Home Inspiration My Dear มีเดีย สนิมเกิดแต่เนื้อในตน ถึงเวลาสื่อสำรวจตนเอง

สนิมเกิดแต่เนื้อในตน ถึงเวลาสื่อสำรวจตนเอง

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ของตนเองไปว่า “เราอยู่ในยุคสมัยที่คนเชื่อ “ข่าวมโน” ข่าวจากโซเชียล มากกว่าจะอ่านเพื่อทำความเข้าใจในเนื้อข่าว สุดท้ายกลายเป็นสังคมที่แตกตื่นตลอดเวลา” เป็นทวีตที่เรียกว่าได้รับการรีทวีต มากที่สุดตั้งแต่เล่นมา (ทำความเข้าใจกันก่อนว่าการรีทวีตไม่ได้หมายความว่าเขาชอบข้อความของคุณนะ เขาอ่านรีเพื่อไปโควตข้อความที่เห็นแย้ง หรือ เอาไปทำอย่างอื่นก็ได้)  

ข้อความที่ทวีตไปนั้นอาจจะโดนใจใครหลายคนที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งข้อมูลข่าวสาร ที่ปัจจุบันไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มต้นใช้ประโยคที่ว่า “ใครก็เป็นนักข่าวได้” และถ้าว่ากันตามวิชาชีพแล้วประโยคดังกล่าวนั้นเป็นความเข้าใจผิดชนิดไม่น่าให้อภัยเพราะไม่ใช่ “ใคร” จะเป็นนักข่าวได้อย่างที่เข้าใจกันแม้ว่าคนคนนั้นจะเรียกจบ นิเทศศาสตร์มาก็ตาม

และความเข้าใจผิดๆที่คิดว่า “ใครก็เป็นนักข่าวได้” ทำให้วันนี้สังคมของสื่อไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยการนำเสนอข่าวแบบ “ใครมีเราต้องมีด้วย” จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้เห็นเนื้อหาข่าวเดียวกันในทุกช่อง จนทำให้คนดู (ที่สมัยนี้เก่งกว่าคนทำข่าว) ต้องเอาไปเปรียบเทียบกับสื่อต่างประเทศ ซึ่งสิ่งที่คนดูต้องการจะบอกสื่อคือ “ประเด็น” หรือ  “วิธีการ” นำเสนอข่าวนั้น มีได้มากกว่าจะทำข่าวให้กลายเป็นดราม่า หรือ เอาความคิดเห็นของนักข่าวเข้าไปในข่าว  

การติดตามข่าว นักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชที่เข้าไปติดในถ้ำตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเป็นการติดตามสื่อในประเทศด้วยความอึดอัด เวลาอ่านข้อความในทวิตเตอร์ที่บ่นเรื่องสื่อ ก็เหมือนถูกตบหน้าเองไปด้วย ส่วนหนึ่งเพราะเคยเป็นนักข่าวภาคสนามมาก่อน อีกส่วนหนึ่งเพราะเราภูมิใจในอาชีพของตนเอง แม้ทุกวันนี้จะห่างจากการทำข่าวมาได้สักระยะแต่ประสบการณ์ในฐานะนักข่าวก็ยังสามารถนำมาใช้ได้ดีกับสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

แม้จะไม่ได้จบโดยตรงมาในสายนิเทศศาสตร์ แต่การทำข่าวที่ผ่านมาก็ได้รับการสอนมาอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ต้องตระหนักให้มากคือการนำเสนอเรื่องราวที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง และ เมื่อรู้ว่าผิดต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะในหมวกของสื่อนั้น เมื่อข่าวของคุณถูกตีพิมพ์ออกไป ข่าวนั้นสามารถนำไปใช้อ้างอิงในทางสาธารณะได้

เราไม่ได้เคยได้รับการสอนว่า ต้องทำข่าวให้เอ็กซ์คลูซีฟกว่าใคร  ต้องให้ได้ข่าวให้เร็วที่สุด หรือ เอาภาพข่าวที่ผู้สูญเสียในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้มาตีพิมพ์ หรือ เผยแพร่ออกอากาศ ทั้งหมดนั้นไม่ใช่สิ่งที่สื่อพึงปฎิบัติ แต่ทุกวันนี้ทุกสื่อกลับทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมกับประทับตราว่า “คนดูคนอ่านต้องการแบบนี้”

เมื่อการทำงานในฐานะสื่อกลายเป็นการทำงานเพื่อเรตติ้ง และยอดไลค์ โดยไม่สนใจว่าคนที่เสพจะได้ข่าวที่ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่นั้น ทำให้คนเป็นสื่อในวันนี้แทบจะต้องขุดหลุมฝังความน่าเชื่อถือของตนเอง เพราะถ้าถึงขนาดที่ กรมสุขภาพจิต ออกมาแนะนำแนวทางในการสัมภาษณ์ให้กับสื่อมวลชน ตามภาพด้านบน คนทำงานสื่อในปัจจุบันคงต้องหันมาทบทวนตัวเองกันบ้างแล้วละค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