Home Inspiration My Dear มีเดีย โลกที่เราเคยคุ้นเคยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โลกที่เราเคยคุ้นเคยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Work from home กันมาได้กี่สัปดาห์แล้วคะ บางคนอาจจะอยู่บ้านแบบไม่ได้ออกไปไหนเลยมาติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม ตอนนี้เริ่มคิดถึงการเดินในห้างสรรพสินค้าบางแล้วหรือยัง ขณะที่อีกหลายคน เคยมีปาร์ตี้ทุกคืนวันศุกร์ ประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสี่ ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ 3 จนถึงวันนี้น่าจะทำให้หลายคนหงอยไปไม่น้อย

ถ้าจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเพื่อให้คุณคุ้นชินกันการจำกัดการใช้ชีวิตในที่สาธารณะของตนเอง ก็คงไม่เกินจริงจนเกินไปนัก เพราะสภาวะไวรัสระบาดที่เรากำลังเจอก็ไม่ได้ต่างจากสงครามที่มีโลกคู่ขนานคล้ายกันคือ การจำกัดเสรีภาพของผู้คน เพื่อให้มีชีวิตรอด และสงครามครั้งนี้จะไม่จบแบบเบ็ดเสร็จภายในเวลาหนึ่งหรือสองเดือน หากแต่จะกินระยะเวลายาวนานจนเราจะคุ้นชินการใช้ชีวิตในลักษณะนี้ไปเอง

เป็นการคาดหมายเกินความเป็นจริงไปหรือเปล่า คำตอบอยู่ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกในแต่ละวัน กับตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากไวรัส ที่ต้องรอให้ทั้งสองตัวเลขนั้นลดระดับลงมา ถึงเวลานี้ข่าวดีที่มีอยู่น้อยนิดคือ ความพยายามในการทดสอบยาต้านไวรัสในทางคลินิกกับผู้ป่วย หากสำเร็จ สิ่งที่หวาดกลัวกันว่าโลกต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ไปจนถึงปีหน้า ก็อาจจะลดเวลาลงมาได้บ้าง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนเพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่สถานการณ์ที่พอจะเรียกว่าสภาวะปกติได้ และนั่นหมายถึงการล้มหายไปของธุรกิจหลากหลายประเภท ที่มีรายได้เท่ากับศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน ร้านอาหาร รวมไปถึงธุรกิจบริการอีกหลายประเภท ภาวะดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย ตามที่ไอเอ็มเอฟ ได้ประกาศ คนตกงานหลายล้านคนทั่วโลก จะทำให้เกิดสภาวะข้าวยากหมากแพง กว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูได้อย่างน้อยก็ต้องสองปี

ขณะเดียวกันผู้คนที่อยู่กับบ้านมานานเกือบสามเดือนจะคุ้นเคยกับการทำงานจากบ้าน สั่งอาหารเดลิเวอรี่ เสพความบันเทิงจากโซเชียลมีเดีย โทรทัศน์ และสตรีมมิ่งทีวี เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย พวกเขาอาจต้องปรับตัวครั้งใหม่ เพื่อให้เข้ากับโลกหลังจากการระบาดของไวรัส เพราะเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัว และไม่รู้สึกไว้วางใจ ถูกหย่อนลงไปในใจคนทั่วโลกนับตั้งแต่วันแรกของการระบาด

ถ้าคุณติดตามข่าว คุณจะได้เห็นข่าวผู้นำแต่ละประเทศพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำพาประเทศของตนเองให้อยู่รอด อาทิ นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย ที่ประกาศออกมาแล้วว่า นักเรียนต่างชาติหรือผู้ที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยวควรกลับประเทศของตนเอง เพราะออสเตรเลียต้องให้ความสำคัญและดูแลประชากรของตนเอง ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้บริษัท 3M ซึ่งเป็นผู้ผลิตหน้ากากอนามัยเบอร์หนึ่งของโลกหยุดผลิตเพื่อส่งออก ให้ผลิตเพื่อให้เอาไว้ใช้ในประเทศของตนเอง

ในสภาวะการณ์ของโรคระบาด เราไม่ได้เห็นทั่วโลกรวมใจเป็นหนึ่งในการต่อสู้กับโรคระบาด ต่างไปจากสงครามที่ต้องมีฝ่ายพันธมิตรและอักษะ หากในการต่อสู้กับสงครามโรคระบาดนั้น ทุกประเทศต่างต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของประชากรตนเอง และมีหลายประเทศที่เรียกความเป็นชาตินิยมกลับมา และไม่ใช่เรื่องที่ต้องแปลกใจเลย หากจะเห็นคลิปที่คนยุโรปเหยียดชาวเอเชีย อันสืบเนื่องมาจากเหตุระบาดของไวรัส บาดแผลทางความรู้สึกแบบนี้ จะติดค้างอยู่ในใจอย่างเนิ่นนาน และโลกที่เคยไร้พรมแดนมานานนับทศวรรษ อาจต้องจะปิดพรมแดนใจชนิดที่เราเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน