Home Trending Story Trend ในประเทศ เปิดสถิติอุบัติเหตุ “ทางลักผ่าน” จุดเกิดเหตุอันดับ 1 ณ จุดตัดทางรถไฟ

เปิดสถิติอุบัติเหตุ “ทางลักผ่าน” จุดเกิดเหตุอันดับ 1 ณ จุดตัดทางรถไฟ

เป็นอีกครั้งที่เหตุโศกสลดตายหมู่และบาดเจ็บนับสิบ ๆ ราย เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อรถบัสที่นำกลุ่มผู้โดยสารไปทำบุญกฐินถูกรถไฟพุ่งชน บริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนน ณ คลองแขวงกลั่น จ.ฉะเชิงเทรา

หากย้อนดูสถิติในช่วง 6 ปีหลังสุด จากรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงคมนาคม ที่จัดทำเมื่อเดือนพ.ค.2563 แม้พบว่าจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุมีแนวโน้มลดลง โดยในปี พ.ศ. 2557 – 2562 มีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุลดลงจาก 127 ครั้ง เป็น 86 ครั้ง แต่มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 15 ราย เป็น 34 ราย

สำหรับกรณีหลังสุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น มีผู้เสียชีวิตถึง 19 ราย และบาดเจ็บ 34 ราย

“ทางลักผ่าน” เป็นจุดเกิดเหตุมากที่สุด

สำหรับปี 2562 พบว่าบริเวณจุดที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ ทางลักผ่าน ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟที่ไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 39 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 45 รองลงมาคือ บริเวณเครื่องกั้น จำนวน 33 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 39

โดยหลังจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการสำรวจจุดตัดทางรถไฟใหม่ พบว่ามีเพิ่มขึ้น 150 แห่ง รวมเป็น 2,657 แห่ง แบ่งเป็นจุดที่ได้รับอนุญาต 48 แห่ง และจุดตัดที่ไม่ได้รับอนุญาต (ทางลักผ่าน) 92 แห่ง ซึ่งอุบัติเหตุล่าสุดที่ฉะเชิงเทราก็เกิดบริเวณทางลักผ่าน ด้วยเช่นกัน

สถิติการเกิดอุบัติเหตุกับรถโดยสาร

สถิติในปี 2562 ที่รถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 384 ครั้งนั้น หากหากจำแนกตามมาตรฐานรถโดยสาร พบว่ารถโดยสาร 1 ชั้น เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จำนวน 141 คัน คิดเป็นร้อยละ 35.61 ของจำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุทุกประเภท

รองลงมาคือ รถตู้โดยสาร จำนวน 132 คัน คิดเป็นร้อยละ 33.33, รถโดยสาร 2 ชั้น จำนวน 82 คัน คิดเป็นร้อยละ 20.71 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 พบว่ารถโดยสารสาธารณะทุกประเภทมีการเกิดอุบัติเหตุลดลง

อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวเป็นสถิติที่นับรวมทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเฉพาะที่เกิดบริเวณจุดตัดทางรถไฟแต่อย่างใด

“ขับตัดหน้ากระชั้นชิด” ต้นตออุบัติเหตุรถโดยสาร

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารสาธารณะ อันดับ 1 เกิดจากการขับรถตัดหน้ำในระยะกระชั้นชิด จำนวน 46 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.89 ของจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด

รองลงมาคือ ประมาท จำนวน 45 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.63, หลับใน จำนวน 44 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.37, ขับตามหลังในระยะกระชั้นชิด จำนวน 42 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 10.86 และขับรถเร็ว จำนวน 36 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 9.30

กรณีของรถทัวร์กฐินจัดอยู่ในสาเหตุอันดับ 1 จากการตัดหน้ากระชั้นชิด เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่ทราบว่ามีขบวนรถไฟสวนมาอีก 1 ขบวน จึงเท่ากับเป็นการตัดหน้าขบวนไปโดยปริยาย

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าคนขับรถบัสซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ น่าจะมีความประมาทร่วมด้วย เนื่องจากพนักงานขับรถไฟเปิดหวูดสัญญาณและเปิดไฟเตือนให้ทราบแล้ว และผู้โดยสารในรถบัสเตือนให้ระวังแล้ว แต่คนขับรถบัสยังคงขับรถข้ามทางรถไฟต่อไป จึงทำให้เกิดเหตุสลดและกลายเป็นโศกนาฏกรรมหมู่อีกครั้ง!

ข้อมูล : รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงคมนาคม พ.ศ.2562