
เมื่อโลกทั้งใบต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 มานานเกือบห้าเดือนแล้ว ท่ามกลางการแพร่ระบาด ไวรัสโคโรน่า 2019 ได้พาให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย เราได้เห็นตัวเลขคนตกงานในสหรัฐอเมริกา ยุโร เอเชีย หรือแม้แต่ในเมืองไทยเองเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
แน่นอนว่า ตัวเลขคนว่างงานสัมพันธ์กับการประกอบธุรกิจ ขณะที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดแม้จะดีขึ้น แต่ตราบใดที่ยังไม่มีไวรัส หรือ ยาต้านออกมา สงครามไวรัส ก็ยังไม่จบ ซึ่งอาจจะกินระยะเวลายาวนานจนถึงสิ้นปี 2563 เลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้มาดูกันว่ามีธุรกิจประเภทไหนบ้างที่ถูกเจ้าไวรัส Disruption จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง จากที่เคยดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ กลายเป็นการดำเนินการธุรกิจแบบใหม่เพื่อให้เกิดความอยู่รอด และสิ่งที่เราเคยพบเห็นก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งปี อาจเป็นเพียงอดีตที่ไม่หวนคืนกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว
(บทความนี้เป็นบทวิเคราะห์จากการ ติดตามข่าวผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่มีต่อเศรษฐิจ และเขียนขึ้นเพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้กับผู้ที่อยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับ 8 ธุรกิจได้ปรับตัว)
1. ธุรกิจท่องเที่ยวบริการ
ธุรกิจท่องเที่ยวบริการได้รับ ผลกระทบเป็นอย่างมาก และเรียกได้ว่าเป็นผลกระทบไปทั้งโลก เพราะโมเดลของการต่อสู้กับ โคโรน่าไวรัส คือการเว้นระยะห่างของบุคคลในสังคม ไม่อยู่ในที่ชุมชน ไม่ร่วมงานเทศกาล แต่ละประเทศต่างปิดพรมแดน เพื่อป้องกันไม่ให้คนในประเทศต้องติดไวรัสจนระบบสาธารณสุขในประเทศรับมือไม่ไหว
– โลกของธุรกิจท่องเที่ยวบริการหลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจากจีน หรือ จากยุโรปจะเดินทางมากันแบบเช่าเหมาลำอาจเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นอีกแล้วในสองหรือสามปีนี้ เพราะการระบาดของไวรัส ทำให้เศรษฐกิจถดถอย การใช้เงินเพื่อท่องเที่ยวอาจต้องเปลี่ยนเป็นการออมเพื่อความอยู่รอด
ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการต้องปรับตัวเองให้มีการบริการหลายรูปแบบมากขึ้น โรงแรมอาจปรับสถานที่สำหรับเป็น Co- Working Space รับนักท่องเที่ยวในประเทศ จัดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Staycation หรือการพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน การท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีชุมชน
ขณะที่ผู้ให้บริการที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นไกด์ แท๊กซี่ หรือ ตุ๊กตุ๊ก ก็ต้องปรับเปลี่ยนตนเองมองไปที่ผู้ใช้บริการในประเทศมากขึ้น รวมไปถึงการหาลูกค้าผ่านแอพลิเคชั่น มากกว่าจะนั่งรอลูกค้าเดินมาหาคุณเอง
2. ธุรกิจการบิน และ ขนส่งสาธารณะ
เมื่อทั่วทั้งโลกจำกัดการเดินทาง เริ่มปิดน่านฟ้า ปิดพรมแดน สายการบิน รถไฟ รถทัวร์ ต่างหยุดให้บริการซึ่งคนได้รับผลกระทบ นอกจากพนักงานที่ให้บริการโดยตรงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ฝ่ายซ่อมบำรุง เอเย่นต์ขายบัตรโดยสาร แอพลิเคชั่น จองที่สายการบิน ที่พักและโรงแรม ไปจนถึง พนักงานทำความสะอาด ต่างได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่
– โลกของธุรกิจการบิน และ ขนส่งสาธารณะหลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
สายการบิน รถไฟ และ รถทัวร์ ที่สามารถทำให้ผู้โดยสารมีความมั่นใจว่าการเดินทางจะปลอดภัย ปราศจากไวรัส ได้เร็วที่สุดคือผู้ที่จะอยู่รอดในธุรกิจนี้ แต่เหนืออื่นใดจะไม่มีตั๋วเครื่องบิน รถทัวร์ และ รถไฟ ราคาถูกอีกต่อไป แต่จะเป็นบัตรโดยสาร หรือตั๋วรถที่มีราคาที่ต้องบวกกับระบบการจัดการ ที่ภาครัฐต้องสั่งให้จำกัดจำนวนคน ให้เหมาะสมในการเดินทางแต่ละเที่ยว
มีความเป็นไปได้ว่าเอเย่นต์ขายบัตรโดยสารอาจเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้วในยุคหลังสงครามไวรัส เช่นเดียวกับการใช้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินที่จำกัดจำนวนลง และหันไปใช้ระบบการเช็คอินผ่านทางแอพลิเคชั่นมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะทำให้การเดินทางไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางบก ทางรถทัวร์ ที่เราเคยคุ้นเคย จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
3. ธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า / ร้านอาหาร
ห้างสรรพสินค้าคือสถานที่รวมตัวของผู้คนจำนวนมาก และ เป็นวิถีที่คนในเมืองคุ้นเคย กับการเดินเข้าห้างสรรพสินค้า หรือ Community Mall เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้กับตนเองด้วยการเลือกซื้อสินค้า รวมไปถึงการชมภาพยนตร์ กินอาหารในร้านอาหาร หากแต่การแพร่ระบาดของไวรัสทำให้ สิ่งทีเรารู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ จะไม่เป็นเรื่องปกติอีกต่อไป และ ส่งผลกระทบให้ธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และ ร้านอาหาร ต้องปรับการให้บริการของตนเอง
– โลกของธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า / ร้านอาหารหลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
การจำกัดจำนวนคนเข้าห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีก และ ร้านอาหารเกิดขึ้นแน่นอนเพราะการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากทำให้เกิดความเสี่ยง หากในปัจจุบันห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีกหลายแห่งได้ปรับตัวให้บริการผ่านระบบ อี คอมเมิร์ซ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ใช้บริการอาจจะยังไม่มากนัก แต่นี่คือช่วงเวลาสำคัญของ ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีก ที่จะพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ ของตนเองให้ตอบสนองลูกค้า
ขณะเดียวกัน ร้านอาหารตั้งแต่ระดับข้างทาง จนถึง ห้าดาวก็ต้องปรับตัวกับการให้บริการ เพราะการกินข้าวในร้านหมายถึงการนั่งเพียงคนเดียวที่ต้องเว้นระยะห่าง และให้ความสำคัญกับการให้บริการแบบ Delivery ไปด้วย เพราะนี่คือช่วงเวลาที่หลายคนต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดว่าต้องทำถ้ายังอยากอยู่ในสนามแข่ง การปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับสถานการณ์คือทางรอดที่ดีที่สุด
4. ธุรกิจการแพทย์และโรงพยาบาล
หลายคนอาจคิดว่า ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพไม่น่าจะได้รับผลกระทบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจการแพทย์และ โรงพยาบาล ก็หนีไม่พ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ทำให้ ประชาชนมีเงินในกระเป๋าน้อยลง และ ในภาวะของโรคระบาด จำนวนคนไปใช้บริการที่โรงพยาบาลน้องลงอย่างเป็นได้ชัด เวชระเบียนต้องรับโทรศัพท์เลื่อนนัดหมายแพทย์มือเป็นระวิง
– โลกของธุรกิจ การแแพทย์และโรงพยาบาล หลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
เอาเข้าจริง ปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งหันมาให้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ โดยที่คนไข้ไม่ต้องมาที่โรงพยาบาลเอง แถมส่งยาให้ถึงบ้าน หรือแม้แต่ เจาะเลือด ฉีดวัคซีน ตรวจร่างกายที่ให้บริการถึงบ้าน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นมากขึ้น และ พัฒนาไปตามเทคโนโลยี และจะกลายเป็นเรื่องปกติที่เราจะคุ้นเคยในเวลาอันรวดเร็ว
5. ธุรกิจสื่อสารมวลชน
เอาเข้าจริงก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ธุรกิจสื่อฯ ก็ถูก Disruption เข้าไปครึ่งวงการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ที่มาจากยุคอนาลอก ซึ่งถูกแทนที่ด้วยข่าวออนไลน์ ความนิยมในการรับชม ผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ Youtube Line TV หรือ Streaming TV มากกว่าชมรายการผ่านโทรทัศน์ปกติ หรือ แม้แต่ การรับชมผ่านเคเบิ้ลทีวีในแบบตอบรับสมาชิก ขณะที่เดียวกันการฟังเพลงผ่าน แอพลิเคชั่นฟังเพลง หรือ แม้แต่ การมาที่ไร้การควบคุมของ Podcast กลายเป็นความนิยมที่แพร่หลายอย่างรวดเร็ว
– โลกของธุรกิจสื่อสารมวลชน หลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
ถ้าไม่ปรับตัวคือตายไปเลย นี่คือคำจำกัดความสั้นๆสำหรับคนทำงานในธุรกิจนี้ และการปรับตัวนั้นไม่ใช่แค่ ทำเพจเฟสบุ๊ค หรือ เป็น Youtuber หรือ เป็น Influencer เพราะสื่อฯอยู่คู่กับโฆษณา และ เม็ดเงินโฆษณานั้น ก็ถูกจัดสรรปันส่วนโดยเหล่าเอเยนซี่ ที่เริ่มมองเห็นแล้วว่า สื่อออนไลน์กำลังมาแรง แซงสื่อร้อนในอดีตอย่างทีวี
แต่การวัดระดับความนิยมยังคงกระจัดกระจาย เพราะจะมาพูดถึงแค่ตัวเลข Engagement อย่างเดียวคงไม่ได้ แต่การลงเม็ดเงินโฆษณาในแต่ละครั้งต้องอาศัย Contents Creator ที่สามารถทำให้คนสนใจได้ภายในสี่วินาที
ส่วนสถานีโทรทัศน์ที่ต้องการมีชีวิตรอดหลังสงครามไวรัสผ่านพ้น ต้องลืมการขายเวลาไปได้เลย เพราะทีวีที่มีกว่า 20 ช่องนั้นเกินความต้องการไปแล้ว 10 อันดับแรกเท่านั้นที่รอด และ 10 อันดับแรกนั้นต้องมี รายการที่เป็น Flagship ของตนเอง เพื่อให้คาแรคเตอร์ ชัดเจนในยุคที่ความสนใจของคนดูนั้นก็ชัดเจนเช่นกัน ขณะเดียวกันต้องผลิตเนื้อหา เพื่อให้เข้ากับคนดูในแพลตฟอร์มอื่นด้วย ถึงจะจับได้อยู่หมัด
6. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นับเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยตลอดมา แม้ว่าในช่วงปี 2540 เราจะได้เห็นคอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร ถูกทิ้งร้างเกลื่อนเมือง แต่ 20 ปีผ่านไปหลายโครงการถูกนำมาปัดฝุ่นขายใหม่ได้อยู่ดี และรอบนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจหมายถึงการเปลี่ยนมือเจ้าของกันมือเป็นระวิงเลยทีเดียว
– โลกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
ก่อนที่จะเข้าสู่การระบาดของโคโรน่าไวรัส ธุรกิจอสังหาฯ เรียกได้ว่ายอดขายหนืดเต็มทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อยู่อาศัยแนวตั้งหรือ คอนโดมิเนียม เพราะนักลงทุนต่างชาติ เริ่มหาย ขณะเดียวกันกำลังซื้อของคนชั้นกลางในเมือง ก็เริ่มน้อยลงจะเห็นหลายโครงการเริ่มจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม แน่นอนว่า ในช่วงสงครามไวรัส กำลังซื้อหยุดชะงัก และ ทำให้หลายโครงการต้องยอมขายในราคาขาดทุนกำไร ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีของคนที่พอมีกำลังซื้อ เป็นฝ่ายเลือกห้องชุดจากหลายโครงการที่หลุดดาวน์
ขณะเดียวกันนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มหันไปพัฒนาโครงการที่เล็กลง และ เจาะกลุ่มตลาดกลางบน มากขึ้นและเป็นโครงการที่มีการตกแต่งครบ เพื่อเพิ่มมูลค่า เพราะตลาดกลางบนหรือตลาดระดับบน ยังคงมีกำลังในการซื้อที่อยู่อาศัย เพียงแต่นักพัฒนาฯต้องตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ที่ต้องการ Privilage มากกว่ากลุ่มลูกค้าเดิมให้ได้
7. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก คอนเสิร์ต / การแข่งขันกีฬา
ถ้าจัดลิสต์ของธุรกิจที่จะได้รับอนุญาตจากรัฐบาล เพื่อให้กลับมาจัดได้เหมือนเดิม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ คอนเสิร์ต หรือ การแข่งขันกีฬา น่าจะอยู่ในลำดับสุดท้ายของ ที่จะได้รับอนุญาต เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องมีผู้คนจำนวนมากมารวมกัน และ มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาด
– โลกของธุรกิจคอนเสิร์ต / การแข่งขันกีฬา หลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
การจำกัดจำนวนของผู้เข้าชม ที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง รวมไปถึงการรับชมที่ผู้ชมนั่งอยู่กับบ้าน เป็นสิ่งที่ไม่เกินการคาดฝันนัก ดังนั้นการพัฒนาระบบถ่ายทอดสด รวมไปถึงสัญญานภาพที่คมชัด น่าจะทำให้โลกของธุรกิจคอนเสิร์ต และ การแข่งขันกีฬาได้เดินไปต่อได้ แม้ว่าความรู้สึกของผู้เล่น กับผู้รับชมอาจจะไม่ใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา
8. ธุรกิจการเงินการธนาคาร
ตั้งแต่ปี 2562 ธนาคารหลายแห่งเริ่มทยอยปิดสาขาให้เห็นกันไปแล้ว เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส ทำให้คนไปธนาคารน้อยลง และ ใช้บริการผ่านแอพลิเคชั่นมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจคือการเข้าสู่สังคม Cashless หรือ สังคมไร้เงินสด เร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ เพราะผู้คนเริ่มกลัวการจับเงินสดว่าจะทำให้พวกเขามีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส
– โลกของธุรกิจการเงินการธนาคารหลังสงครามไวรัสผ่านพ้น
แน่นอนว่าเราจะเข้าสู่สังคม Cashless กันเกิน 50 เปอร์เซนต์ ไม่เพียงเท่านั้น ธนาคารที่สามารถพัฒนาการให้บริการผ่านแอพลิเคชั่นได้ครบหมด ทุกการทำธุรกรรม จะเป็นผู้รอด ขณะที่การปรับเข้าสู่ โหมด FinTech หรือ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำให้การบริการที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะกลายเป็นเรื่องที่คนในสังคมคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว






























