Home Trending Story Trend ในประเทศ ซูเปอร์พาวเวอร์ที่ปลายนิ้วของ “ชาวเน็ต”

ซูเปอร์พาวเวอร์ที่ปลายนิ้วของ “ชาวเน็ต”

ครั้งหนึ่ง “ชาวเน็ต” เคยถูกเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีของนิตยสารไทม์ ในปี 2006 ในครั้งนั้นไทม์ได้เลือกให้ “You” หรือผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตขึ้นหน้าปก โดยทำเป็นรูปจอคอมพิวเตอร์ที่มีคำว่า “You” เพราะผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคนที่ช่วยกันสร้างเนื้อหา และสร้างสังคมบนโลกออนไลน์ จนทำให้ Social Media กลายเป็นสื่ออันทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น Wikipedia Youtube Facebook (ยังไม่นับรวม Twitter ที่ในเวลาดังกล่าว ยังไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน)

เวลาผ่านมาอีกหนึ่งทศวรรษ กับอีกสองปี “ชาวเน็ต” หรือ “You” ยิ่งเติบโตขึ้นกว่าเดิม และมีพลังมากกว่าเดิมสามารถทำให้คน องค์กร หรือแม้แต่แบรนด์ใหญ่ ๆ ต้องหมดพื้นที่ยืนในโลกโซเชียลได้อย่างรวดเร็ว หากพวกเขาคิดจะโพสต์ข้อความ หรือคลิปโดยไม่ยั้งคิด

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ถ้ารู้จักที่จะใช้โซเชียลมีเดีย “ชาวเน็ต” คือ ซูเปอร์พาวเวอร์ที่สามารถนำพาให้คน องค์กร หรือแบรนด์สินค้า ประสบความสำเร็จได้ไม่ยากในโลกปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะข้อดีของโลกโซเชียล ที่ทำให้การสื่อสารไร้พรมแดน ด้วยเหตุผล ดังต่อไปนี้

  1. ข้อความที่ถูกโพสต์ในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะแพลทฟอร์มไหน ก็เป็นการส่งสารถึงผู้รับสารโดยตรง และมีการตอบโต้กันในทันที
  2. โซเชียลมีเดีย สามารถสร้างกลุ่มผู้ที่เห็นด้วย และต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมได้อย่างรวดเร็ว เพราะการส่งข่าวสารที่สามารถแพร่กระจายไปในวงกว้างได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ทำให้โซเชียลมีเดีย คือ เครื่องมือชั้นดีในการเรียกร้องความถูกต้องในสังคม หรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงในแนวคิดทางการเมือง
  3. โซเชียลมีเดีย คือ เครื่องมือชั้นดีในการส่งข่าวสารสำคัญสู่สาธารณะ และการให้ข้อมูลทางด้านสุขภาพที่สำคัญ นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นการสร้างชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฆ่าตัวตาย หรือการระบาดของโรค
  4. โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อที่สามารถพาให้คนหนึ่งคนไปสู่จุดหมายที่ตั้งเอาไว้ได้
  5. โซเชียลมีเดีย ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงการศึกษา หรือข้อมูลทางการศึกษาที่สำคัญ
  6. โซเชียลมีเดียในปัจจุบัน เป็มมากกว่าการสื่อสาร แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงการบริการที่สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิม

ในทางกลับกัน ถ้าไม่รู้จักโซเชียลมีเดียดีพอ “ชาวเน็ต” ก็อาจกลายเป็นพลังที่กดดันให้คุณต้องออกมาพูดความจริงทั้งหมด หรือความเกรี้ยวกราดของชาวเน็ต อาจทำให้เจ้าของกิจการที่ผิดพลาดไปแล้ว ต้องออกมาขอโทษและยอมรับผิด เพื่อรักษากิจการของตัวเองให้อยู่ต่อไป นั่นเป็นเพราะโซเชียลมีเดียก็มีด้านมืดเช่นกัน

  1. การโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือคลิปใด ๆ ก็ตาม ลงบนโซเชียลมีเดียจะไม่สามารถลบได้หมด หรือทำให้หายไปได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
  2. ในฐานะสื่อสารมวลชน เจ้าหน้าของหน่วยงานราชการ หรือแม้แต่การเป็นคนขององค์กรเอกชน ต้องคิดให้มากก่อนที่จะโพสต์อะไรลงไปบนโลกโซเชียล เพราะต่อให้คุณเขียนว่า “ความคิดเห็นที่ปรากฎเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของคุณไม่เกี่ยวกับองค์กร” เรื่องที่คุณเขียนก็จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับองค์กรอยู่ดี “จงจำไว้เสมอว่า ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวบนโลกออนไลน์
  3. การใช้โซเชียลมีเดีย คือ การแสดงออกทางความคิดเห็น และสามารถทำให้คนที่เห็นพฤติกรรมการโพสต์ของคุณสามารถตัดสินว่า จะชอบหรือเกลียดคุณได้ทันที
  4. การเสพติดโซเชียลมีเดียนั้น จะทำให้คนหนึ่งคนสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองได้อย่างชัดเจน หลายคนจะเกิดความรู้สึกซึมเศร้า ไม่มีความภูมิใจในตัวเอง เพราะการเสพติดโซเชียลมีเดีย จะทำให้คน ๆ นั้น เอาชีวิตของตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา
  5. หลายคนชอบอวดชีวิตบนโซเชียลมีเดีย และเปิดเป็น Public ทำให้มิจฉาชีพอาศัยช่องว่างดังกล่าว ในการประกอบอาชญากรรม

ทั้งหมดนี้ คือ ด้านบวกและลบของโลกโซเชียลมีเดีย ที่สามารถสร้างหรือทำลายสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น ก่อนที่จะโพสต์ หรือสร้างกิจกรรมใด ๆ ขึ้นมาบนโลกโซเชียล ขอให้จินตนาการถึงการตอบรับจาก “ชาวเน็ต” ไว้ให้มาก เพราะ “ชาวเน็ต” มีที่มาที่ไปแตกต่างกัน และใช่ว่า ทุกคนจะเห็นด้วยกับคุณ