
“ทำวันจันทร์ให้เป็นวันแสนสดใสกันดีไหมคะ” หลายคนคงเบือนหน้าหนีเราทันทีที่เริ่มต้นคอลัมน์แบบนี้และคงคิดในใจว่า “ใครมันจะไปสดใสวันจันทร์ได้เพราะนอกจากจะแซะร่างจากที่นอนได้ยากแล้ว ยังต้องมาผจญกับรถติดบนท้องถนน กว่าจะถึงที่ทำงานก็แทบจะโซซัดโซเซเข้าห้องประชุม ประชุมเสร็จยังต้องมานั่งตอบเมล์ เคลียร์งานให้เจ้านาย กว่าจะได้กินข้าวกลางวันก็ปาเข้าไปบ่ายสอง เงยหน้าจากกองงานที่สุมอยู่ พระอาทิตย์ก็ตกดินไปแล้ว อย่างนี้จะให้เป็นวันจันทร์ที่สดใสได้อย่างไรกัน”
ถ้าอย่างนั้นไปดูวิธีการของทางญี่ปุ่นกันค่ะ หลายวันก่อนได้มีโอกาสอ่านบทความที่พูดถึงโครงการ Shining Monday (วันจันทร์แสนสดใส) กับ Premium Friday (ศุกร์คุณภาพ) ที่รัฐบาลญี่ปุ่นขอความร่วมมือบริษัทเอกชนและองค์กรต่างๆให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อทำให้คนญี่ปุ่นผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน และ ห่างไกลจากอาการ Karoshi หรือ ความเครียดจากการทำงานล่วงเวลาจนส่งผลต่อสภาพจิตใจกลายเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในที่สุด
ในสังคมการทำงานของญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยความกดดัน และการแข่งขันตลอดเวลา กรณีของพนักงานหญิงของบริษัทเดนสึ ที่ฆ่าตัวตายเมื่อปี 2015 หลังจากทำงานล่วงเวลาตลอดเดือนมากกว่า 100 ชั่วโมง นั้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนญี่ปุ่นในวงกว้าง จนทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องออกทำโครงการเพื่อดูแลคนวัยทำงานที่ปัจจุบันเหลือน้อยเต็มที่
โครงการ Shinning Monday หรือ วันจันทร์แสนสดใสนั้นมีแนวทางให้พนักงานเข้าทำงานสายได้ในวันจันทร์ชนิดที่เข้าหลังเวลาพักกลางวันไปเลยก็ได้ เพื่อลดความเครียดจากการเดินทางที่ทุกคนต่างก็เร่งรีบ ขณะที่ Premium Friday หรือ ศุกร์คุณภาพนั้น แนวทางคือให้พนักงานได้เลิกงานเร็วขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนวัยทำงานออกไปสังสรรค์คลายเครียด คนที่มีครอบครัวจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น และสร้างความหวังให้กับรัฐบาลว่าถ้าโครงการสำเร็จ คนมีความสุขกับครอบครัว จำนวนประชากรก็น่าจะเพิ่มมากขึ้น
แต่ปรากฎว่าทั้งสองโครงการ มีพนักงานบริษัทที่สนใจทำตามโครงการไม่มากนัก จะเรียกว่าไม่ประสบผลสำเร็จเลยก็ว่าได้ เพราะพนักงานทุกคนต่างยังคงกังวลกับสถานะของตนเองในการทำงาน และด้วยความที่พื้นฐานของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ มีความจริงจังกับการทำงานเป็นอย่างยิ่งทำให้ ทั้งสองโครงการของรัฐบาล ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าไร
ตัดกลับมาที่เมืองไทย ที่ปัจจุบันรถติดทุกวัน และ ถ้าเป็นเช้าวันจันทร์หรือวันศุกร์แห่งชาติ รถจะติดมากกว่าปกติ และถ้าเช้าวันจันทร์หรือเย็นวันศุกร์นั้น มีฝนตกหนัก ซ้ำด้วยบีทีเอสเสีย เรือคลองแสนแสบแล่นไม่ได้ ทั่วทั้งกรุงเทพฯ แทบจะกลายเป็นอัมพาตทันที และนั่นหมายความว่าจะมีคนอยู่บนท้องถนนนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง
ปัญหารถติดในกรุงเทพฯนั้นเป็นเรื่องที่หาฮีโร่มาแก้ไขได้ยากเพราะมีจำนวนรถมากกว่าถนน และในปัจจุบันมีการก่อสร้างระบบขนส่งทางรางพร้อมกันถึง 9 สายประกอบกับวินัยจราจรที่แทบหาไม่ได้บนท้องถนนเมืองไทย แถมการแก้ปัญหายยังคงปล่อยให้ ตำรวจจราจรเป็นคนรับหน้าที่หนัก ทั้งที่ความเป็นจริง ต้องมีศูนย์ควบคุมการจราจรที่สามารถบริหารจัดการการจราจรได้ทั้งเมือง แต่มันก็เป็นเรื่องเกินฝันและเราคงต้องอยู่กันในสภาพนี้ต่อไปอย่างน้อยก็อีกสิบปี
เมื่อเป็นเช่นนี้ เรามาสร้าง Shining Monday กับ Premium Friday แบบไทยๆกันดีกว่า ด้วยวิธีคิดแบบไทยกับคำว่า “ใจเขาใจเรา” วิธีการก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าเช้าวันจันทร์ฝนตกหนักรถติด เจ้านายก็อาจจะอนุโลมเวลาเข้างานให้กับลูกน้อง หรือ ถ้าศุกร์ไหนดูลาดเลาแล้วว่ารถติดสาหัสแน่ๆ หรือ ศุกร์นั้นมีงานให้สะสางกันไม่มาก คนเป็นเจ้านายก็อาจให้ลูกน้องได้เลิกงานเร็วเพื่อให้พวกเขาได้ผ่อนคลายกันบ้าง ขณะที่คนเป็นลูกจ้างเอง ก็ต้องคิดแบบ “ใจเขาใจเรา” กับเจ้านายด้วยการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพียงเท่านี้ก็อยู่กันได้แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และ มี Shining Monday และ Premium Friday ได้กับเขาเหมือนกัน
วิธีการแบบนี้ไม่เกินฝันนะคะ เพราะออฟฟิศต้นคิด มีเดีย ก็ทำแบบนี้เหมือนกัน แม้ว่าส่วนตัวก็เห็นความสำคัญของการรักษาเวลา แต่ด้วยปัจจุบันมีเหตุและปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การรักษาเวลากลายเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก และอะไรที่ตึงเกินไปก็ขาดหย่อน ถ้าเกินไปก็หลุด การเดินทางมาเจอกันตรงกลางน่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ





























