
การประท้วง หรือ Protest นั้นคือการแสดงออกถึงความต้องการของคนจำนวนมาก รูปแบบของการประท้วงมีได้หลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากการส่งข้อความเพื่อทักท้วงและแสดงความไม่เห็นด้วย ไปจนถึงการรวมตัวกันเดินขบวน และสาเหตุส่วนใหญ่ที่คนลุกขึ้นมาประท้วงกันนั้น จะมาจากความไม่เห็นด้วยกับระบบการปกครอง การคอรัปชั่นของฝ่ายปกครอง การถูกกดขี่ข่มเหง และความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือ มีสิทธิเสรีภาพ เมื่อต้องอยู่ภายใต้อำนาจผู้ปกครองที่พวกเขารู้สึกไม่ไว้ใจ
การออกมาประท้วงของคนกลุ่มใหญ่ด้วยการเดินขบวนนั้น ถือว่าเป็นวิธีการในการกดดันผู้อำนาจเพื่อให้เกิดการต่อรองและเจรจา โดยจะมีผู้ที่ทำหน้าที่เป็นแกนนำเพื่อปลุกให้ประชาชนทั่วไปเห็นด้วย ดังนั้นรูปแบบของการเดินขบวนประท้วงนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและข้อเรียกร้องของประชาชนที่เดินสู่ท้องถนนเพื่อแสดงพลังของตนเองออกมา และที่ผ่านมาการแสดงพลังของประชาชน มักจะจบลงด้วยการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามฝูงชน และ นับตั้งแต่สังคมโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 การชุมนุมประท้วงดูจะเป็นเรื่องที่รัฐบาลในหลายประเทศต้องเผชิญเกือบทั่วโลก และมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
อาหรับสปริง เหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนสองทวีป
เหตุการณ์อาหรับสปริง เริ่มต้นในปี 2010 เริ่มจากการเดินขบวนประท้วงของประชาชนเพื่อโค่นล้มผู้ปกครองเผด็จการใน ตูนีเซีย เมื่อประชาชนในตูนีเซียทำได้สำเร็จก็ส่งผลให้ เกิดการลุกฮือของประชาชนในทวีปแอฟริกาเหนือ อย่างต่อเนื่องทั้งใน อียิปต์ ลิเบีย และเยเมน จากนั้นอาหรับสปริง ก็ลุกลามมายังทวีปตะวันออกกลางเกิดการลุกฮือของประชาชนเพื่อประท้วงระบบการปกครอง และ รัฐบาลที่เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น ทั้งในบาห์เรน อัลจีเรีย อิรัก จอร์แดน คูเวต โอมาน ซาอุดิอาระเบีย รวมไปถึง ซีเรีย ที่จนเวลานี้สงครามกลางเมืองยังไม่สงบ และ ผลกระทบจากอาหรับสปริง ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นครั้งใหญ่ หรือ จำนวนผู้ลี้ภัยจากสงครามกลางเมือง ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอาหรับสปริง ทะลักเข้าสู่ทวีปยุโรป และ อเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง
การประท้วงในเกาหลีใต้ปี 2016 (The Candle Protest)
การประท้วงผู้ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ แห่งเกาหลีใต้ เมื่อปี 2016 นับเป็นรวมตัวของชาวเกาหลีเกือบทุกเทศทุกวัย มีรายงานว่ามีจำนวนมากถึง 1 ล้านคน ซึ่งนับเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ
มูลเหตุที่ชาวเกาหลีใต้ต้องออกมาประท้วงผู้นำบนท้องถนนนั้นเพราะประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ เกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่นซึ่งถูกเชื่อมโยงไปถึงเพื่อนหญิงคนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ค ที่มีชื่อว่า นางชเว ซูน ซิล ซึ่งเกี่ยวข้องกับลัทธินอกศาสนาและ มีการนำเอาเงินบริจาคของบริษัทใหญ่ในเกาหลีใต้ เข้าไปยังมูลนิธิดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มีการพบร่าง สุนทรพจน์ของ ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัของนาง ชเว ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตุว่า นางชเว จะมีอิทธิพลต่อประธานาธิบดีปาร์ค ในการปกครองประเทศเป็นอย่างมาก
การประท้วงในฝรั่งเศส “เสื้อกั๊กเหลือง”
หลังจากที่รัฐบาลฝรั่งเศสชุดใหม่ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุด (อายุ 39 ปีเมื่อชนะการเลือกตั้ง) ถูกยกย่องว่าเป็นผู้นำหัวก้าวหน้า และมีความคาดหมายว่า มาครง จะนำพาฝรั่งเศสให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ดังเช่นในอดีต แต่ หลังจากดำรงได้เพียง ปีเศษประธานาธิบดีมาครง ก็ต้องเผชิญหน้ากับการประท้วง จากประชาชนชาวฝรั่งเศสที่ไม่พอใจต่อนโยบายขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งราคาน้ำมันในฝรั่งเศสนั้นถูกปรับขึ้นมาโดยตลอด ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ ชะลอตัวทำให้สภาพเศรษฐกิจในฝรั่งเศสนั้นไม่ดีนัก ทำให้เกิดการรวมตัวประท้วงของผู้คนในฝรั่งเศสเป็นจำนวนมาก และ เกิดขึ้นในหลายเมือง รวมไปถึงถนนสายสำคัญในกรุงปารีส
ส่วนการแสดงสัญลักษณ์การประท้วงในฝรั่งเศสด้วยการใส่เสื้อกั๊กเหลือนั้น เป็นเพราะการขับรถในฝรั่งเศสมีกฎหมายให้ประชากรที่มีอนุญาตขับรถต้องมีเสื้อกั๊กสีเหลืองติดรถเอาไว้ทุกคน เพื่อจะได้ใส่ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและต้องจอดรถข้างทาง เมื่อเจ้าของรถลงจากรถจะป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ การที่ประชาชนออกมาประท้วง รัฐบาลของ เอ็มมานูเอล มาครง ด้วยการใส่เสื้อกั๊กเหลือง ก็เพื่อต้องการบอกว่า เรื่องที่การขึ้นภาษีน้ำมันนั้นส่งผลให้เกิดเหตุฉุกเฉินเพียงใดในฝรั่งเศส
ฮ่องกง Umbrella Movement สู่ ต่อต้าน กม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
นับตั้งแต่อังกฤษคืนเกาะฮ่องกง ให้กับจีนในวันที่ 1 กรกฎาคม 1997 ผู้คนบนเกาะฮ่องกงที่ก่อนหน้านี้อพยพไปอยู่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ เกือบครึ่งเกาะ ต่างก็รู้สึกหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่งที่กลับไปอยู่ภายใต้การปกครองของจีน แม้ทางการจีนในเวลาจะบอกว่าฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษใช้วิธีการหนึ่งประเทศสองระบบ แต่ลึกๆแล้วในใจของคนฮ่องกงทุกคนรู้ดีว่า ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไป
ความชัดเจนครั้งแรกที่ทำให้ชาวโลกได้เห็นว่า คนฮ่องกง ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของจีนคือการออกมาประท้วง ครั้งใหญ่ที่เรียกว่า ” Umbrella Movement” เป็นการออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งผู้ว่าการเกาะฮ่องกงโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านทางการจีน แน่นอนว่ารัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ยินยอม ให้เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และ ให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งที่จะมาทำหน้าที่เลือกตั้งผู้ว่าการเกาะฮ่องกง อีกทอดหนึ่ง ส่วนที่เรียกว่า Umbrella Movement นั้น เพราะประชาชนที่ออกมาประท้วง ใช้ร่มเป็นเครื่องป้องกันแก๊สน้ำตาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เหตุการณ์ Umbrella Movement ผ่านไปได้เกือบ 5 ปี การประท้วงใหญ่ในฮ่องกง ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากมีชายหนุ่มชาวฮ่องกง เดินทางไปยังไต้หวัน และ ปรากฎว่าชายรายดังกล่าวได้ก่อเหตุฆ่าแฟนสาวที่ตั้งครรภ์ของตนเอง แล้วหนีกลับมายังฮ่องกง ซึ่งทางการไต้หวัน ขอให้ทางฮ่องกง ส่งตัวชายคนดังกล่าวเพื่อกลับไปดำเนินคดีที่ไต้หวันแต่ทางการฮ่อง-กงปฎิเสธ เพราะไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศในการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน
และด้วยเหตุดังกล่าวจึงมีความพยายามในการผ่านร่างกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และถ้าร่างกฎหมายดังกล่าวผ่าน นั่นหมายความว่าทางการจีน และ ไต้หวัน สามารถเรียกตัวผู้ต้องสงสัย หรือ ผู้ที่ก่อเหตุชาวฮ่องกงได้ทันที ซึ่งชาวฮ่องกงมองว่านี่คือการเข้ามาจำกัดความมีอิสระของอำนาจตุลาการในฮ่องกง ของจีน และด้วยความรู้สึกของคนฮ่องกงที่ไม่เคยอยากอยู่ภายใต้การปกครองของจีนอยู่แล้ว พวกเขาจึงรวมตัวประท้วง เพื่อให้ร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนฉบับนี้ไม่ผ่านสภาการปกครองของฮ่องกง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของการออกมาเดินบนท้องถนนของประชาชนที่ต้องการให้ผู้ปกครองได้ยินเสียงของพวกเขา และทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า






























