
เรื่องการประกาศอิสรภาพของแคว้นกาตาลุญญ่าเพื่อแยกตัวออกจากประเทศสเปนนั้น ถือเป็นประเด็นร้อนอยู่ตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ส่งผลต่อวงการฟุตบอลในแคว้นกาตาลุญญ่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงขั้นว่า “บาร์เซโลน่า” ต้องเตะกับ ลาส พัลมาส แบบไร้คนดู เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
แต่เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้เริ่มคลี่คลาย และการแยกตัวเพื่อเป็นเอกราชของกาตาลุญญ่าน่าจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ วันนี้ Tonkit 360 จึงมาวิเคราะห์ถึง 5 เหตุผลที่ “บาร์เซโลน่า” และ “ฟุตบอลสเปน” ควรยืนหยัดอยู่คู่กันต่อไป
1.ความนิยม “ลาลีกา” หดหาย หากบาร์ซ่าจากไป

เป็นที่ทราบกันดีกันทั่วโลกว่า บาร์เซโลน่าคือหนึ่งในยอดทีมตลอดกาล และเกม “เอล กลาสิโก้” กับ เรอัล มาดริด ก็เหมือนกับ “สัญลักษณ์” และแมตช์ทำเงินของฟุตบอลสเปนด้วย
หากทีมใดทีมหนึ่งหายไปก็จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าและผลประกอบการของศึกลาลีกาอย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือของทีมราชันชุดขาว ที่กรำศึกและเป็นคู่ปรับกับบาร์ซ่ามาอย่างยาวนานตั้งแต่ยังเป็นผู้เล่น ก็ยังอยากให้บาร์ซ่าอยู่ในลาลีกาต่อเช่นกัน
2.”โควตายุโรป” ที่ยังต้องพึ่งพากัน

ประเด็นฟุตบอลยุโรปเองก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่บาร์เซโลน่าและฟุตบอลสเปนไม่ควรแยกจากกัน เพราะหากมองในแง่ของบาร์เซโลน่า อาจเป็นการยากที่พวกเขาจะไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้าคิดจะแยกออกไปตั้งลีกของตัวเอง แต่ถ้ายังอาศัยโควตาจากลีกสเปนในการไปเล่นฟุตบอลยุโรปก็ดูจะง่ายกว่ากันมาก
ส่วนสมาคมฟุตบอลสเปนเอง ก็น่าจะต้องการให้บาร์เซโลน่าอยู่ในลีกต่อไปเหมือนกัน เพราะหากเสียบาร์ซ่าไป ค่าสัมประสิทธิ์ที่วัดจากผลงานของทีมสัญชาติสเปนในถ้วยยุโรปก็จะตกวูบ เพราะบาร์ซ่าถือเป็นขาประจำในรอบลึกๆของรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอยู่แล้ว ซึ่งหากค่าสัมประสิทธิ์ร่วง ก็อาจจะส่งผลต่อจำนวนทีมจากสเปนที่จะได้สิทธิ์ส่งเล่นในถ้วยยุโรปด้วยเช่นกัน
3.อนาคตที่น่าเป็นห่วงของทีม “กระทิงดุ”

อีกเรื่องที่น่าจะอยู่ในความคิดของนักเตะ คือ อนาคตในทีมชาติสเปนของพวกเขา เพราะมีความเป็นไปได้ว่า นักเตะชาวกาตาลันอาจจะต้องทนกับเสียงก่นด่าของชาวสเปนที่ไม่พอใจกับความคิดแยกประเทศ หากพวกเขายังรับใช้ทีมชาติสเปนต่อไป ซึ่งเคราร์ด ปีเก้ (ขวาบนสุดของภาพ) กองหลังของบาร์ซ่าที่เป็นชาวกาตาลัน ก็เคยตัดพ้อว่า ถ้าแฟนบอลสเปนไม่พอใจ เขาก็ยินดีจะเลิกเล่นทีมชาติเช่นกัน
แต่หากนักเตะกาตาลันคิดจะหันหลังให้กับทีมชาติสเปนจริงๆ ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเล่นให้กับทีมชาติกาตาลุญญ่าได้ทันที เนื่องจากกาตาลุญญ่ายังไม่ได้เป็นชาติที่สหพันธ์ฟุตบอลหรือ “ฟีฟ่า” รับรอง และน่าจะใช้เวลานานมากกว่าจะผ่านขั้นตอนนี้ไปได้
4.ใครจะกล้าต่อกรกับ “เมสซี่แอนด์เดอะแก๊ง”

หากบาร์ซ่าเลือกจะตัดความสัมพันธ์กับสเปน และออกจากลาลีกาจริงๆ พวกเขาก็จะกลายเป็นทีมพเนจรไปโดยปริยาย ตราบใดที่พวกเขายังไม่มีลีกฟุตบอลที่ยินดีจะรับพวกเขาลงแข่งขันด้วย เพราะหลายๆ ลีกอาจจะกังวลว่า พวกเขาจะเสียโควตาฟุตบอลยุโรปไปให้บาร์ซ่า เพราะคงมีไม่กี่ทีมบนโลกใบนี้ ที่จะสามารถต่อกรกับทัพนักเตะที่นำโดยยอดดาวยิงอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรสได้
แต่อันที่จริงแล้ว บาร์ซ่าอาจจะใช้กรณีของทีมโมนาโกมาเป็นข้ออ้างได้เช่นกัน แต่สุดท้ายจะฟังขึ้นหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่อง เพราะตามหลักแล้วโมนาโกเป็นสโมสรที่อยู่ในราชรัฐโมนาโก แต่ทุกวันนี้ก็ยังเล่นในลีกเอิงของฝรั่งเศส
5.ร่างกายนักเตะกรอบ และค่าใช้จ่ายที่พุ่งกระฉูด

ผลกระทบอีกประการ หากบาร์ซ่าย้ายไปแข่งในลีกประเทศอื่น คือ เรื่องการเดินทางสำหรับนักเตะ เพราะนักเตะน่าจะมีอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และเสี่ยงได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน
นอกจากนี้ ยังต้องคิดถึงกรณีที่บาร์ซ่าหาลีกได้ จะไม่ได้มีแค่บาร์ซ่าเท่านั้นที่ต้องเดินทาง แต่ทีมอื่นในลีกที่บาร์ซ่าไปอยู่ด้วย ก็ต้องบินมาแข่งที่บาร์เซโลน่าเหมือนกัน เพราะบาร์ซ่าคงไม่ยอมแข่งสนามกลางอย่างแน่นอน ซึ่งทีมเล็กๆบางทีมอาจจะไม่มีเงินทุนมหาศาลหรือมากพอที่จะจ่ายเงินค่าเดินทางเหล่านี้ได้ไหว

































