Home Work & Living Living เรื่องไม่อยากรู้ก็ขยันแจ้ง! “ราชกิจจานุเบกษา” กระดานข่าวของหน่วยงานรัฐสู่ประชาชน

เรื่องไม่อยากรู้ก็ขยันแจ้ง! “ราชกิจจานุเบกษา” กระดานข่าวของหน่วยงานรัฐสู่ประชาชน

หลายคนอาจคุ้นเคยกับประกาศจาก “ราชกิจจานุเบกษา” เพราะมักจะถูกกล่าวถึงเสมอ ๆ เวลาที่มีการประกาศกฎหมายใหม่ คำสั่งสำคัญของรัฐบาล ประกาศราชการ รวมถึงพระบรมราชโองการต่าง ๆ จากพระมหากษัตริย์ด้วย แต่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า จริง ๆ แล้ว ราชกิจจานุเบกษาคืออะไร ทำหน้าที่อะไร และมีความสำคัญอย่างไรในแง่ผลทางกฎหมาย Tonkit360 จึงจะพาไปหาคำตอบ

ราชกิจจานุเบกษาคืออะไร

ราชกิจจานุเบกษา คือสิ่งพิมพ์ประเภทวารสาร ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าวสารของประเทศให้ข้าราชการและประชาชนได้รับทราบทั่วถึงกัน ราชกิจจานุเบกษาออกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2400 ตามปฏิทินเก่า หรือ พ.ศ. 2401 ตามปฏิทินใหม่ ตามพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวสารของรัฐบาล โดยเฉพาะในการประกาศกฎหมายใหม่

เนื่องจากในระบบกฎหมายไทย กฎหมายจะมีผลใช้บังคับได้ ต้องลงเผยแพร่ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาก่อน หลักการนี้ได้รับการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ซึ่งระบุในมาตรา 38 ว่าร่างพระราชบัญญัตินั้น เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในหนังสือนี้แล้ว จึงมีผลใช้บังคับได้

วัตถุประสงค์ในการออกหนังสือนี้ว่า “ถ้าเหตุแลการในราชการแผ่นดินประการใด ๆ เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินแลเสนาบดีพร้อมกันบังคับไปอย่างไร บางทีก็จะเล่าความนั้นใส่มาในราชกิจจานุเบกษานี้บ้าง เพื่อจะได้รู้ทั่วกัน มิให้เล่าลือผิด ๆ ไปต่าง ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ เป็นเหตุให้เสียราชการและเสียพระเกียรติยศแผ่นดินได้” โดยเฉพาะการลงข่าวสารชี้แจงข้อมูลคลาดเคลื่อนที่แดน บีช แบรดลีย์ หมอสอนศาสนาชาวอเมริกัน พิมพ์ในวารสารบางกอกรีคอร์เดอร์

ในสมัยนั้นรัชกาลที่ 4 ทรงอำนวยการผลิตและเป็นบรรณาธิการหนังสือนี้ด้วยพระองค์เองทั้งหมด และทรงให้ตั้งโรงพิมพ์ชื่อโรงอักษรพิมพการขึ้นที่ใกล้พระที่นั่งภาณุมาศจำรูญ อาคารที่บรรทมของพระองค์ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับผิดชอบพิมพ์หนังสือนี้ โดยมีฐานะเป็นกรมลอย (ไม่มีสังกัด) ชื่อว่ากรมอักษรพิมพการ มีอธิบดีบังคับบัญชา 1 คน

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในช่วงนั้นมีทั้งประกาศราชสำนัก กฎหมาย เศรษฐกิจ ศาสนา การต่างประเทศ และข่าวทั่วไปของบ้านเมือง รวมกันอยู่เช่นเดียวรูปแบบของหนังสือพิมพ์ เช่น ข่าวการแต่งตั้งขุนนาง คำเตือนสติ ข่าวประสูติ ข่าวเพลิงไหม้ รายงานน้ำฝน และข่าวเบ็ดเตล็ด หนังสือฉบับนี้จึงถือเป็นหนึ่งในสื่อกลางสำคัญระหว่างรัฐกับประชาชน ส่วนในด้านของคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หนังสือนี้นับเป็นสิ่งพิมพ์ฉบับแรกของไทยที่คนไทยจัดทำ เป็นวารสารฉบับแรกของรัฐบาลไทย และเป็นสิ่งพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดของไทยซึ่งยังเผยแพร่อยู่ในปัจจุบัน

หน่วยงานที่ดูแลเรื่องการเผยแพร่ของราชกิจจานุเบกษาในปัจจุบันคือ กลุ่มงานราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยดำเนินการเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ Ratchakitcha ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา หนังสือนี้เผยแพร่แบบออนไลน์เท่านั้น ส่วนฉบับรูปเล่มจะพิมพ์ขึ้นเฉพาะเพื่อเก็บรักษาเป็นหลักฐานไว้ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี 1 ชุด และหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร อีก 3 ชุด รวมทั้งสิ้น 4 ชุด

ลักษณะของเรื่องที่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เรื่องที่จะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • กฏหมายและอนุบัญญัติ
  • กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่มีกฏหมายกำหนดให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือที่มีผลบังคับหรือกระทบต่อประชาชนและคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนดให้ประกาศให้ประชาชนทราบ
  • เรื่องที่มีกฏหมายกำหนดให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือที่มีกฏหมายหรืออนุบัญญัติกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
  • เรื่องสำคัญอื่นที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

ราชกิจจานุเบกษาแบ่งออกเป็น 4 ประเภท

รูปแบบการจัดประเภทของราชกิจจานุเบกษา สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

ประเภท ก: ฉบับกฤษฎีกา คือประกาศเกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด ประกาศอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนด กฎหมายลำดับรอง เช่น พระราชกฤษฎีกา ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่กฎหมายกำหนดให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประเภท ข: ฉบับทะเบียนฐานันดร คือประกาศที่เกี่ยวกับราชสำนักและคณะสงฆ์ เช่น หมายกำหนดการพระราชพิธี ข่าวในพระราชสำนัก พระบรมราชโองการสถาปนาหรือถอดถอนฐานันดรศักดิ์ รายชื่อผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พระบรมราชโองการพระราชทานหรือถอดถอนสมณศักดิ์พระสงฆ์ เป็นต้น

ประเภท ค: ฉบับทะเบียนการค้า คือประกาศที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทางการค้า เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด การเปลี่ยนแปลงและเพิกถอนทางทะเบียน เป็นต้น

ประเภท ง: ฉบับประกาศและงานทั่วไป คือประกาศที่อยู่นอกเหนือประเภท ก ข และ ค เช่น คำสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด การแต่งตั้งหรือให้ข้าราชการระดับสูงพ้นจากตำแหน่ง เป็นต้น

ผลทางกฎหมายของราชกิจจานุเบกษา

เมื่อพิจารณาจะเห็นว่า ราชกิจจานุเบกษา นั้นเปรียบเสมือน “กระดานข่าวส่วนกลาง” ที่ใช้สำหรับประกาศข้อมูลจากหน่วยงานรัฐให้ภาคประชาชนรับทราบ โดยเฉพาะกฎหมายใหม่ และหากมองตามหลักกฎหมายอาญา เมื่อกฎหมายถูกประกาศแล้ว ให้ถือว่าประชาชนทุกคน “รู้กฎหมาย” ดังนั้น บุคคลจะเอาความไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นของราชกิจจานุเบกษาว่า เมื่อกฎหมายอาญาซึ่งกำหนดว่าการกระทำใดที่ผิดและมีโทษในทางอาญาประกาศใช้แล้ว บุคคลจะถูกสันนิษฐานไว้เบื้องต้นก่อนว่าต้องรู้กฎหมายที่ถูกประกาศต่อสาธารณะ

โดยทั่วไปกฎหมายที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลบังคับใช้ในวันถัดจากวันประกาศ เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดวันบังคับใช้ไว้เป็นพิเศษ และผลของการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาก็คือ จะมีผลผูกพันทุกองค์กรและประชาชน กล่าวคือ กฎหมายมีผลบังคับใช้ต่อหน่วยงานรัฐ องค์กรอิสระ และประชาชนโดยไม่มีข้อยกเว้น

เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าประกาศจากราชกิจจานุเบกษานั้นมีความสำคัญ ทั้งในแง่ของการเป็นช่องทางสำหรับประกาศใช้กฎหมาย ซึ่งถูกกำหนดไว้แน่นอนว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ได้ ก็ต่อเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากข้อมูลที่ประกาศถือเป็นทางการและถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐ นั่นจึงทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของบ้านเมืองได้ผ่านกระดานข่าวสารฉบับนี้ ที่สำคัญ สิ่งพิมพ์นี้ยังถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีลายลักษณ์อักษรชัดเจน อ้างอิงได้ ทั้งยังสามารถสะท้อนพัฒนาการทางกฎหมาย การเมือง และสังคมของไทยในแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดี