ไม่ว่าจะบอกเลิกหรือถูกบอกเลิก ล้วนแล้วแต่เจ็บในความรู้สึกทั้งคู่ เพราะความผูกพันความคุ้นเคยที่มีอยู่ได้กลายเป็นเพียงอดีตไปแล้ว หลายคนไม่สามารถมูฟออนจากความรู้สึกที่เคยมีอยู่ได้ หลายคนมูฟออนเป็นวงกลม เหมือนจะตัดใจได้ แต่แท้จริงแล้วยังรอเวลาที่จะกลับไปหวนคืน และอีกหลายคนบอกว่าการที่จบความสัมพันธ์นั้นให้ความรู้สึกว่าตนเองกำลังล้มเหลวในการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว
มาถึงจุดนี้คงต้องบอกว่าตั้งสติกันก่อน เพราะไม่ว่าจะเลิกราในรูปแบบไหน สุดท้ายแล้วคนเราถ้าเกิดมีความรู้สึกไม่ใช่ก็ไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปได้ จะยื้อไว้ก็เหมือนแค่ซื้อเวลาและทำให้ตัวเองเจ็บไปกว่าเดิม ถ้าคุณกำลังอยู่ในเวลาที่ต้องตัดใจ เรามี 5 หนทางในการกอบกู้หัวใจตนเองเพื่อมูฟออนไปข้างหน้ามาฝากกัน มีรายละเอียดอะไรบ้างนั้นเชิญติดตามได้เลย
1. หยุดส่อง หยุดตาม
ปัญหาสำคัญในโลกยุคดิจิทัลที่ทำให้คู่ร้างหลายคู่ไม่สามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้เพราะมีโซเชียลมีเดีย บางคนมีครบทุกแอปฯ ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือบางคนมีพาสเวิร์ดเข้าแอคเคาท์ของอดีตแฟนได้ แต่พอเลิกกันไปแล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนพาสเวิร์ด อีกฝ่ายคงต้องเฮิร์ตไปพักใหญ่ แถมบางคนยังคงสถานะความเป็นเพื่อน หรือเปิดสาธารณะให้เห็นได้โดยง่าย อีกฝ่ายก็ไม่ย่อท้อที่จะส่ง ที่จะติดตามข่าวสาร หรือบางคนใช้วิธีส่องจากโซเชียล แล้วยังคงไปติดตามอีกฝ่ายให้รู้สึกว่าฉันยังอยู่ตรงนี้
ไม่เพียงเท่านั้น บางคนไปแอบซุ่มดูที่ทำงาน ขับรถไปเฝ้าที่หน้าบ้าน เหล่านี้ล้วนแต่สร้างความอึดอัดใจให้กับอีกฝ่าย และทำให้คุณเองไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะยังคงยึดติดอยู่กับคนเดิม ความรู้สึกเดิม ช่วงเวลาเดิม
ถ้าคิดจะมูฟออน สิ่งแรกที่ควรทำคือตัดขาดการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียทั้งปวงให้หมด ไม่ต้องไปเดินในที่ที่เคยไปด้วยกัน ที่ทำงานของเขาหรือแม้กระทั่งทำเป็นผ่านบ้านของเขา เตือนสติตนเองไว้เสมอว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อเอาไว้ ถ้าเขารักเขาคงไม่ขอเลิก ถ้าเขาเสียดายความรักเขาก็ต้องติดต่อกลับมาแล้ว ดังนั้น อย่าได้เข้าข้างตัวเองด้วยเหตุผลที่คิดขึ้นมาเอง เอาตัวออกมาจากวังวนของ Stalker ให้ได้ และมุ่งมั่นสร้างชีวิตของตนเองให้ดีที่สุด
2. เลิกกันแล้วก็ไม่ต้องไปพูดเรื่องไม่ดีของอีกฝ่ายให้ใครฟัง
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรจะปกติ ถ้าเลิกกันแล้วไปสาวไส้เล่าเรื่องไม่ดีของอดีตแฟนตนเองให้กับคนอื่นฟัง เพราะเหมือนเป็นการประจานตัวคุณเองที่คบหากับคนแบบนั้น เมื่อจบกันแล้ว ก็ให้ทุกอย่างจบลงที่คนสองคน ไม่ใช่ต่อความยาวสาวความยืดให้คนทั้งโลกต้องรู้ เหนืออื่นใดถ้าคุณยังคงเม้าท์เรื่องของแฟนเก่ากับคนอื่น นั่นก็แสดงให้เห็นว่าคุณยังไม่สามารถจบความสัมพันธ์ที่ควรจะจบได้
3. อย่ายื้อ
เลิกกันมันเจ็บ โลกรู้ เพื่อนรู้ คนรอบข้างรู้ และด้วยความที่ไม่อยากเจ็บสิ่งที่หลายคนเลือกจะทำคือปิดตาหนึ่งข้าง แล้วยื้อความสัมพันธ์ต่อไป ไม่ยอมจบ ทั้งที่อีกฝ่ายจบไปแล้วและต้องการมูฟออนไปสู่เส้นทางอื่น แต่คุณก็ยังคงตามไปเจอ นัดไปกินข้าว หรือโทรไปหาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถ้าคนยังวนเวียนแบบนี้อยู่เราขอแนะนำให้คุณหยุด คุณจะมีความสุขกับการกระทำแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน ในเมื่ออีกฝ่ายหมดใจไปแล้ว ยื้อไปก็เท่านั้น แถมยังทำให้คนรอบข้างของคุณรู้สึกไม่ดีไปด้วย แม้ว่าพวกเขาอยากช่วยคุณขนาดไหน ดังนั้น ตัดใจเสียเถิดคนดี เจ็บแต่จบยังดีกว่ายื้อต่อไปแล้วเกิดมะเร็งในอารมณ์ตัวเอง
4. อย่าใกล้กันเลย
ถ้าเคยฟังเพลง “ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ” นี่คือเวย์เดียวกันสำหรับคนที่เลิกกันแล้วดันตัดไม่ขาด เพราะด้วยความจำเป็น หรือ พยายามจะจำเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำให้ต้องพบหน้าค่าตากันโดยตลอด อันเป็นเหตุให้ทำใจไม่ได้เสียที ดังนั้น เมื่อตัดสินใจเลิกกันแล้ว พยายามออกจากสังคมเดิมที่เคยต้องเจอหน้ากัน Unfriend ในโซเชียลมีเดียไปชั่วคราวก่อนก็ได้ หรืออาจต้องตัดสินใจแยกย้ายเดินออกจากชีวิตของอีกคนหนึ่งไปเลย
ความเจ็บปวดในจิตใจนั้น มีเพียงเวลาที่ช่วยได้ เมื่อคุณได้ไปเจอกับสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ ความรู้สึกเจ็บจากความรักจะค่อย ๆ จางออกไป เมื่อรู้สึกว่าหัวใจกลับมาแข็งแรงแล้ว จะกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกก็ได้ (ตรงนี้ต้องให้แน่ใจด้วยว่า ถ่านไฟเก่าจะไม่สปาร์ก เพราะคนที่เคยรักกันเลิกกัน การกลับมาเป็นเพื่อนกันนั้นจะดีที่สุด)
5. ถ้าหัวใจไม่แข็งแรงพออย่าคิดเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า
ข้อสุดท้ายอาจดูโหดร้าย และย้อนแย้งกับข้อที่สี่ที่บอกว่าให้ห่างกันสักพัก เมื่อแผลใจหายดีแล้วค่อยกลับมาเป็นเพื่อน แต่ข้อนี้ เหมาะสำหรับคนที่ยังทำใจไม่ได้และไม่ได้เป็นเพื่อนกันมาก่อน เพราะความสัมพันธ์ในรูปแบบเพื่อนนั้น จะเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน มีความเมตตาให้กัน สร้างความมั่นใจให้แก่กัน ขณะที่ความสัมพันธ์ในลักษณะคู่รักนั้น คือการเลิกกัน คือหมายถึงทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บ เหมือนถูกหักหลัง ดังนั้น การที่จะกลับไปเป็นเพื่อนกันคงเป็นเรื่องยาก แม้พยายามจะบอกว่าเป็นเพื่อนกันได้ก็ตาม






























