Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง ทีมแห่งทัวร์นาเมนต์

ทีมแห่งทัวร์นาเมนต์

หลังจากชมฟุตบอลโลก 2022 เสร็จสิ้น ในบรรดาทีมทั้งหลายผมยังคงทึ่งกับฟอร์มและมาตรฐาน “ม้ามืด” จากทวีปแอฟริกาอย่าง โมร็อกโก ซึ่งโชว์ฟอร์มสั่งลาในนัดชิงที่ 3 ต่อกรกับ โครเอเชีย ได้อย่างสูสีและสุดตื่นเต้น ทั้ง ๆ ที่ผู้เล่นกองหลังตัวหลักของพวกเขาอย่าง โรแมง ซาอิส, นาเยฟ อเกิร์ด และนุสซาร์ มาสราอุย เจ็บกันระนาว

พูดแล้วก็น่าเห็นใจ โมร็อกโก ที่สุดท้ายแล้วจบเพียงอันดับ 4 ไม่มีที่ยืนให้เกียรติบนโพเดียมในวันรองสุดท้ายเป็นความน่าเศร้า เพราะแพ้นัดชิงได้ที่สองยังได้เหรียญรางวัลและโอกาสในการเดินให้เกียรติขึ้นไปบนแสตนด์ใกล้เคียงกับผู้ชนะ แต่แพ้ในนัดชิงที่ 3 นี่ต้องก้มหน้างุด ๆ เดินเข้าสู่ห้องแต่งตัวไปแบบให้โลกลืม

วันนี้เขียนส่งท้ายก็เลยอยากจะยกย่อง โมร็อกโก ว่าเป็นผู้แพ้ที่น่าประทับใจมากที่สุด มาตรฐานการลงเล่น 7 นัดในฟุตบอลโลกหนนี้ของ “สิงห์ทะเลทราย” ทีมนี้เจอ โครเอเชีย 2 หน, เบลเยียม, แคนาดา, สเปน, โปรตุเกส และ ฝรั่งเศส ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ 6 เสียไปทั้งหมดเพียง 5 ประตู ด้วยเกมรับที่เหนียวแน่นช่วยกันป้องกัน บวกกับการโต้กลับที่รวดเร็วเฉียบขาด

ไม่มีนัดไหนที่ โมร็อกโก ถูกคู่ต่อสู้ทิ้งห่างในเวิลด์คัพหนนี้ แม้กระทั่งในวันที่เจอกับฝรั่งเศส, สเปน, เบลเยียม หรือโครเอเชีย ทั้งหมดทั้งมวลพิสูจน์แล้วว่าผลงานที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ามันไม่ใช่เรื่องฟลุกหรือโชคช่วยอย่างแน่นอน

นี่คือการยกระดับและประทับตราความสำคัญของทีมจากกาฬทวีป ว่ามีชาติที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกแล้วอย่างจริงจัง โมร็อกโก สร้างมาตรฐานเข้าสู่รอบตัดเชือกได้แล้วเป็นทีมแรก แน่นอนมันจะต้องเป็นรอยทาง และการสร้างความมั่นใจให้กับทีมอื่น ๆ จากทวีปนี้ได้กรีฑาทัพไปสู่ความฝันและความสำเร็จเฉกเช่นเดียวกับทีมจากทวีปยุโรป หรืออเมริกาใต้

แม้สมัยก่อนเราจะเคยเห็นทีมจากเอเชียอย่าง เกาหลีใต้ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศมาแล้วเมื่อปี 2002 แต่มันก็เป็นผลงานในบ้านตัวเองและเต็มไปด้วยข้อครหา แต่ โมร็อกโก นั้นตรงกันข้าม พวกเขาฟันฝ่าอุปสรรค และคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งตั้งแต่รอบแรกยันถึงนัดสุดท้าย

ขุนพลที่ควรจะได้เหรียญตรากล้าหาญเมื่อกลับประเทศไล่มาตั้งแต่ โบโน่ ผู้รักษาประตู, อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาค่าตัวแพงแต่เป็นอีกคนหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับโมร็อกโก แบบสุดตัว ต่อมาก็คือ โรแม็ง ซาอิส ซึ่งก็ยอมสู้ตายถวายชีวิตเจ็บแต่ก็ฝืนลงเล่น อีกคนหนึ่งที่ข้ามไม่ได้ก็คือ โซฟียาน อัมราบัต มิดฟิลด์ตัวรับ รายนามที่กล่าวมาแล้วนั้น สามารถติดทีมยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกหนนี้ได้ทุกรายแบบไม่ต้องสงสัย

สุดท้ายก็คงต้องมอบเครดิตให้กับ เรกรากุย ยอดโค้ช ที่ปลุกความกล้า และสร้างสไตล์การเล่นที่สร้างนำจุดเด่นของนักเตะออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

ผมขอมอบตำแหน่งทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ให้กับ โมร็อกโก ทีมนี้ไปเลยครับ และไม่แน่เหมือนกันว่า เมื่อมีทีมแรกแล้ว ต่อไปจะมีแอฟริกาทีมที่สองที่สาม เข้าสู่รอบตัดเชือกหรือแม้กระทั่งรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก หนต่อไปอีกหรือไม่ นอกเหนือจากโมร็อกโกแล้ว ทีมอย่าง เซเนกัลหรือกานา สามารถพัฒนาต่อไปได้ และน่ากลัวไม่แพ้กันในวันที่พวกเขาท็อปฟอร์ม

ไม่น่าเชื่อว่าจากอดีตที่เคยเป็นเพียงสีสันประกอบการแข่งขัน ถึงเวลานี้มาตรฐานของแอฟริกาเริ่มขยับเข้าใกล้ทีมใหญ่ในยุโรปหลายต่อหลายทีม จับตาดูกันต่อไปครับว่าความมหัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ในฟุตบอลโลกหนหน้า.