ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป เทปนี้พูดคุยกับ “บิ๊กแป๊ะ-สนธยา คุณปลื้ม” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนแรกของไทย และอดีตนายกสมาคมราชยานยนต์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) ชายผู้มีหัวใจรักมอเตอร์สปอร์ตตัวยง ที่ในปัจจุบัน มีบทบาทอย่างมากต่อวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน Bangsaen Grand Prix การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสตรีตเซอร์กิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน ณ ถนนเลียบชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี จากจุดเริ่มต้นของสนามบางแสนระดับตำนาน อะไรคือเบื้องหลัง ความท้าทาย และวิสัยทัศน์ ที่ทำให้ Bangsaen Grand Prix เดินทางมาครบ 20 ปีในปี 2026
หัวใจที่รักความเร็วมาตั้งแต่เด็ก
จุดเริ่มต้นของบิ๊กแป๊ะที่ทำให้ชื่นชอบอะไรก็ตามที่มีล้อ เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเด็กที่เริ่มขี่จักรยานเป็น หากเด็กคนอื่น ๆ ขี่จักรยานไปจากบ้านโรงเรียนธรรมดา ๆ เขากลับทำอะไรที่มันโลดโผนกว่าเด็กทั่วไป กระทั่งได้เริ่มเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตทางเรียบ เคยไปดูการแข่งขันทั้งที่สนามพีระเซอร์กิต และที่สนามบินในสมัยที่เมืองไทยยังไม่มีสนามแข่งจริงจัง จึงมองเห็นว่าการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบนั้นมีอะไรที่ต้องเตรียมมากไปหน่อย ในขณะที่ตนเองคุ้นเคยกับรถและถนนธรรมดา ๆ มากกว่า เลยเบนเข็มไปที่การแข่งแรลลี ด้วยความรู้สึกที่ว่ามันเข้าถึงง่ายกว่าการแข่งขันสนามทางเรียบในยุคนั้น
นั่นทำให้ช่วงสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย เลยลองแรลลี่ท่องเที่ยวโดยใช้รถบ้านที่มีอยู่แล้วอย่าง Toyota Corolla Liftback ไปยกสูง ปรับเซ็ตช่วงล่าง เปลี่ยนยาง และใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยเข้าไปเพิ่มเติม ก็พบว่ามันสามารถนำไปแข่งขันได้ แม้ว่าคนอื่น ๆ จะมองว่ารถรุ่นนี้ขับยากเนื่องจากอาการท้ายไว แต่เมื่อนำไปลงแข่งแล้วกลับชอบ เนื่องจากการเข้าโค้งของแรลลี่ไม่จำเป็นต้องไปสะบัดท้ายอะไรมาก
และถ้าหากถามว่าภาพจำของมอเตอร์สปอร์ตไทยคืออะไร สำหรับบิ๊กแป๊ะแล้วคือ “ชื่อ” ที่คนในแวดวงมอเตอร์สปอร์ตส่วนใหญ่รู้จักกันดี นั่นก็คือ “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช” หรือพระองค์เจ้าพีระ เจ้าของฉายา “เจ้าดาราทอง” ผู้ทรงเป็นนักแข่ง F1 ชาวไทยระดับตำนาน ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 3 ปีซ้อน ทรงเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย รวมถึงการสร้างพีระอินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต หรือสนามพีระเซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทยที่พัทยา ซึ่งก่อนหน้านี้การแข่งรถมักจะแข่งขันกันในสนามบินหรือสถานที่อื่น ๆ ที่มีความเหมาะสม แต่เมื่อมีสนามแข่งรถเกิดขึ้น คนไทยในยุคนั้นตื่นเต้นกันมาก โดยบิ๊กแป๊ะยังคงจำภาพที่เกิดขึ้นในวันเปิดสนามแข่งได้ว่ามีคนไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าล้นสนามเลยทีเดียว
