Home Inspiration My Dear มีเดีย ปลอกคอ และ หัวโขน เรื่องของสิ่งสมมติ

ปลอกคอ และ หัวโขน เรื่องของสิ่งสมมติ

คุณเคยสงสัยไหมว่า เวลาที่มีคนยกมือไหว้ หรือ มีคนมาฉอเลาะประจบสอพลอ เป็นเพราะตัวตนของคุณเอง หรือ เป็นเพราะปลอกคอ หรือ หัวโขนที่คุณสวมอยู่

มีเรื่องพูดล้อกันในวงการนักหนังสือพิมพ์กันว่า “ปลอกคอ”ใครใหญ่กว่า ก็ได้แหล่งข่าวที่ดีกว่าไป “ปลอกคอ” ในที่นี้หมายถึงต้นสังกัดที่เราทำหน้าที่นักหนังสือพิมพ์กันอยู่ เพื่อให้คล้องกับ คำว่า Watch Dog (หมาเฝ้าบ้าน) ก็จะคล้ายๆกับคนที่ทำงานกันในบริษัทต่างกันที่ “ปลอกคอ” ก็จะเปลี่ยนเป็นคำขยายตามหลัง อาทิ สมหญิง + ชื่อต้นสังกัด  ถ้าบริษัทใหญ่หน่อยก็ดูจะทำให้ได้รับเสียง “โอ้โห” “อื้อหือ” จากเพื่อนฝูง แต่ถ้าบริษัทกลางถึงเล็ก ก็อาจได้รับเสียงตอบรับว่า “อ๋อเหรอ”

จากปลอกคอ ก็จะไต่ระดับไปเป็นเรื่องของหัวโขน พอมีตำแหน่งแห่งหน ก็จะกลายเป็นคนพิเศษ มีคนเดินตามบ้าง เป็นมีคนเป็นวอลเปเปอร์บ้าง เวลาไปในที่สาธารณะก็จะมีคนกรากเข้ามาไหว้ยกให้เป็นคนพิเศษ ของแบบนี้เจอเข้าทุกวันก็พากันลืมไปว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่มีอยู่ ตำแหน่งที่นั่งอยู่ รถที่ได้ใช้อยู่ ล้วนเป็นสิ่งสมมติ พอวันหนึ่งเมื่อหมดเวลาของตนไปแล้ว ก็จะต้องกลับไปคืนที่เดิม

มีสองตัวอย่างที่จะเรียกว่าเป็น เรื่องเล่าของคนมีปลอกคอกับหัวโขนก็ว่าได้ เริ่มจากคนมีปลอกคอ เป็นบริษัทใหญ่ระดับประเทศ มีชื่อเสียงในวงการเพราะเกาะกับแบรนด์ใหญ่มาโดยตลอด วันหนึ่งก็เลยครึ้มๆไปว่า Connection ที่มีอยู่นั้นเป็นเพราะชื่อของตัวเอง จนทำให้บริษัทเกิดใหม่มาแรงอีกบริษัทให้ค่าให้ราคา มาเชิญชวนให้ไปอยู่ด้วยกันด้วยค่าตัวสูงลิ่ว

แน่นอนว่าเขาลืมนึกถึงเรื่องปลอกคอ นึกว่าเป็นเพราะฝีมือตัวเอง และเมื่อไปเริ่มต้นกับแบรนด์ใหม่ ไม่นานเขาก็พบความจริงว่า Connection ที่ตนเองมีนั้นล้วนแล้วเป็นเพราะความใหญ่ของบริษัทเก่าไม่ใช่เพราะชื่อของเขาแม้แต่น้อย ท้ายที่สุดเขาก็ต้องย้ายจากบริษัทใหม่ที่เพิ่งไปเริ่มงานไม่กี่เดือน และย้ายบริษัทไปเรื่อยๆโดยอาศัยชื่อบริษัทเก่ามาเป็นนามสกุลต่อท้าย วนเวียนไปไม่สิ้นสุด จนลืมตัวตนที่แท้จริงของตนเองไปแล้ว

อีกเรื่องเป็นเรื่องที่แชร์กันทั้งในไลน์ ในเฟซบุ๊ค และ ทวิตเตอร์ เรื่องราวของข้าราชการระดับสูงที่สวมหัวโขนในตำแหน่งระดับอธิบดี เขาเล่าถึงงานที่ไปบรรยายในปีก่อนที่จะเกษียณ และ การกลับไปอีกครั้งในปีที่เกษียณแล้วไว้อย่างน่าสนใจ

ในปีก่อนเกษียณนั้น เขาเดินทางไปงานบรรยายในต่างจังหวัด แน่นอนว่าขึ้นเครื่องบินชั้นธุรกิจ เมื่อไปถึงสนามบินมีรถจากหน่วยงานที่จัดให้มีการบรรยายมารับถึงสนามบิน เมื่อถึงโรงแรม มีคนจัดการเรื่องเช็คอิน ให้เสร็จสรรพ พอถึงเวลาบรรยาย ก็มีคนมาเชิญให้ไปรอที่ห้องรับรอง มีอาหารว่าง พร้อมกาแฟ เรียบร้อย

ปีต่อมาหลังจากที่เขาเกษียณได้เพียงแค่สามเดือน ทางหน่วยงานดังกล่าวก็ติดต่อให้เขาไปบรรยายอีกครั้ง แต่การเดินทางครั้งนี้เขานั่งชั้นประหยัด เมื่อไปถึงสนามบินจังหวัดดังกล่าวก็ต้องติดต่อรถเพื่อเดินทางไปโรงแรมเอง เมื่อถึงโรงแรมก็เช็คอินเอง ถึงวันที่ต้องบรรยายเขาต้องโทรไปถามฝ่ายจัดว่าจะให้ไปเตรียมพร้อมกี่โมง เมื่อไปถึงห้องที่ต้องขึ้นบรรยาย เขาได้นั่งรออยู่ข้างเวที เมื่อถามหากาแฟ เจ้าหน้าที่ประสานงานก็แจ้งว่ามี กาแฟและอาหารว่างให้บริการด้านหน้าห้องบรรยายสามารถช่วยตัวเองได้เลย กลายเป็นว่าชีวิตที่เปลียนไปชั่วข้ามปี เป็นชีวิตที่เขาต้องทำตัวให้ชิน ไปจนกว่าจะสิ้นอายุขัยเลยทีเดียว

เป็นยังไงคะ เรื่องของ ปลอกคอ และ หัวโขน พอจะทำให้คุณผู้อ่านเห็นภาพชัดเจนหรือยังว่าเรื่องที่เป็นสิ่งสมมตินั้น ถ้าเราหลงไปคิดว่ามันคือสิ่งที่มีอยู่จริง สุดท้ายเราก็ติดกับดักจนหาทางออกไปเจอ แต่สิ่งที่มีอยู่จริง คือตัวเรา หากสร้างคุณค่าให้ตัวเอง โดยไม่ต้องมีนามสกุลต่อท้ายเป็นชื่อบริษัทดัง หรือ มีตำแหน่งแห่งหน ที่รอวันหมดเวลา สิ่งสมมติทั้งหลายนั้นก็จะไม่สามารถครอบงำเราได้อีกต่อไป