“ในทุกความนึกคิดคือการสู้รบกับความรู้สึกในใจ ในทุกลมหายใจคือการต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ และในเวลานี้ฉันไม่คิดว่าฉันจะเอาชนะมันได้อีกต่อไป”
ข้อความที่สะท้อนความรู้สึกของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ทีต้องต่อสู้กับความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองโรคที่ไม่มีอาการทางกาย แต่มีอาการทางใจ หลายคนใช้ชีวิตกับคนอื่นด้วยความปกติ แต่ทว่าภายในของพวกเขาต้องต่อสู้อย่างมาก เพื่อให้มีชีวิตอยู่
สัปดาห์ก่อนข่าวการเสียชีวิตของ เคท สเปด ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง เจ้าของแบรนด์เดียวกับชื่อของตนเอง ได้เสียชีวิตลงช่วงวันอังคารที่ 5 มิถุนายน เป็นข่าวที่หลายคนตกใจ รวมไปถึงผู้เขียน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้หญิงที่ทุ่มชีวิตให้กับการทำงานจนสร้างแบรนด์ของตนเองและมีมูลค่านับพันล้านบาท หลังการเข้าซื้อของ Coach จะจากโลกนี้ไปในวัยเพียง 55 ปีด้วยการฆ่าตัวตาย
ถัดจากนั้นอีกเพียงสองวัน ข่าวการเสียชีวิตของ แอนโธนี่ บัวเด็ง เชฟชื่อดัง ที่เป็นทั้งนักข่าว นักชิม นักเดินทางผู้เล่าเรื่องราวของอาหารและชีวิตของผู้คนทั่วโลกผ่านรายการโทรทัศน์ ผ่านหนังสือของตนเอง จะเป็นอีกหนึ่งคนที่ตัดสินใจ จากโลกนี้ไปในวัย 61 ปีด้วยการฆ่าตัวตาย
การตายของ บัวเด็ง นั้นเปรียบเสมือนกับ อาฟเตอร์ช็อค ทางความรู้สึกของคนทั่วโลก หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าความสำเร็จในหน้าที่การงาน หรือ ภาพรอยยิ้มของ เคท สเปดที่เราเห็นภายนอกนั้น ไม่สามารถบ่งบอกได้เลยว่าทั้งสองคนกำลังเจ็บป่วยทางใจเพียงใด
ชีวิตของ เคท สเปด นั้นเริ่มจากเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่น ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจแฟชั่น และ เคท ทำงานหนักกว่าคนในวงการแฟชั่นถึงสองเท่าเพราะเธอไม่ได้เรียนมาทางการออกแบบโดยตรง หากแต่ใช้ประสบการณ์ ที่เคยเป็นบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นมาช่วย และการทุ่มเทอย่างหนักของเธอและสามี ทำให้ เคท สเปด กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำ
ส่วน แอนโธนี่ บัวเด็ง นั้นใช้ชีวิตพ่อครัวในมหานครนิวยอร์ก ตั้งแต่ออายุ18 เขาค่อยๆไต่เต้าขึ้นมาจนกลายเป็นเชฟชั้นนำ ในชีวิตผ่านเรื่องราวมามากมายในหนังสือของ บัวเด็ง นั้นระบุว่าเขาควรจะตายไปตั้งแต่อายุ 25 เพราะใช้ชีวิตอยู่กับยาเสพติด แต่เขารอดมาได้ และ เข้ารับการบำบัด จากนั้น บัวเด็ง ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ชีวิตของเขา 250 วันคือการเดินทางเพื่อทำงาน และ งานของบัวเด็ง ก็ได้สร้างโอกาสให้กับคนมากมาย
ความสำเร็จของ เคท สเปด และ อาชีพที่น่าอิจฉาของบัวเด็ง น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่ทั้งสองคนได้รับ ไม่สามารถเติมเต็มความว่างโหวงภายในได้ เหมือนกับข้อความด้านบน “ในทุกลมหายใจคือการต่อสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ และในเวลานี้ฉันไม่คิดว่าฉันจะเอาชนะมันได้อีกต่อไป” ทั้งคู่จากโลกนี้ไป ก่อนวัยอันควร และทิ้งให้คนที่อยู่ข้างหลัง ตั้งคำถามกับตนเองว่า เคท สเปด และ บัวเด็ง ต้องทนกับความทุกข์ในใจมากแค่ไหน และมันกัดกิดใจของพวกเขามาเนิ่นนานเท่าไร
หากแต่การเสียชีวิตของ เคท สเปด และ แอนโธนี่ บัวเด็ง ได้ สร้างความตื่นตัวให้กับคนทั่วโลกเกี่ยวกับโรคซึมเศร้ามากขึ้น มีการบริจาคเงินสนับสนุนกองทุนป้องกันการฆ่าตัวตายในสหรัฐอเมริกา และ ยังทำให้สื่อ ได้รู้ถึงข้อจำกัดในการเสนอข่าวการเสียชีวิตว่าต้องมีขอบเขตมากกว่าเก่าเพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
ถึงบรรทัดนี้ สิ่งที่อยากฝากไว้กับคุณผู้อ่านคือ พึงระลึกไว้เสมอว่า ความสามารถในการแบกรับความทุกข์ของคนเราไม่เท่ากัน มองด้วยความเข้าใจ และ ไม่ตัดสินด้วยความรู้สึกของเราเอง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
(เมืองไทยติดต่อขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับอาการซึมเศร้าได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 )





























