Home Uncategorized แล่เนื้อเถือหนัง TOMB RAIDER – ปฐมบทนักล่าสมบัติ “ลาร่า ครอฟต์”

TOMB RAIDER – ปฐมบทนักล่าสมบัติ “ลาร่า ครอฟต์”

ถึงช่วงหลังฮอลลีวูดจะเฮโลกันเอาซูเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนดังเรื่องต่างๆจับมาขึ้นจอเงินกันหมด แต่อีกหนึ่งวัตถุดิบที่เคยเป็นของตายของสตูดิโอต่างๆอย่าง ซีรีส์วีดีโอเกม ก็ยังถูกเอามาทำเป็นหนังโรงให้เห็นกันบ้าง ล่าสุดก็เป็นคิวของ TOMB RAIDER ที่ได้ฤกษ์กลับมาขึ้นจอเงินอีกครั้งกับเวอร์ชั่นใหม่ที่ดูแล้วน่าพอใจ

ถึงจะเป็นหนังชื่อเดียวกันกับเวอร์ชั่นที่ แองเจลิน่า โจลี แสดงเมื่อ 17 ปีก่อนแต่ TOMB RAIDER เวอร์ชั่นรีบูทรอบนี้ พาคนดูไปพบ ลาร่า ครอฟต์ นักล่าสมบัติสาวสวย สมัยยังเป็นเด็กวัยรุ่นที่กำลังสับสนกับทางเดินชีวิตเพราะถูกคุณพ่อซึ่งเป็นนักล่าสมบัติทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง กระทั่งเมื่อพบเบาะแสว่าพ่อของตัวเองไปทำการค้นคว้าเรื่องพลังเหนือธรรมชาติอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง เธอจึงออกเรือไปตามหา และต้องสู้เอาชีวิตรอดจากกลุ่มคนร้ายที่หวังช่วงชิงพลังเหนือธรรมชาตินี้ และในที่สุดการเดินทางครั้งนั้นก็ทำให้เธอค้นพบกับเป้าหมายในชีวิตที่ตามหา

ตัวผู้เขียนเป็นแฟนคลับวีดีโอเกม TOMB RAIDER ซึ่งเป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัยอย่างเหนียวแน่น เล่นเกมนี้มาตั้งแต่สมัยภาคแรกออกจำหน่ายปี 1996 แล้วก็ติดตามเล่นมาทุกภาค เวอร์ชั่นหนังใหญ่ของ แองเจลิน่า โจลี แสดงทั้ง 2 ภาคก็ตามไปดูในโรงแต่ก็ไม่ได้ชอบมากนัก กระทั่งมาภาครีบูท 2018 เห็นหนังตัวอย่างรวมถึงภาพลักษณ์ของนักแสดงที่มาสวมบท ลาร่า ครอฟต์ นักล่าสมบัติที่ดูไม่มีออร่าเหมือนในเกมเลยสักนิดก็ไม่อยากดู แต่พอตีตั๋วเข้าไปก็ถือว่าหนังทำได้ดี

ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงของหนังเรื่องนี้ ผกก.รอร์ อาทัก และทีมงานถ่ายทอดอารมณ์หนังแอ็คชั่นตามล่าสมบัติได้ดี แม้จะอ้างอิงจากตัวเกมเวอร์ชั่นรีบูทเมื่อปี 2013 เป็นหลักที่ ลาร่า ครอฟต์ ต้องเอาตัวรอดจากเหตุเรืออัปปางมาเอาชีวิตรอดบนเกาะ แต่ก็มีการเติมรายละเอียดอื่นๆเข้ามาเสริมให้น่าสนใจเช่นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก, ความสับสนในชีวิตตามประสาเด็กสาวไร้เดียงสา และความสมจริงแบบที่หนัง 2 ภาคก่อนไม่มีอย่างฉากห้ำหั่นกันจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายที่รุนแรงใช้ได้ (ภาคของ โจลี ออกแนวแฟนตาซีเหนือจริงไปหน่อย)

กระนั้นเองก็ยังมีจุดที่น่าตำหนิบ้างเช่นช่วงการไขปริศนาเข้าไปหาสมบัติซึ่งมีน้อยไปหน่อย ผู้เขียนคิดว่าถ้าหนังใส่พวกเกมแก้ปริศนาเข้ามาเยอะกว่านี้ก็น่าจะได้อารมณ์แบบเดียวกับเกมมากกว่าเดิม รวมถึงการกระทำของตัวละครบางจุดที่ไม่สมเหตุสมผลดูแล้วก็แอบหงุดหงิด แต่นั่นแหละถ้าให้ตัดสินใจตามที่เราคิดหนังคงจบภายในเวลาอันสั้นไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำได้ดีคือพวกฉากแอ็คชั่นที่ดูดิบ และทำให้เราเชื่อว่านางเอกอย่าง ลาร่า ก็มีสิทธิเจ็บและตายได้

อลิเซีย วิกันเดอร์ นักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์สาขาสมทบหญิง ปี 2016 จากเรื่อง The Danish Girl ครั้งแรกที่รู้ว่าเธอได้รับการประกาศให้เป็นนักล่าสมบัติตัวเอกของเรื่องก็มีความรู้สึกแอนตี้แบบเดียวกับแฟนวีดีโอเกมเพราะเธอไม่มีสเน่ห์แบบเดียวกับ ลาร่า ครอฟต์ ตัวละครที่เป็นหนึ่งในไอคอนแห่งวงการเกมเลยสักนิด (โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตเป็นเอกลักษณ์ของ ลาร่า เวอร์ชั่นเกม) แต่เธอก็สวมวิญญาณ ลาร่า เวอร์ชั่นใหม่ได้น่าปรบมือให้ทั้งฉากบู๊และสีหน้าที่ไม่มั่นใจตามประสาเด็กสาว จะติดก็อยู่ที่ฝีมือการต่อสู้ตรงที่ฉากเริ่มแรกยังโดนอัดจนน่วม แต่พอเข้าป่าปุ๊ปก็อัพเลเวลเก่งขึ้นมาทันที ส่วนตัวร้ายอย่าง วอลตัน ก็ไม่ได้มีมิติอะไรให้จดจำ เหมือนถูกยัดโปรแกรมเป็นคนเลวมาให้ ลาร่า ปราบเท่านั้น

ในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดมักมีคำพูดหนึ่งบอกว่า หนังที่สร้างจากเกมมักจะห่วย” ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 90 เปอร์เซ็นต์มันก็เป็นแบบนั้น คือทำออกมาเพื่อโกยเงินอย่างเดียวโดยไม่ได้ใส่ใจแฟนเกมนั้นๆเท่าไหร่ โดยเฉพาะ Resident Evil หรือผีชีวะ ที่ตะบี้ตะบันทำภาคต่อกันมา 6 ภาคแล้วก็ห่วยแตกทุกภาค แต่กับ TOMB RAIDER ภาคนี้บอกเลยว่าถึงจะยังไม่ดีมากแต่ก็อยู่ในระดับที่ดูแล้วไม่เสียดายเงินเท่าอีกเรื่อง 

และเมื่อเห็นฉากจบท้ายเรื่องที่ ลาร่า ออกมาพร้อมกับปืนกระบอกคู่ในตำนาน ก็ทำให้รู้สึกอยากดูภาคต่อไปเร็วๆ…….ถ้าหนังปิดการฉายแล้วทำรายได้แบบคุ้มทุนไม่เจ๊งซะก่อนนะ