ส่วนการติดตามรายการแข่งขันระดับโลกและการเชียร์นักแข่งไทย บิ๊กแป๊ะเผยว่ามักจะเป็นการติดตามในภาพรวม สำหรับ Formula 1 จะติดตามอยู่ตลอดทุกสัปดาห์ แม้บางสนามแข่งเวลาดึกมากแต่ก็ยังอดหลับอดนอนดู เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้ตามเชียร์ใครเป็นพิเศษ แต่ปัจจุบันส่งกำลังใจเชียร์นักแข่งไทยในเวทีระดับโลก อย่าง “เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์” ใน Formula 2 “เจม-นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี” ใน Formula 3 และ “อเล็กซ์ อัลบอน” ใน Formula 1 ที่คอยตามดูตลอดว่าตอนซ้อมเป็นอย่างไรบ้าง
กำเนิดและพัฒนาการ “สนามบางแสน สตรีต เซอร์กิต”
ในฐานะคนบางแสน บิ๊กแป๊ะเผยว่าเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าพื้นที่ของถนนบางแสนจะกลายมาเป็นสตรีตเซอร์กิต โดยถือได้ว่าสนามบางแสนเซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถระดับโลกมาตรฐาน FIA Grade 3 เพียง 1 ใน 2 แห่งของภูมิภาคเอเชียโซนนี้ ร่วมกับอีกที่ที่มาเก๊า ในปัจจุบันเป็นสนามที่มีคนเข้าชมเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ให้กับจังหวัดชลบุรี และให้กับบางแสนได้ดีมาก ๆ
สนามบางแสน สตรีต เซอร์กิต ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี กว่าที่จะมาถึงจุดที่เป็นสนามระดับอินเตอร์เนชันแนลที่นักแข่งจากทั่วโลกสามารถมาลงแข่งได้ และเปลี่ยนชื่อจาก Bangsaen Thailand Speed Festival มาเป็น Bangsaen Grand Prix หลังจากที่ได้รับมาตรฐานสากล FIA Grade 3
นอกจากนี้ บิ๊กแป๊ะยังเปิดเผยว่าตนเองนั้นคือคนแรกที่นำรถแข่งขันแรกขับลงสนามบางแสน สตรีต เซอร์กิต ในวันเปิดสนาม ตั้งแต่ยุคที่ยังเป็น Bangsaen Thailand Speed Festival โดยมีการพูดคุยกับทางผู้จัดว่าขอเป็นคนแรกที่ประเดิมสนามนี้ จากความพยายามในการก่อร่างสร้างสนามแห่งนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้นจนสำเร็จ เรียกได้ว่าเริ่มมาตั้งแต่การพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านเลยก็ว่าได้ว่าจะทำอะไรให้เกิดขึ้นที่บางแสน โดยใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าจะเริ่มจัดงาน Bangsaen Thailand Speed Festival ได้ ทำให้ในวันนั้น รถแข่งของเขาจึงเป็นรถคันแรกที่จอดอยู่หัวแถว ซึ่งบิ๊กแป๊ะเปิดเผยความรู้สึกว่าตื่นเต้นมากในตอนนั้น เพราะยังไม่เคยได้ลองขับสตรีตเซอร์กิตในประเทศไทยเลย เคยแต่ลงแข่งในสนามเก่าแก่ที่มาเก๊า
มาจนถึงวันนี้ สนามบางแสน สตรีต เซอร์กิต เดินทางมาถึงปีที่ 20 แล้ว ที่ผ่านมาเคยพยายามที่จะลงแข่งขันในรายการนี้อยู่ตลอด จนกระทั่งหยุดแข่งไปราว ๆ 3-4 ปี เพื่อพัก เนื่องจากทางครอบครัวทักท้วงเรื่องอายุ ปัจจุบันเลยมารับตำแหน่งเป็นประธานการจัดการแข่งขัน และเนื่องจากปีนี้เป็นปีพิเศษ คือโอกาสครบรอบ 20 ปี Bangsaen Grand Prix เขาจึงได้นำรถแข่งคันเก่าที่มีอายุ 12 ปีไปบูรณะให้กลับมาใช้ได้ เพื่อนำลงสนามและร่วมขับเฉลิมฉลองในปีนี้
ดังนั้น ในปี 2026 นี้ เราจะมีโอกาสได้เห็น “บิ๊กแป๊ะ-สนธยา คุณปลื้ม” ลงแข่งขันในฐานะนักแข่งทีม “ครม. คนรักเมีย” อีกอย่างแน่นอน หลังจากที่นำเอารถคันเก่าอายุ 12 ปีไปทำใหม่เพื่อกลับมาลงสนามบางแสนแล้ว บิ๊กแป๊ะก็วางแผนที่จะลงแข่งขันแบบเต็มซีซัน รุ่น GTM (Grand Touring Modified) ในรายการ Thailand Super Series (TSS) ต่อไป ทั้งที่สนามเซปัง (มาเลเซีย) และสนามช้างฯ บุรีรัมย์ โดยเชิญชวนให้แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตติดตามความเคลื่อนไหวได้ในทุกช่องทางของ Thailand Super Series ทั้งใน Facebook และ YouTube
การสนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตจากภาครัฐ เมื่อถูกมองว่า “มอเตอร์สปอร์ต คือกีฬาคนรวย”
การที่มอเตอร์สปอร์ตถูกมองว่าเป็นกีฬาคนรวยนั้น บิ๊กแป๊ะมองว่าหากมองในเบื้องต้นมันก็อาจจะไม่ได้ผิดอะไร เพราะต้องยอมรับว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันนั้นมีราคาค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม นักแข่งไทยจำนวนมากไม่ใช่คนรวย กลุ่มนี้จะเริ่มเติบโตมาจาก Go-Kart ซึ่งลงทุนไม่เยอะ จากนั้นก็พัฒนาขึ้นมาแข่งในรุ่น One Make Race ซึ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบที่นำรถมาทำให้อยู่ในสเปกเดียวกันแล้วแข่ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จและเริ่มมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน
แต่ถ้าภาครัฐอยากจะส่งเสริมกีฬาประเภทนี้จริง ๆ บิ๊กแป๊ะก็ได้ให้ข้อเสนอว่า รัฐบาลควรมีมาตรการลดหย่อนภาษีอุปกรณ์สำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ต แบบเดียวกับที่ใช้ในหลายชนิดกีฬาในปัจจุบัน ตัวอย่างคือ Go-Kart ที่ปัจจุบันเสียภาษีเหมือนรถที่นำเข้ามา ซึ่งถ้าสามารถปรับภาษีนำเข้ารถ Go-Kart ให้เป็น 0% แบบเดียวกับเรือแข่งได้ มันก็จะช่วยลดต้นทุนลงไปได้มาก ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กไทยและคนไทยเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตได้ง่ายขึ้น นำไปสู่การพัฒนาตนเองจนเป็นนักแข่งได้
ความเป็นไปได้ที่สนามบางแสนจะขยับเป็น FIA Grade 1 หรือการที่จังหวัดชลบุรีจะสร้างสนามแบบ Permanent Circuit
บิ๊กแป๊ะเผยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ทั้งสองกรณี โดยสนามบางแสนนั้นเคยนำผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสนาม F1 มาดูพื้นที่ตั้งแต่ยุคที่นำรถ Red Bull มาวิ่งที่ราชดำเนิน ทว่าสนามบางแสนนั้นติดเงื่อนไขที่ว่าความกว้างของถนนในบางช่วงมันแคบเกินไป (ทั้งนี้ทั้งนั้นก็สามารถขยายได้) เนื่องจากสนามสำหรับแข่ง F1 ในปัจจุบัน ถูกกำหนดว่าต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตรทั่วทั้งสนาม
