Home Inspiration “ขอโทษ” การแสดงความรับผิดชอบที่ง่ายที่สุด

“ขอโทษ” การแสดงความรับผิดชอบที่ง่ายที่สุด

ใคร ๆ ก็ทำผิดพลาดกันได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะกล้ายอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป และบ่อยครั้งมักจะมีข้ออ้างต่าง ๆ นานา เพื่อให้ตนเองรอดพ้นจากความผิดพลาดนั้น ๆ

แม้ว่าการเอ่ยคำว่า “ขอโทษ” จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้นได้ แต่หลายคนกลับเลือกปฏิเสธที่จะกล่าวคำสั้น ๆ คำนี้ และสรรหาคำแก้ตัวเพื่อลดทอนความผิดให้ดูเบาบางลง

หนักไปกว่านั้น คือการปัดความผิดให้กับผู้อื่น ทั้งที่เป็นความผิดพลาดของตัวเอง ซึ่งนับวันในสังคมจะมีคนเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

คนที่ไม่ยอมรับผิดเวลาที่ทำสิ่งใดผิดพลาดนั้น มีความเชื่อมโยงกับ “Ego” (อีโก้) หรือการถือตัวเองเป็นสำคัญ โดยมองว่าการยอมรับผิดจะไปบั่นทอนความภาคภูมิใจในตนเอง จึงต้องหากระบวนการป้องกันตนเอง ด้วยการปฏิเสธความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

เมื่อคนประเภทนี้ทำผิดจึงไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตน ซึ่งหากคนใกล้ตัวไม่ทักท้วง ยอมปิดตาข้างนึงด้วยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โต หรือไม่ใช่กงการอะไรของตนเอง ก็จะไปบ่มเพาะนิสัยแย่ ๆ ให้กับคนเหล่านั้นจนยากจะเยียวยา และกลายเป็นคนที่ไม่มีใครอยากคบหาด้วย

ถ้าไม่อยากสปอยล์ตัวเองให้เป็นแบบนั้น ก็ต้องมีความซื่อสัตย์ กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะผิดพลาดก็ตาม

เมื่อทำผิดแล้วยอมรับ กล้าเอ่ยปากขอโทษโดยรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ ไม่ว่าใครก็ยินดีให้อภัย เพราะอย่างน้อย ๆ คำขอโทษก็แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องงาน

ขณะที่ตัวเราก็จะรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองที่มีความกล้าหาญมากพอที่จะยืดอกรับผิด แทนที่จะหาข้อแก้ตัวเป็นพัลวัน จนทำให้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากความผิดพลาดนั้นบานปลายจนแก้ไม่ทัน

อย่าลืมว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ใคร ๆ ก็พลาดกันได้ เหมือนคำกล่าวของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Theodore Roosevelt ที่เรามักได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า “The only man who never makes mistakes is the man who never does anything.” (คนที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด คือคนที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย)

เมื่อทำพลาดไปแล้ว ก็แค่ “ขอโทษ” จากใจจริง เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด