Home Work & Living Living 5 อันดับผู้ช่วย AI ที่คนทำงานนิยมใช้

5 อันดับผู้ช่วย AI ที่คนทำงานนิยมใช้

ในยุคนี้ใคร ๆ ต่างก็มี “ผู้ช่วย AI” สถิตประจำอยู่บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างกายกันทั้งนั้น ซึ่งบทบาทที่สำคัญก็คือ เป็นตัวช่วยในการทำงานที่ทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น และลดเวลาไปได้แทบครึ่งต่อครึ่ง ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล ออกไอเดีย เขียนบทความ สรุปเอกสาร ไปจนถึงการออกแบบภาพและวิเคราะห์ข้อมูล ที่สำคัญ AI บางตัว หลายคนยังใช้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวในชีวิตประจำวัน ใช้ปรึกษาปัญหาทั่วไป หรือให้พูดคุยเล่น ๆ เป็นเพื่อนก็ยังได้

ด้วยประโยชน์ที่กล่าวมา ทำให้เครื่องมือ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือทำงานที่คนทำงานจำนวนมากเริ่มนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม AI แต่ละแพลตฟอร์มมีความสามารถและจุดเด่นแตกต่างกัน ลองมาดูกันว่าคนทำงานนิยมใช้ AI ตัวไหนกันบ้าง และแต่ละตัวเหมาะกับการทำงานประเภทใด Tonkit360 คัดเลือกตัวเด่น ๆ มาให้ 5 ตัว

อันดับ 5 DeepSeek

อีกหนึ่ง AI โมเดลสาย Open-Source และแชตบอตที่มาแรงมาก ๆ ในฝั่งนักพัฒนา เทคคอมมูนิตี้ และสายประมวลผลข้อมูล

คนทำงานในสายนี้มักใช้ประโยชน์ DeepSeek ในการเขียนโค้ดและแก้งานเทคนิค เพราะเป็น AI ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำในการวิเคราะห์ซอร์สโคด ช่วยเขียนโปรแกรม และให้เหตุผลกับโจทย์ที่มีหลายขั้นตอน จุดที่ทำให้เครื่องมือนี้น่าสนใจคือความสามารถด้านการให้เหตุผลและการเขียนโปรแกรม ทั้งยังประมวลผลเชิงคณิตศาสตร์หรือตรรกะที่ซับซ้อน ใช้ช่วยคำนวณสูตรหรือวิเคราะห์โจทย์ทางเทคนิคได้ และเนื่องจากเป็น Open-Weight ทำให้นักพัฒนานิยมนำมาติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ตัวเองเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ส่วนการใช้งานทั่ว ๆ ไปก็คือ ใช้ถามตอบ ค้นหาแนวทางแก้ปัญหา

อันดับ 4 Canva AI / Midjourney

ให้เป็นอันดับร่วมสำหรับ AI ด้านการสร้างสื่อภาพและงานออกแบบเพื่อการทำงานที่แพร่หลายที่สุด สำหรับ Canva ใช้สำหรับดีไซน์งานกราฟิกได้ทุกประเภท ส่วน Midjourney ใช้ในการสร้างรูปภาพ

ทั้ง 2 เป็น AI สายออกแบบ โดย Canva AI พนักงานออฟฟิศและสายการตลาดมักจะใช้สำหรับทำสไลด์นำเสนองาน ใช้ออกแบบกราฟิกโซเชียลมีเดีย งานแต่งรูปภาพ งานตัดต่อวิดีโอสั้น ๆ ออกแบบงานพิมพ์ งานเอกสาร รวมถึงยังใช้สำหรับลบหรือปรับแต่งองค์ประกอบของภาพได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ส่วน Midjourney มักใช้สำหรับสร้างรูปภาพจากข้อความบรรยายเจนภาพสวยระดับโปร สายงานดีไซเนอร์ ครีเอทีฟ และฝ่ายการตลาด มักใช้ในการสร้างภาพ Mockup ของสินค้า วางคอนเซ็ปต์อาร์ต และทำภาพประกอบบทความคุณภาพสูง

อันดับ 3 Claude

เป็น AI ขวัญใจคนทำงานสายงานโปรแกรมเมอร์ นักวิจัย และงานสายวิเคราะห์เอกสารเชิงลึก

นิยมใช้เป็นผู้ช่วยสำหรับช่วยเขียนเนื้อหางานเขียนยาว ๆ และงานภาษา ได้รับการยอมรับว่าเป็น AI ที่ใช้สำนวนภาษาได้เป็นธรรมชาติ มีความเป็นมนุษย์ ไม่ค่อยติดกลิ่นอายของ AI เหมาะกับการเขียนบทความยาว ตรวจแก้ต้นฉบับ รวมถึงอ่านและเรียบเรียงเอกสาร มีความสามารถในการวิเคราะห์เอกสารที่มีความยาวและซับซ้อน โยนรายงานการประชุมหลายร้อยหน้า ข้อกฎหมาย หรือเอกสารสัญญา เพื่อให้เปรียบเทียบและสรุปประเด็น เหมาะกับงานที่ต้องจัดการบริบทหรือข้อความจำนวนมาก ทั้งยังเด่นในเรื่องของการช่วยเขียนโค้ดโปรแกรม มีความแม่นยำสูงมากในการเขียนโปรแกรมและแก้โจทย์ตรรกะที่ซับซ้อน

อันดับ 2 Google Gemini

AI ที่ครองความนิยมเป็นอันดับ 2 และเป็น AI ที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด เนื่องจากถูกรวมเข้ากับการทำงานของ Google Workspace ที่คนทำงานส่วนใหญ่ใช้กันอยู่แล้ว

ด้วยความโดดเด่นของ Gemini ที่เป็นหนึ่งในฟังก์ชันของ Google นอกจากใช้งานทั่วไปในการค้นคว้าและสรุปข้อมูลแล้ว คนทำงานก็นิยมใช้ประโยชน์ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบของ Google โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกับ Gmail, Google Docs และ Google Drive ที่ต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลในองค์กร เช่น สรุปอีเมลยาว ๆ ใน Gmail สรุปเอกสารใน Google Docs หรือหาข้อมูลใน Google Drive ใช้ค้นหาข้อมูลอัปเดตแบบ Real-time มีการดึงข้อมูลข่าวสาร สถิติ และตลาดล่าสุดผ่าน Google Search รวมถึงวิเคราะห์และประมวลผลมัลติมีเดีย เพราะรองรับเอกสารที่มีความยาวสูง สามารถโยนไฟล์ PDF หนา ๆ วิดีโอ หรือรูปภาพเข้าไปเพื่อให้ช่วยอ่านและสรุปจับประเด็นได้

อันดับ 1 ChatGPT

เป็น AI ที่ครองอันดับ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ มีผู้ใช้งานต่อเดือนทะลุหลักพันล้านคน และถูกใช้ในองค์กรธุรกิจระดับ Fortune 500 (500 บริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาที่จัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune โดยพิจารณาจากรายได้รวมประจำปี) ถึงกว่า 92%

ข้อมูลสำรวจของ Pew Research Center พบว่า ในกลุ่มคนทำงานที่เคยใช้แชตบอต AI การใช้งานที่พบมากที่สุดคืองานค้นคว้าข้อมูล รองลงมาคือการแก้ไขและร่างข้อความ ฉะนั้น ChatGPT ก็เช่นกัน คนทำงานนิยมใช้สำหรับงานเขียนและเรียบเรียง เช่น ใช้ค้นคว้าข้อมูล ร่างและแก้ไขบทความ เขียนอีเมลธุรกิจ ร่างรายงาน สรุปเอกสาร แปลภาษา และดัดแปลงสำนวน นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัวช่วยในการคิดไอเดีย เช่น การวางกลยุทธ์การตลาด คิดหัวข้อคอนเทนต์ ช่วยแก้ปัญหาเชิงตรรกะ หรือใช้ในงานวิเคราะห์เชิงลึก ในโหมด Advanced Data Analysis ใช้ช่วยวิเคราะห์ไฟล์ Excel ได้ ใช้สรุปข้อมูลดิบ รวมถึงใช้เขียนโค้ดเบื้องต้น ช่วยตรวจคำผิด (Debug) และเขียนสคริปต์สั้น ๆ สำหรับคนทำเอกสารหรือสายไอที

นี่เป็นเพียงตัวอย่าง “ผู้ช่วย AI” ที่ชาวออฟฟิศนิยมใช้ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมี AI อีกหลายตัวทีเดียวที่คนทำงานนำมาใช้ประโยชน์ในอีกหลากหลายด้าน ลองไปเช็กกันดูว่าคุณกำลังใช้ AI ตัวไหนอยู่บ้างเพื่อทุ่นแรงและเวลาในการทำงาน