
ดูเหมือนว่างานประกาศรางวัลออสการ์ในปีนี้จะมีแต่ผู้เข้าชิงที่เป็นคนผิวขาวเกือบทั้งหมดอีกแล้ว และดูเหมือนคณะกรรมการให้ความสนใจหนังเกี่ยวกับผู้หญิงหรือความหลากหลายทางเพศน้อยลง
การประกาศรางวัลออสการ์ในปีนี้ เป็นอีกปีที่พยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ Oscar so White ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วติดต่อกัน 2 ปี ในปี 2015-2016 ซึ่งผู้เข้าชิงในสาขานักแสดงต่าง ๆ ไร้ซึ่งรายชื่อของนักแสดงผิวสี
จากการเสนอชื่อทั้งหมดในปีนี้ ดูเหมือนว่าจะมีนักแสดงผิวสีเพียงคนเดียวที่ได้รับการเสนอชื่อ คือในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ Cynthia Erivo จากบทบาท Harriet Tubman ในเรื่อง Harriet โดยการเสนอชื่อนี้ทำให้เธอกลายเป็นนักแสดงผิวสีเพียงคนเดียวในรายชื่อผู้เข้าชิงทั้งหมด

ซึ่งไม่ใช่ว่าการมีนักแสดงผิวสีเข้าชิงน้อยเป็นเพราะตัวเลือกมีไม่มาก โดยในการประกาศรางวัลอื่น ๆ มีนักแสดงผิวสีมากมายที่ได้รับรางวัล อย่าง Golden Globe ที่ Awkwafina (Nora Lum) จากเรื่อง The Farewell คนอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รางวัลนักแสดงนำหญิง, Lupita Nyong’o จากเรื่อง Us ที่เป็นตัวเต็งในการประกาศรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมขวัญใจนักวิจารณ์ Critics’ Choice Awards 2020

เป็นอีกครั้งที่มีนักแสดงผิวสีมากมายไม่ได้รับการพิจารณาและเสนอชื่อเข้าชิงในการมอบรางวัลปีนี้ ซึ่งรวมถึงนักแสดงจากเอเชียในเรื่อง Parasite ที่มีรายชื่อเข้าชิงในสาขาอื่น ๆ อีกด้วย
ทางคณะกรรมการให้เหตุผลอย่างมีนัยยะว่า ‘มันไม่ใช่แบบนั้นเสียทีเดียว สาขาอื่น ๆ เช่น กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมก็มีรายชื่อของ บอง จุนโฮ ผู้กำกับ Parasite เช่นเดียวกับหมวดหมู่รางวัลด้านเทคนิคอื่น ๆ อีกหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้มีผู้กำกับหญิงที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงจากเรื่อง Little Women ที่กำกับโดย Greta Gerwig ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลทางเทคนิคถึง 2 สาขา’
และในตลอดปีที่ผ่านมีภาพยนตร์เข้าขั้นยอดเยี่ยมมากมายหลายเรื่องเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะ Pain and Glory ภาพยนตร์สัญชาติสเปนที่ว่าด้วยเรื่องราวผู้กำกับหนังที่เป็นเกย์ โดย Pedro Almodóvar
เป็นที่สงสัยว่าเพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งเราคงไม่รู้คำตอบอย่างแน่นอนเพราะการโหวตของคณะกรรมการเป็นความลับทั้งหมด แต่เราสามารถสังเกตได้ว่า นักแสดงมากฝีมือที่ตกโผไม่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาต่าง ๆ ล้วนเป็นนักแสดงผิวสีมากฝีมือทั้งนั้น ซึ่งมี 3 เหตุผลที่น่าจะบอกได้ว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
-
ปี 2019 ภาพยนตร์โด่งดังมากมายล้วนมีตัวเอกเป็นคนขาว

เราไม่สงสัยกันอยู่แล้วอย่างแน่นอน หากนักแสดงจาก The Irishman จะถูกเสนอชื่อเข้าชิง เราจะไม่กังขาแม้แต่น้อยหากนักแสดงจาก Once Upon a Time in Hollywood หนังที่ผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบ จะถูกเสนอชื่อเข้าชิง หรือแม้แต่กับ JoJo Rabbit เองก็ตาม
หรือจะคิดต่อไปถึง Ford v Ferrari, 1917, Marriage Story, Joker ซึ่งไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งในจำนวนนี้ก็แล้วแต่ หนังเหล่านี้จะได้รับเสนอชื่อเข้าชิงในหลายสาขาอย่างแน่นอน (Joker เข้าชิงทั้งสิ้น 11 สาขา) และทั้งหมดนี้ล้วนใช้นักแสดงนำเป็นคนขาว!
2. อิทธิพลของความเห็นนักวิจารณ์
สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคมากที่สุดที่จะทำให้ ออสการ์มีความหลากหลายมากขึ้น คือขั้นตอนการคัดเลือกของกลุ่มสมาชิกและคณะกรรมการนั่นเอง ที่ล้วนมีสมาชิกรุ่นใหญ่และเป็นคนผิวขาวเหมือน ๆ กับทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมที่ไม่หลากหลายมากพอ อีกทั้งในกลุ่มของนักวิจารณ์ที่คอยทำนายความเป็นไปของหนังเรื่องต่าง ๆ ว่าเหมาะหรือไม่กับการได้รางวัล
เช่น The Irishman ที่แทบไม่มีอุปสรรคใด ๆ เลยในเส้นทางเข้าสู่การชิงตุ๊กตาทองในปีนี้ เพราะนำมาด้วยนักแสดงหลักผิวขาวมากฝีมืออย่าง Robert De Niro และผู้กำกับระดับเซียนอย่าง Martin Scorsese เป็นหนังที่นักทำนายหรือนักวิจารณ์ล้วนโพล่งออกมาพร้อมกันตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า “เรื่องนี้ต้องได้ออสการ์” เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้คนอื่น ๆ เห็นด้วยได้แล้ว จะหลุดโผก็ยากหน่อย
3. ฮอลลีวูด สร้างแต่หนังคนผิวขาว

แม้ว่าผู้ถูกเสนอชื่อภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากครั้งผ่าน ๆ มาจะประกอบไปด้วย หนังอย่าง Moonlight, Black Panther, Get Out แต่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของ Hollywood ล้วนสร้างโดยคนผิวขาวและเกี่ยวกับคนผิวขาว แต่ในปีนี้มี Parasite เป็นหนังที่ไม่ได้เกี่ยวกับคนผิวขาวและได้เข้าชิง แต่ก็ไม่ได้มาจาก Hollywood อยู่ดี
Oscar So White ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการผลักดันกำกับดูแลให้ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณรับรู้ว่า “มีนักแสดงผิวสีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้เข้าชิงออสการ์ 2020” และถามกลับว่า “นักแสดงผิวสีคนไหนอีกไหมที่สมควรได้รับการเสนอชื่ออีก” โอเค การถกเถียงจบลง และคุณจะมองเห็นถึงปัญหานี้ เพราะด้วยภาพรวมของโครงสร้างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮอลลีวูด แม้มีรายชื่อนักแสดงผิวสีใจใน สุดท้ายเขาหรือเธอก็จะถูกมองข้ามอยุ่ดี (อาจเพราะด้วยบทบาทที่ไม่โดดเด่นพอจะเข้าชิง)
จากทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ากระบวนการของเวทีออสการ์ในประเด็นทางด้านความหลากหลายเป็นปัญหาอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับความหลากหลายจากภาพรวมทั้งหมดของฮอลลีวูด ทีนี้พอจะมองภาพออกกันแล้วหรือยังว่าโครงสร้างทางระบบหรือกระบวนการมันกำลังมีปัญหา
ที่มา : Vox






























