Home Inspiration “คิดบวก” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

“คิดบวก” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

แม้ว่าสังคมทุกวันนี้อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าอยู่ยากขึ้นทุกทึ จนทำให้เกิดความเครียด มองโลกในแง่ลบมากขึ้น และรู้สึกว่ามีความสุขในชีวิตน้อยลง

แต่ถ้ารักตัวเองมากพอ จนไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้มาส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตัวเอง ก็อาจต้องลองปรับทัศนคติของตัวเองเสียใหม่ ด้วยการ “คิดบวก” ให้มากขึ้น

โดยผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในสหรัฐอเมริกา พบว่า “ความคิด ความรู้สึก และความเชื่อ” ล้วนส่งผลต่อสุขภาพของเราได้ หลังจากนำผลสำรวจในอดีตที่เก็บสถิติคนอเมริกันในวัยผู้ใหญ่กว่า 60,000 คน ช่วงระหว่างปี 1990-2006 มาวิเคราะห์เกี่ยวกับประวัติการออกกำลังกาย, สุขภาพ และภูมิหลังของแต่ละคน รวมถึงข้อมูลเรื่องเพศ อายุ ประวัติในการพบแพทย์ร่วมด้วย

หนึ่งในการสำรวจมีการแจกอุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหวในขณะออกกำลังกายให้กับกลุ่มตัวอย่าง และให้ตอบแบบสอบถามว่า พวกเขารู้สึกว่าตัวเองออกกำลังกายมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับคนอื่น ๆ ในช่วงอายุเดียวกัน

จากนั้นมาติดตามผลในปี 2011 เกี่ยวกับสถิติการเสียชีวิตของกลุ่มตัวอย่างที่ร่วมการทดลอง ปรากฏว่าคนที่คิดว่าตัวเองออกกำลังกายน้อยกว่าคนอื่น มีมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์ ที่มีแนวโน้มเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อเทียบกับคนที่มองว่าตัวเองออกกำลังกายเยอะกว่าคนอื่น หรือคิดว่าตัวเองออกกำลังกายเพียงพอแล้ว

คำตอบของเรื่องนี้ ดอกเตอร์ Alia Crum ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา ซึ่งทำการวิจัยดังกล่าวให้ความกระจ่างว่าเป็นเพราะ “ความคิดหรือความเชื่อของคนเราสามารถส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างคาดไม่ถึง”

ความคิดที่ส่งผลต่อร่างกายของเรานั้น ไม่ต่างจากการทดลองที่ได้รับยาหลอก แม้ไม่ได้กินยาจริง ๆ เข้าไป แต่สมองเชื่อไปแล้วว่ากินยานั้นเข้าไป จึงส่งผลต่อร่างกายอย่างมีนัยสำคัญด้วย

นอกจากนี้ การนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ก็ยังส่งผลให้ขาดแรงจูงใจ จนไม่มีแรงฮึดที่อยากจะออกกำลังกายด้วย จึงส่งผลให้สุขภาพแย่ลงไปโดยปริยาย

นั่นหมายความว่า “ความคิด” ส่งผลต่อการกระทำได้ เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” หากปรับจิตใจของเราให้คิดบวกได้ เลิกมองโลกในแง่ร้าย ก็จะเป็นแรงกระตุ้นในการทำสิ่งดี ๆ ให้ตนเองได้เช่นกันไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม