
กรณีที่มีการติดเชื้อ COVID-19 (โควิด-19) ในวงกว้างหรือเป็นกลุ่มก้อน คนส่วนใหญ่มักพุ่งเป้าไปที่ “คนแพร่เชื้อ” ก่อนเป็นลำดับแรกว่าคือใคร และมีไทม์ไลน์อย่างไร เพื่อจะได้สืบสาวหาผู้มีความเสี่ยงในการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อได้อย่างแน่ชัด
เมื่อคนแพร่เชื้อไม่แสดงอาการใด ๆ โอกาสติดเชื้อกันแบบกลุ่มก้อนก็มีความเป็นไปได้สูงขึ้น เพราะไม่รู้ตัวว่าตนเองติดโควิด-19 แล้ว จึงยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้มีการกักตัว หรือพบแพทย์ใด ๆ
ยิ่งถ้าเป็นคนในแวดวงสังคมที่มีโอกาสพบปะผู้คนจำนวนมาก ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็น Super Spreader ได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากทุกคนเคร่งครัดในการดูแลตนเอง สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ไม่นำมือมาสัมผัสใบหน้า โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็จะลดน้อยลงไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การระมัดระวังตัวเองอย่างเดียวถือว่ายังไม่เพียงพอ เพราะการรวมตัวกันในงานใด ๆ ที่มีผู้คนจำนวนมาก อาทิ งานเลี้ยงสังสรรค์ ปาร์ตี้วันเกิด งานแต่งงาน หรืองานศพ เท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อให้กับตนเองและผู้อื่นในวงกว้าง ถือเป็น Super Spreader Event ที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย เพราะถือเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อชั้นดี
ปัจจัยเสี่ยงเกิด Super Spreader Event
แม้ว่าสถานที่จัดงานดูแลจัดการเรื่องความสะอาดของพื้นที่เป็นอย่างดี แต่หากพิจารณาแล้วว่ามีความเสี่ยงใน 3 ปัจจัย (3V) ก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ไปร่วมงานนั้น ๆ จะเป็นการดีที่สุด เพราะนั่นหมายความว่าเรานำตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงซึ่งอาจเป็นต้นตอของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ได้โดยไม่รู้ตัว
1. สถานที่ (Venue)
เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่กระจายในอาคารหรือสถานที่ปิดได้สูงกว่าสถานที่ที่เปิดโล่งหรือกลางแจ้งถึง 18.7 เท่า (ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐฯ) ดังนั้น หากสถานที่จัดงานอยู่ในอาคาร มีพื้นที่เล็ก ไม่สามารถเว้นระยะห่างระหว่างกันได้ 1-2 เมตร ก็ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การใช้เวลาอยู่ในสถานที่นั้นก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน หากอยู่ในสถานที่ปิดกับผู้คนจำนวนมากเป็นเวลาหลายชั่วโมง ต่อให้มีการเว้นระยะห่างก็ยังมีโอกาสติดเชื้อได้
เลี่ยงไม่ได้ทำอย่างไร?
หากสถานที่จัดงานเป็นสถานที่ปิด ควรจำกัดเวลาในการอยู่ร่วมงานของตนเอง เพื่อไม่ให้อยู่กับผู้อื่นนานจนเกินไป และควรเคร่งครัดในการรักษาระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร รวมถึงเลี่ยงการรวมกลุ่มกันหลายคนด้วย
2. การระบายอากาศ (Ventilation)
การจัดงานในอาคารมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากกว่าการจัดงานนอกอาคาร เนื่องจากมีการถ่ายเทของอากาศน้อยกว่า จึงทำให้เชื้อโควิด-19 อยู่ในอากาศได้นานยิ่งขึ้น ต่างจากการจัดงานนอกสถานที่ที่มีการระบายอากาศได้ดีกว่า เพราะมีลมพัดผ่าน จึงทำให้อนุภาคของเชื้อโรคถูกเจือจางปริมาณลงอย่างรวดเร็ว
เลี่ยงไม่ได้ทำอย่างไร?
หากจำเป็นต้องร่วมงานที่จัดขึ้นในบ้านหรือในอาคาร ให้เปิดหน้าต่าง-ประตูเอาไว้ เพื่อให้อากาศมีการถ่ายเท หรือเปิดเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ซึ่งจะช่วยดักจับอนุภาคละอองขนาดเล็กอย่างเชื้อโควิด-19 ได้
3. การใช้เสียง (Vocalization)
เมื่อมีการรวมตัวกันของผู้คน ย่อมต้องมีการพูดคุยสนทนากันเป็นเรื่องปกติ ยิ่งถ้าเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีการตะโกนโห่ร้อง ร้องเพลง เต้นรำด้วย โอกาสที่จะสัมผัสละอองฝอยจากผู้ที่ติดเชื้อก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น เพราะแค่การหายใจก็สามารถติดเชื้อได้แล้ว ซึ่งการพูดคุยเพิ่มโอกาสในแพร่กระจายเชื้อได้มากกว่าการหายใจ แต่การร้องเพลงเพิ่มการกระจายเชื้อได้มากกว่าการพูดคุย
เลี่ยงไม่ได้ทำอย่างไร?
หากมีความจำเป็นต้องร่วมงานดังกล่าว วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันละอองฝอยคือการสวมใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา และควรหลีกเลี่ยงการร้องเพลง เนื่องจากทำให้เกิดละอองฝอยเล็ก ๆ ซึ่งเคลื่อนที่ได้ไกลกว่าละลองฝอยขนาดใหญ่ รวมถึงไม่อยู่ในสถานที่ที่ต้องใช้การตะโกนพูดคุยกัน เพราะนั่นหมายความว่าโอกาสที่จะสัมผัสละอองฝอยก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
อ้างอิงข้อมูล : nebraskamed.com






























