรืออาหารที่ใช้โปรตีนทดแทนจากพืช โดยมีการนำพืชที่มีโปรตีนสูง เช่น ถั่วเหลือง เห็ดต่าง ๆ สาหร่าย หรือธัญพืช มาแปรรูปและปรุงรสให้คล้ายกับการรับประทานเนื้อสัตว์

สิ่งเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมจำพวกเนื้อสัตว์นั้น นอกจากการบริโภคที่มากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังมีการสร้างมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ผู้คนจึงหันมาออกแบบแนวทางอาหารแห่งอนาคตมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาหารจากโปรตีนทดแทน จะเป็นอีก 1 ทางเลือกให้ทุกคนได้ลองชิมกัน เพื่อสุขภาพที่ดี รวมไปถึงความยั่งยืนในระยะยาวนั่นเอง

ข้อมุลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ www.nso.go.th