ก่อนที่จะถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการ TAXI OK ในวันที่ 25 มกราคม 2561 นี้ หลายท่านคงได้ยินข่าวคราว หรือเห็นรถ TAXI โฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า TAXI ใหม่เหล่านี้จะเต็มไปด้วยความทันสมัย สะอาด ปลอดภัย และสามารถเรียกผ่านแอพพลิเคชั่นได้ รวมถึงมีจุดขายสำคัญเป็นปุ่มฉุกเฉินเตือนภัย หรือปุ่ม SOS แต่ TAXI ใหม่เหล่านี้มีเพียง 10,000 คันในเบื้องต้น โดย TAXI เก่าอีกราว 120,000 คัน จะทยอยเข้าโครงการภายหลัง ดังนั้นวันนี้ tonkit360 เลยอยากชวนทุกคนมาดูพฤติกรรมเหลือทนของเหล่า TAXI ที่ทำเอาผู้โดยสารเอือมระอา ดูสิว่าจะตรงกับประสบการณ์ของหลายๆ ท่านหรือไม่

1.เรียกแล้วไม่ไป เพราะพี่จะไปที่อื่น : เชื่อว่าเป็นประสบการณ์ยอดฮิตสำหรับคนที่ใช้ TAXI ที่เมื่อเรากวักมือเรียกพี่ TAXI ในย่านธุรกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เราก็จะได้พบกับการติดธุระและการปฏิเสธอย่างเย็นชาจากคุณพี่ TAXI อาทิ ต้องไปส่งรถ เติมแก๊ส มันไกล รถติด ไปจนถึงการตัดบทแบบไม่ให้เหตุผลว่า “ไม่ไป” แล้วก็ขับหนีเราไปเลย บางท่าน ก้าวขาเข้าไปนั่งเรียบร้อยแล้ว แต่พอบอกสถานที่ไม่พอใจพี่ท่าน ก็เป็นอันต้องเนรเทศตัวเองออกนอกรถ หรือบางเจ้า เห็นเราหัวดำเป็นคนท้องถิ่นก็ปิดไฟว่างหนีไปสะดื้อๆ เอาเป็นว่าจะเรียกรถทั้งทีก็ต้องสะสมแต้มบุญต่างๆ ไว้ให้มาก เพราะไม่มีมาตรฐานใดๆ นอกจากดวงของคนเรียก ที่เหลือก็ต้องปล่อยไปตามหัวใจของพี่คนขับ TAXI
2.ทิ้งฉันไว้กลางทาง : อันนี้อาจจะเคยโดนกันมาบ้าง หลายครั้งเกิดในกรณี ขี้เกียจกลับรถ “น้องมันอ้อมไกล นี่น้องลงตรงนี้แล้วเดินข้ามสะพานลอยไปก็ถึงแล้ว” พี่ TAXI กล่าว หรือ “รถติดมากเลย น้องลงตรงนี้แล้วกันนะ” อ้าว นี่ฉันผิดหรือไร? ผู้โดยสารก็ได้แต่กล่าวในใจ แล้วก็จ่ายเงินเดินลงรถกันแบบงงๆ ในบางครั้งผู้โดยสารอย่างเราๆ ก็พยายามเข้าใจพี่ๆ TAXI ทั้งเรื่องต้องไปส่งรถ เติมแก๊ส ต่างๆ ดังนั้นก็เลยอยากให้ TAXI ช่วยเข้าใจผู้โดยสาร เพราะหลายครั้ง เราเรียก TAXI เพราะเราเหนื่อยมาก ไม่อยากเดิน ร้อน แบกของหนัก หรืออื่นๆ อีกมากมาย พอโดนปล่อยลงกลางทางแบบนี้ผู้โดยสารเลยรู้สึกอกหัก เหมือนโดนทอดทิ้ง ดังนั้น เมื่อตกลงจะไปส่งผู้โดยสารแล้ว ก็ขอให้ไปส่งพวกเราให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
3.เรื่องเงินๆ ทองๆ การเก็บค่าโดยสารที่ไม่ค่อยจะโปร่งใส : ข้อนี้มีหลายกรณีมาก เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการไม่ทอนเงิน การปัดเศษต่างๆ เช่น ค่ารถ 63 บาท พี่ๆ ก็ช่วยปัดเศษเป็น 65 บาทให้ ถ้าบริการดี เรื่องนี้ผู้โดยสารก็ยินดี ไม่ได้มีปัญหาที่จะให้ แต่ถ้าบริการแย่แล้วยังมาปัดเศษใส่เราอีกก็อาจจะทำเอาเซ็งเหมือนกัน นอกจากการทอนเงินแล้วยังมีการเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย ซึ่งปรากฎบ่อยในย่านท่ารถ สนามบิน เพราะ TAXI เหล่านี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยว คนต่างจังหวัด ที่ไม่คุ้นเคยกับถนนหนทาง ก็อาศัยจุดนี้คิดค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย ไม่ยอมเปิดมิเตอร์กันดื้อๆ เรียกได้ว่าคิดราคาแพงเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการพาอ้อมสำหรับผู้โดยสารที่ไม่ชินทาง พอผู้โดยสารจะเปิด Google Maps ยืนยันเส้นทาง เหล่าพี่ TAXI ก็จะรีบบอกว่าทางนั้นรถติดบ้าง ไกลบ้างสุดท้ายก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
4.TAXI หัวร้อน : อันนี้มีตั้งแต่ระดับบ่นพึมพำอยู่ในรถตัวเอง ตามมาด้วยการขับแบบใส่อารมรณ์ เปลี่ยนเลนไปมา พอถึงจังหว่ะนี้ผู้โดยสารก็ควรเตรียมยาดม ยาหม่องไว้ให้พร้อม หรืออาจจะไปถึงระดับการลงไปชกต่อย หรือทำร้ายรถคันอื่นที่เป็นคู่กรณี ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วบ่อยครั้ง ล่าสุดที่พึ่งเป็นข่าวใหญ่ไป ดาราหนุ่มชื่อดังมาริโอ้ เมาเร่อ ก็หวิดเสียโฉม เนื่องจากมีเรื่องด่าทอและขับรถปาดกันไปมากับ TAXI ทำเอาพี่ TAXI หัวร้อน ควักหนังสติ๊กยิงเข้าใส่กระจกรถที่ดาราหนุ่มขับอยู่เข้าอย่างจัง ถึงแม้จะหัวร้อนกันทั้งคู่ แต่ก็ควรระงับอารมณ์ ไม่ให้ไปถึงขั้นลงไม้ลงมือน่าจะดีที่สุด
5.อาชญากรรมบน TAXI : ข้อนี้นับเป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดในการนั่งรถ TAXI แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชญากรรมบน TAXI นั้นเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งหลายคา ทั้งเรื่องการจงใจลักทรัพย์โดยการพาไปที่เปลี่ยว ใช้อาวุธข่มขู่ การทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร รวมถึงเรื่องที่อันตรายที่สุดของผู้โดยสารผู้หญิงคือการถูกลวงไปข่มขืน ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน โดยผู้โดยสารก็ต้องระมัดระวังตัวเอง รวมถึงต้องพยายามจำข้อมูลของ TAXI แต่ละคันให้มากที่สุด
แน่นอนว่า TAXI ดีๆ นั้นมีมากมาย มากกว่า TAXI ที่ประพฤติตัวไม่ดี แต่การโบกมือเรียก TAXI แต่ละครั้ง กลายเป็นเรื่องที่ผู้โดยสารต้องเสี่ยงดวง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกอาจมองว่า TAXI OK คงเป็นอีกทางเลือกที่จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาจากผู้โดยสารได้อีกครั้ง นับเป็นเรื่องที่ถูกต้องและน่าชื่นชม เพราะใช้วิธีการพัฒนาตัวเองให้ทัดเทียมคนอื่น ดีกว่าด่าทอหรือให้ร้ายทางเลือกอื่นๆ ของผู้โดยสาร เพราะบางทีผู้โดยสารก็อาจไม่ได้เรียกร้องอะไรที่พิเศษเหนือชั้น แต่ขอแค่บริการที่ดีงาม ปรับปรุง 5 ข้อข้างต้นให้ได้ ผู้คนก็น่าจะหันกลับมาเรียก TAXI กันอีกครั้ง
หมายเหตุ : สำหรับผู้โดยสารที่ประสบปัญหาในการขึ้นรถ TAXI สามารถร้องเรียนผ่านการขนส่งทางบกได้ที่เบอร์ 1584






























