หัวใจสำคัญของความสำเร็จในกีฬาแข่งรถไม่ว่าจะ 2 ล้อหรือ 4 ล้อ คือการที่นักแข่งสามารถสื่อสารกับช่างถึงอาการของตัวรถได้มากที่สุด เพื่อที่ช่างจะได้ทำการแก้ไขให้ถูกจุด ในรถบ้านที่เราใช้งานบนท้องถนนก็เช่นเดียวกันครับ
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมนำรถเข้าไปเช็กอาการสลักคาลิปเปอร์เบรกมีเสียงดัง ที่ศูนย์บริหารฮอนด้า ย่านเกษตร-นวมินทร์ แต่หากใครที่เคยนำรถเข้าศูนย์เป็นประจำ จะรู้ว่าจะมีพนักงานรับรถที่ออกเอกสารเป็นผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับเรา แล้วจากนั้นค่อยส่งต่อไปให้ช่างจัดการต่อ
ในกรณีที่เป็นการเช็กระยะตามปกติ ก็คงต้องบอกว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ แต่หากเป็นเคสที่ต้องเล่าอาการผิดปกติของตัวรถ ผมคิดว่าเจ้าของรถคือคนที่รู้อาการดีที่สุดซึ่งควรจะได้สื่อสารกับช่างโดยตรง เพื่อที่จะได้เล่าอาการและมีความเข้าใจตรงกัน ไม่ใช่แค่ผ่านเอกสารจากเจ้าหน้าที่รับรถ
ผมพยายามเล่าอาการเบรกอย่างละเอียดกับเจ้าหน้าที่รับรถ เพื่อหวังว่าเขาจะนำไปถ่ายทอดกับช่างให้รู้เรื่อง แต่หากดูเฉพาะเอกสารที่นำส่งไปให้ช่างและทำสำเนาให้ผม 1 ชุด บอกเลยว่า ต่อให้เป็นช่างเทวดาก็ยากที่จะเข้าใจทั้งหมด เพราะข้อความที่ถ่ายทอดลงบนเอกสารไม่ได้ละเอียดและทำให้ช่างเห็นภาพแบบเป๊ะ ๆ
ส่วนอีกปัญหาหนึ่งของการนำรถไปเข้าที่ศูนย์ คือ จะไม่มีการให้ช่างนำรถออกไปทดสอบเพื่อให้เห็นและรู้ปัญหา ณ ตอนนั้น ซึ่งบางทีปัญหาที่เจ้าของรถพบเจออาจมาในช่วงที่เบรกกำลังร้อน แต่การที่ศูนย์รับรถเอาไว้จนเบรกเย็น กว่าที่จะไปถึงมือช่างก็ไม่มีอาการปรากฏ ซึ่งก็ยิ่งทำให้ยากขึ้นไปอีกในการหาสาเหตุ
ผมเชื่อว่าไม่เฉพาะกรณีของผมนะครับ เจ้าของรถท่านอื่น ๆ ที่นำรถไปเข้าศูนย์เพื่อเช็กหรือซ่อมอาการผิดปกติอื่น ๆ ก็คงจะเจอแบบผมเหมือนกัน ฉะนั้น ผมคิดว่าหากเป็นเคสเฉพาะแบบนี้ ศูนย์บริการควรจัดให้ช่างได้เจอกับเจ้าของรถ เพื่อสื่อสารกันได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และถ้าให้ดีควรต้องได้นำรถไปทดสอบให้รู้ปัญหากันไปเลย
งานนี้ยังดีที่ช่างที่มารับงานดูแลรถของผมเป็นหัวหน้าช่างประจำศูนย์ ซึ่งดูและโทรอัปเดตอาการของรถผมเป็นระยะ เสียอย่างเดียวว่าอาการเบรกดังของรถผมยังไม่หายครับ! (ฮา ๆ) ใช่ครับ จริง ๆ แล้วผมเคยนำรถไปให้ศูนย์บริการแบบควิก เซอร์วิส ถึง 3 เจ้า ดูอาการก่อนหน้านี้ และทุกที่บอกเหมือนกันว่าเป็นปัญหาที่สลักคาลิปเปอร์
ทว่าช่างประจำศูนย์บริการยืนยันกับผมหลังเอารถไปทิ้งไว้ให้ 1 วันเต็ม ๆ ว่า เป็นปัญหาจากผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ที่ผมเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ ทั้งที่หากฟังจากเสียงแล้ว (ดังกึก ๆ) สำหรับผมคิดว่าไม่น่าใช่ปัญหาจากผ้าเบรกแต่อย่างใด น่าจะเป็นที่สลักเบรก ที่อาจจะต้องเปลี่ยนชุดซ่อมเบรกตามคำแนะนำของ ควิก เซอร์วิส เจ้าหนึ่งที่ผมเคยนำรถไปเช็ก
สุดท้ายก็อยากจะบอกว่าการนำรถไปให้ช่างซ่อมก็เหมือนเราไปหาหมอครับ เราผู้ที่เป็นคนขับเองควรจะต้องได้เจอกับช่างด้วย ไม่ใช่แค่เล่าอาการผ่านเจ้าหน้าที่รับรถ ส่วนช่างจะแก้อาการให้หายขาดหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของช่าง รวมถึงการนำรถออกไปทดสอบด้วย
เหมือนกับในโมโตจีพี ยุคที่ วาเลนติโน่ รอสซี่ เคยมี เจเรมี่ เบอร์เกสส์ เป็นหัวหน้าช่างคู่ใจ และคว้าแชมป์โลกได้กับทั้งฮอนด้า และยามาฮ่า มาจนถึงยุคของมาร์ก มาร์เกซ ที่มี ซานติ เฮอร์นานเดซ เป็น chief mechanic อยู่เบื้องหลัง น่าจะเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่สุดว่าการสื่อสารจากคนขับขี่ไปสู่ช่างนั้นสำคัญขนาดไหนครับ






























