หนุ่มรัสเซียจี้ชิงเงินบูธแลกเงิน ปากแข็ง อ้างเงินเกือบล้าน เป็นทรัพย์สินส่วนตัว

จากกรณีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายสวมหมวกนิรภัย ซึ่งคาดว่าจะเป็นชาวต่างชาติ บุกเข้าไปทำร้ายพนักงานบูธแลกเงินจนสลบ ก่อนจะชิงเอากระเป๋าใส่เงินเกือบล้านบาทแล้วหลบหนีไป ซึ่งบูธแลกเงินตราต่างประเทศ ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และล่าสุดวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รอง ผบ.ตร.เดินทางมายัง สภ.นาจอมเทียน เพื่อร่วมสอบปากคำ MR.NIKOLAY โดยเบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธ และกล่าวว่าทรัพย์สินที่พบเป็นเงินสดทั้งไทย และเงินดอลลาร์มีมากรวมจำนวนกว่า 997,097 บาท เป็นทรัพย์สินส่วนตัว ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่สามารถกระทำได้ แต่จากการตรวจสอบ พบว่ามีลักษณะตรงกันและใกล้เคียงกับภาพวงจรปิดอย่างมาก ซึ่งจากนี้จะได้นำหลักฐานทั้งหมดส่งไปตรวจพิสูจน์ที่นิติวิทยาศาสตร์ โดยได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ 2 ประเด็น ได้แก่ ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ น.ส.ชัชชญา เจ้าของกิจการ พร้อมพนักงานได้นำกระเช้าส่งมอบให้กับรอง ผบ.ตร.เพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะเปิดเผยว่ารู้สึกดีใจและอุ่นใจเป็นอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
UNSC เมินรัสเซีย ไม่ประณามสหรัฐฯ เหตุโจมตีซีเรีย

ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งเกิดขึ้นจากการร้องขอของรัสเซีย ประณามสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรว่า ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ หลังสหรัฐฯ ร่วมกับชาติพันธมิตร (อังกฤษ, ฝรั่งเศส) เปิดฉากโจมตีถล่มเป้าหมาย คลังเก็บอาวุธสารเคมีในซีเรีย ได้ลงมติไม่ผ่านความเห็นชอบตามที่รัสเซียเสนอมา โดยที่ประชุมซึ่งมี 15 ชาติ มีเพียง รัสเซีย จีน และโบลิเวีย 3 ชาติเท่านั้นที่ลงมติเห็นชอบข้อเสนอของรัสเซีย อีก 8 ชาติลงมติไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง 4 ชาติ ทั้งนี้ มติจาก ยูเอ็นเอสซี (UNSC) จะมีผลต้องได้ความเห็นชอบอย่างน้อย 9 เสียง และต้องไม่มีการใช้สิทธิยับยั้ง หรือวีโต้ ของ 5 ชาติสมาชิกถาวร ได้แก่ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ
เกาหลีใต้สอบทายาทสายการบินฉาว ‘ปาขวดน้ำ’ ใส่พนักงาน

เว็บไซต์นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า สำนักงานตำรวจเกาหลีใต้สั่งสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีที่ ‘โชฮยอนมิน’ ลูกสาวคนที่ 2 ของ ‘โชยังโฮ’ ประธานบริหารสายการบินโคเรียนแอร์ กิจการในเครือฮันจิน หลังถูกเปิดโปงว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุกับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยอ้างถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งโชฮยอนมินแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดต่อผู้จัดการบริษัทโฆษณา HS Ad ที่ไม่อาจตอบคำถามเรื่องความคืบหน้าการประชาสัมพันธ์สายการบินในอังกฤษได้ ทำให้เธอปาขวดน้ำใส่หน้าผู้จัดการคนดังกล่าว รวมถึงดุด่าและสบถคำหยาบคาย โดยเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา โชฮยอนมิน วัย 35 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ประจำสายการบินโคเรียนแอร์ ได้เผยแพร่ข้อความขอโทษสาธารณชนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับว่ามีการใช้อารมณ์กับผู้จัดการบริษัทโฆษณาเกิดขึ้นจริง และเป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าไม่ได้ขว้างขวดน้ำใส่หน้าคู่กรณี แต่ปาขวดน้ำลงกับพื้นเท่านั้น
พ่อโยนลูกวัย 6 เดือน จากหลังคาบ้าน เคราะห์ดีตำรวจคว้าตัวทัน

เฟซบุ๊ก China Xinhua News รายงานว่า เหตุการณ์ชวนใจหายใจคว่ำเกิดขึ้นขณะชายคนหนึ่งกำลังตะลุมบอนอยู่กับตำรวจบนหลังคาบ้านพักในเขตพำนักอาศัยชั่วคราวโจอี สโลโว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองพอร์ตเอลิซาเบท ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา รายงานระบุว่าจุดเริ่มต้นของการปะทะมาจากการทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว โดยชายผู้ก่อเหตุวัย 38 ปี ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านและเหวี่ยงลูกวัยหกเดือนลงมา เพื่อไม่ให้ตำรวจรื้อถอนบ้านของเขา อย่างไรก็ดี ตำรวจที่ยืนรออยู่ข้างล่างสามารถคว้าตัวเด็กน้อยไว้ได้ทัน ส่วนชายคนดังกล่าวถูกตำรวจท้องถิ่นรวบตัวพ่วงกับตั้งข้อหาพยายามฆ่า
แชร์ว่อน ชายขับกระบะอ้างเป็นผู้พัน ปะทะเดือด 2 สาวขี่จยย.

วันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กในโลกออนไลน์ของ จ.นครสวรรค์ บนเฟซบุ๊กกลุ่มสาธารณะ “แจ้งข่าวสถานการณ์น้ำนครสวรรค์24ชั่วโมง” ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำคลิปวิดีโอจากกล้องโทรศัพท์มือถือ เหตุการณ์มีปากเสียงทะเลาะกับผู้ขับขี่รถด้วยกันบนท้องถนนมาโพสต์ พร้อมกับระบุข้อความ “มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนขับรถลงสะพานเดชาไปแยกบิ้กซี มีรถปาดหน้าโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว เราบีบแตรไป 2 ที ให้รู้ว่าจะชนแล้ว แต่เค้าบีบแตรไล่ด่า ตามตูดรถ ขับรถจี้ตามแล้วปาดหน้ามอเตอร์ไซค์เรา อ้างว่าเป็นผู้พันนะคะจะถอยรถชนเราด้วย” โดยหลังจากที่มีการโพสต์คลิปดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้คนให้ความสนใจเข้ามาคอมเม้นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลาม ในทำนองต่อว่า ฝ่ายรถกระบะที่น่าจะเป็นพ่อแม่ลูกกัน โดยเฉพาะผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นทหารยศใหญ่ ถูกวิจารณ์เละถึงความไม่เหมาะสม และไม่สมควรนำยศใหญ่มาอ้างเพื่อข่มขู่ รวมถึงยังมีการพร้อมใจกันแชร์คลิปนี้ออกไปอย่างแพร่หลาย มากกว่า 1 หมื่นครั้งแล้ว แต่การติดต่อไปยังเจ้าของคลิป เพื่อสอบถามข้อมูลที่แท้จริงอย่างละเอียดทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้






