ส่วนในกรณีที่ถ้าจังหวดชลบุรีสร้างสนามแข่งขึ้นมาอีกแห่งจริง ๆ จะถือว่าเป็นคู่แข่งกับสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ที่บุรีรัมย์หรือไม่นั้น บิ๊กแป๊ะมองในมุมของผู้จัดและทีมแข่งจากต่างประเทศ ว่าถ้าในประเทศไทยมีสนามแข่งมากกว่าหนึ่งสนาม มันจะทำให้มอเตอร์สปอร์ตในบ้านเราโตได้เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ซึ่งหลายประเทศในโลกมีสนามแข่งรถมากกว่าหนึ่งสนามและก็ยังมีการแข่งขันมากมาย จึงมองว่าประเทศไทยควรมีสนามแข่งมากกว่าหนึ่ง แห่ง เพราะยิ่งมีสนามเยอะ มอเตอร์สปอร์ตไทยจะยิ่งเติบโต ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการส่งเสริมมอเตอร์สปอร์ตให้มากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นสนามแบบ Permanent Circuit หรือว่าสนามแบบ Street Circuit ก็ตาม
จากการที่บิ๊กแป๊ะเคยพูดคุยกับทีมแข่งจากทั่วโลก ส่วนใหญ่เขามองว่าถ้าประเทศไทยมีสนามแข่งมากกว่าหนึ่งสนาม หลายรายการมีโอกาสที่จะมาจัดการแข่งขันในเมืองไทย เพราะการขนส่งรถและอุปกรณ์การแข่งมาเพื่อลงแข่งสนามเดียวแล้วขนกลับหรือไปแข่งที่อื่นต่อมันไม่คุ้มค่า ซึ่งจะคุ้มค่ากว่าต่อเมื่อมีสนามที่รองรับการแข่งขันได้มากกว่าหนึ่งสนามในประเทศนั้น ๆ เช่นการแข่งขันรายการ Porsche Carrera Cup Asia เคยไปแข่งที่บุรีรัมย์ จากนั้นก็มาแข่งต่อที่บางแสน แบบนี้เขาถึงจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะมามากกว่า
อย่างไรก็ดี หากเป็นสนามแข่งสำหรับ Formula 1 บิ๊กแป๊ะเผยว่าเคยได้พูดคุยกับผู้บริหาร Formula 1 ซึ่งในปัจจุบันให้ความสนใจกับสนามแบบ Street Circuit (สนามแข่งแบบปิดเมือง) เป็นอย่างมาก เพราะมันมีเสน่ห์ อีกทั้งลงทุนแล้วคืนทุนได้คุ้มค่าเหมือนกับสนามที่สิงคโปร์ ส่วนตัวเขาเลยมองว่าถ้าประเทศไทยหาสถานที่ทำ Street Circuit สำหรับแข่ง Formula 1 ได้ และสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้ปีละครั้ง มันก็จะคุ้มค่ามาก ซึ่งถ้าจะมีการนำ Formula 1 มาแข่งที่เมืองไทย ส่วนตัวของบิ๊กแป๊ะเชียร์สนามแบบ Street Circuit มากกว่าสนามแบบ Permanent Circuit ที่จะเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย
บอกได้เลยว่า Pump Speed ในเทปนี้ ได้พูดคุยแบบ Exclusive สุด ๆ กับ “บิ๊กแป๊ะ-สนธยา คุณปลื้ม” ผู้บุกเบิกการแข่งขันรถยนต์สนามบางแสน สตรีต เซอร์กิต ที่เดินทางมาครบ 20 ปี อีกทั้งยังได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับสนามแข่งรถของกีฬามอเตอร์สปอร์ต ว่าถ้าเมืองไทยสามารถมีสนามแข่งได้มากกว่าหนึ่งสนาม มอเตอร์สปอร์ตไทยจะเติบโตได้ไกลกว่านี้อย่างแน่นอน!





























